542.jpg
​มท.ชี้ผลโกงสอบเสร็จแล้ว มีข้อบกพร่อง เตรียมตั้งโต๊ะแถลง2ก.ค.นี้

​มท.ชี้ผลโกงสอบเสร็จแล้ว มีข้อบกพร่อง เตรียมตั้งโต๊ะแถลง2ก.ค.นี้

วันพฤหัสบดี ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

มท.ชี้ผลโกงสอบเสร็จแล้ว

มีข้อบกพร่อง

เตรียมตั้งโต๊ะแถลง2ก.ค.นี้

ลั่นต้องสาวถึงตัวการใหญ่

กิจโผล่ขอโทษทรงศักดิ์

ปลัดมหาดไทยขอให้รอผลจากคณะกรรมการสอบทุจริตท้องถิ่น สรุปผลครบ 7 วัน ก่อนรายงานตรง 2 กรกฎาคมนี้ นัดแถลงต่อสาธารณชนแน่นอน ชี้ต้องสาวให้ถึงทุกคนในขบวนการ พร้อมเอาผิดขรก.ที่มีเอี่ยว เตรียมส่งผลให้ป.ป.ช.สอบต่อ ยืนยันไม่รู้จักนายกิจด้านทรงศักดิ์ลั่นเดินหน้าดำเนินคดีกิจ-ส้มเหตุใส่ร้ายเสียหาย

เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าหลังตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง กรณีทุจริตสอบท้องถิ่นโดยมี นายสันติธร ยิ้มละมัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ดูแลด้านพัฒนาชุมชนและส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ดำเนินการครบ 7วันว่า นายสันติธรได้รายงานว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างสรุปข้อเท็จจริง ก่อนจะนำข้อสรุปในวันนี้ที่รองปลัดฯ และคณะกรรมการได้ตรวจสอบมารายงานตนอีกครั้ง หลังจากนั้นจะแจ้งให้ทุกคนได้รับทราบอีกครั้งถึงผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง


การตรวจสอบครั้งนี้ เป็นการตรวจสอบของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งจะมีผู้ที่บกพร่องของกระทรวงมหาดไทย ที่จะต้องดำเนินการต่อไป แต่อีกส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีการสอบสวนคดีอาญา อยู่ในระหว่างการดำเนินการเช่นกัน ขณะเดียวกันสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) อยู่ระหว่างการเขียนไทม์ไลน์ ซึ่งมีกรอบระยะเวลาในการตรวจสอบ 3-6เดือน ซึ่งจะต้องมีการพูดคุยกันอีกครั้ง เพื่อให้ข้อมูลเป็นหนึ่งเดียว แต่ในส่วนของกระทรวงมหาดไทยจะต้องชี้ให้ได้ว่า มีความบกพร่อง หรือผิดพลาดอย่างไรและใครอยู่ในกระบวนการนี้

เมื่อถามว่า มีข้าราชการระดับใดเข้าไปเกี่ยวข้องบ้างหรือไม่ นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า ต้องรอรายละเอียดจากรองปลัดฯที่เป็นประธานการตรวจสอบ ยืนยันว่า หากผลสอบแล้วเสร็จ จะต้องแถลงต่อสาธารณชน ไม่มีการปกปิดแน่นอน เมื่อถามว่า ผลสอบทั้งหมดจะส่งต่อไปยัง ปปช.หรือไม่ นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า มีการพูดคุยกับ ปปช.โดยตลอดและปปช.ก็มีการตรวจสอบ ต้องเอาข้อมูลชนกัน แต่ยอมรับว่า มีข้อบกพร่อง แต่ยังไม่ทราบถึงรายละเอียดจริงๆ

เมื่อถามถึงความคืบหน้าการแจ้งความดำเนินคดีกับบุคลในคลิปเสียง อ้างภรรยาปลัดกระทรวงมหาดไทยเกี่ยวข้องกับขบวนการทุจริตสอบท้องถิ่นนั้น นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า ตนได้ย้ำไปแล้วว่า ต้องบังคับใช้กฎหมายในทุกกรณี เพราะฉะนั้นเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับสิ่งที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริง คนที่นำเสนอข่าวผิดๆ ก็ลอยนวล แต่ยืนยันว่า ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อยู่แล้ว เมื่อถามว่า วันนี้มีกระแสข่าวว่า คนที่ชื่อ “กิจ” จะไปรับทราบข้อกล่าวหาที่ สน.ทุ่งสองห้อง นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบ

เมื่อถามว่า มองอย่างไรกรณีที่คนที่ชื่อ “กิจ”จะแจ้งความจับคนที่ชื่อ“ส้ม”นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า เมื่อมีการเปิดเผยความจริง เราก็ยิ่งดีใจ เพราะสุดท้ายเราต้องการหาตัวการที่อยู่ข้างหลังให้ได้ เพราะฉะนั้นใครที่มีข้อมูลอะไร อย่างที่นายกรัฐมนตรีบอกให้ไปร้องยังสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งปลัดสำนักนายกระบุว่าข้อมูลที่ให้เป็นความลับชั้นสุดยอด ยืนยันว่า ไม่รู้จักกับคนที่ชื่อกิจ หลังจากที่มีการเปิดเผยว่า คนที่ชื่อกิจอยู่ในแวดวงนักการเมืองท้องถิ่น

วันเดียวกัน นายพงศกร เสาร์ทน หรือกฤต บุคคลที่ปรากฏในคลิปเสียงอื้อฉาวเกี่ยวกับการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจและให้ปากคำ หลังจากทนายความของ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี เข้าแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นประมาทและความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เมื่อวันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา หลังให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนนานประมาณ 1.30ชม.นายพงศกรได้ออกมาเปิดเผยต่อสื่อมวลชน โดยเริ่มต้นด้วยการ กราบขออภัยนายทรงศักดิ์ ทองศรี ที่นำชื่อไปกล่าวอ้างในบทสนทนาภายในคลิปเสียง จนทำให้ได้รับความเสียหายและเสื่อมเสียชื่อเสียง พร้อมยืนยันว่า นายทรงศักดิ์ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบท้องถิ่นแต่อย่างใด

นายพงศกร ยืนยันว่าตนและนายทรงศักดิ์ไม่ได้มีส่วนรู้เห็นหรือเกี่ยวข้องกับขบวนการทุจริตสอบท้องถิ่น ตามที่ถูกกล่าวหา โดยระบุว่าเรื่องราวการทุจริตที่ถูกพูดถึงในคลิปเสียงที่เผยแพร่เมื่อสัปดาห์ก่อน ไม่มีมูลความจริง เป็นเพียงบทสนทนาในคลิปเสียงเท่านั้น จึงตัดสินใจเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวนอย่างตรงไปตรงมา สำหรับที่มาของคลิปเสียง เป็นการสนทนาระหว่างตนเองกับบุคคลที่ชื่อของส้ม ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงปลายปีที่ผ่านมา ก่อนจะถูกนำมาเผยแพร่ต่อสาธารณะจนสร้างความเสียหายให้กับตน โดยยืนยันว่าไม่มีการต่อรองผลประโยชน์หรือเรียกรับผลประโยชน์ใด ๆ และยืนยันในความบริสุทธิ์ของตน

ส่วนกรณีที่ในคลิปมีลักษณะการพูดคุยเหมือนสนิทสนมและมีการกล่าวถึงตัวเลขต่าง ๆ ตนเป็นคนพูดคุยกับผู้อื่นได้ง่าย น้ำเสียงอาจทำให้เข้าใจว่าสนิทกัน แต่ความจริงเพิ่งรู้จักกับส้ม ในช่วงที่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว และไม่ได้มีความสนิทสนมเป็นการส่วนตัว แม้จะยืนยันว่าบุคคลดังกล่าวมีตัวตนจริงก็ตาม สำหรับการพูดคุยในลักษณะดังกล่าวมีจุดประสงค์บางประการที่เกี่ยวข้องกับประโยชน์สาธารณะ แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เนื่องจากข้อมูลดังกล่าวอยู่ในสำนวนการสอบสวน ในส่วนคดีที่นายทรงศักดิ์แจ้งความดำเนินคดีนั้น ตนเข้าพบตำรวจครั้งนี้เป็นการประสานเข้ามาเพื่อแสดงตัวและแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าเป็นบุคคลในคลิปเสียงจริง ไม่ใช่การถูกออกหมายเรียกหรือหมายจับ โดยขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานและสอบสวนข้อเท็จจริงเพิ่มเติม ส่วนความคืบหน้ากรณีของส้ม ขณะนี้ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาใด ๆ อย่างไรก็ตาม หากผลการตรวจสอบพบว่ามีผู้ใดจงใจแอบบันทึกเสียง ตัดต่อ หรือเผยแพร่คลิปเพื่อทำให้ตนได้รับความเสียหาย ก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป

ด้าน นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย กล่าวถึงความคืบหน้าตรวจสอบทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น หลังคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงของกระทรวงมหาดไทย ดำเนินการครบ7วันว่า การสรุปข้อมูลจากการสอบสวนข้อเท็จจริงจะครบกำหนดภายในช่วงวันที่2-3ก.ค.นี้ ก่อนจะรายงานผลต่อปลัดกระทรวงมหาดไทยต่อไป สิ่งที่คณะกรรมการฯตรวจสอบ เราเห็นพฤติการณ์อยู่แล้ว ดังนั้นการสรุปข้อเท็จจริงจะมีการแถลงอย่างเป็นทางการภายใน1-2วันนี้ สำหรับภาพรวมทั้งหมดว่า มีใครเกี่ยวข้องบ้าง โดยเฉพาะบุคคลภายนอกที่มีเยอะพอสมควร เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.)และเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการ แต่คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงของกระทรวงมหาดไทย จะโฟกัสเฉพาะบุคคลที่เกี่ยวข้องในกระทรวงมหาดไทย

“ขณะนี้มีหลายคนบอกว่าวันก่อนก็ไปเจอแล้ว จับแล้ว จนตอนนี้เงียบแล้ว ยังหาคนผิดไม่ได้ จริงๆไม่ใช่แบบนั้น เราทำงานบนข้อเท็จจริงที่มีกระจัดกระจาย มีคนเกี่ยวข้องเยอะมาก อยากขอเวลาให้คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงฯได้ทำงาน เพราะสิ่งที่แย่กว่าการทำงานช้า คือการวินิจฉัยผิด ถ้าเกิดคณะกรรมการฯไม่ชัดเจนในข้อมูล หรือไม่มีการยืนยันที่ชัดเจน วินิจฉัยออกมาแล้วมีความผิดพลาด มันยิ่งหนักเข้าไปใหญ่ แต่ขอให้สบายใจขั้นตอนการตรวจสอบ เพราะทุกหน่วยงานมีความตั้งใจทำเรื่องนี้อยู่แล้ว” รมช.มหาดไทย กล่าว เมื่อถามว่า พอจะบอกข้อมูลที่สาวไปถึงต้นตอของเรื่องดังกล่าวได้หรือไม่ รมช.มหาดไทย กล่าวว่า ต้นตอขณะนี้ยังไม่บอก ไม่ใช่ว่าจะไม่บอก แต่ขอให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการฯสรุปข้อมูลให้แล้วเสร็จก่อน หากเปิดเผยข้อมูลเชิงรายละเอียดเยอะเกินไป มันส่งผลต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่ เพราะขณะนี้ข้อมูลกระจัดกระจาย ถ้านำออกมาเปิดเผยเลย ก็อาจชี้ช่องให้เขาตั้งตัว หรือสามารถจัดการกับสิ่งที่เกิดขึ้น เมื่อถามว่าในกระบวนการตรวจสอบจะมีการพิจารณาเรื่องคลิปเสียงที่มีการปล่อยออกมาหรือไม่ นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า เชื่อว่าทางป.ป.ช.และตำรวจ ก็ทำงานอยู่ ซึ่งคลิปเสียงมีมาก่อนหน้านี้แล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ส่งข้อมูลเหล่านี้ให้ทางป.ป.ช.ไปแล้วด้วย ทั้งนี้ ในการแถลงสรุปข้อเท็จจริงจะแถลงเฉพาะส่วนของทางกระทรวงมหาดไทยก่อน ไม่ได้แถลงร่วมกับหน่วยงานอื่นเพราะกรอบเวลา และอำนาจหน้าที่ของแต่ละทีมตรวจสอบแตกต่างกัน

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังกรณีมีการเผยแพร่คลิปเสียงการสนทนาระหว่าง น.ส.ส้ม กับนายกิจ หรือนายพงศกร เสาร์ทน ซึ่งมีการพาดพิงถึงตนในประเด็นการทุจริตการสอบคัดเลือกข้าราชการส่วนท้องถิ่น จนทำให้ได้รับความเสียหายและประชาชนเกิดความเข้าใจผิด

ล่าสุด นายกิจ ได้เปิดใจผ่านรายการ“เรื่องนี้ต้องเคลียร์”ทางสถานีโทรทัศน์ท็อปนิวส์ เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. ที่ผ่านมา โดยยอมรับว่า นายทรงศักดิ์ ไม่มีส่วนรู้เห็นหรือเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่ถูกกล่าวอ้างในคลิปเสียง พร้อมกล่าวขอโทษและแสดงความเสียใจที่นำชื่อของนายทรงศักดิ์ไปแอบอ้าง อีกทั้งยืนยันว่าไม่ได้มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับรัฐมนตรีคนใด เมื่อผู้ที่อยู่ในคลิปออกมายอมรับข้อเท็จจริงแล้ว จึงอยากขอความเป็นธรรมจากประชาชนและสังคมว่า ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบท้องถิ่นตามที่ถูกกล่าวหา พร้อมแสดงความเห็นว่า การปล่อยคลิปเสียงดังกล่าวมีเจตนาเพื่อสร้างความเสียหาย ทำให้เกิดความพยายามล้มกระบวนการจัดสอบคัดเลือกข้าราชการส่วนท้องถิ่นและดิสเครดิตพรรคภูมิใจไทย ส่วนการดำเนินคดีกับ น.ส.ส้มและนายกิจ ในข้อหาหมิ่นประมาท รวมถึงความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ กรณีนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์นั้น ยืนยันว่าจะเดินหน้าต่อไป แม้นายกฤตจะออกมายอมรับว่า ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแล้วก็ตาม

“ที่ยังต้องดำเนินคดีต่อไป ก็เพื่อต้องการสร้างบรรทัดฐานว่า การตรวจสอบบุคคลสาธารณะสามารถทำได้ หากอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง ไม่ใช่การกล่าวหาโดยปราศจากหลักฐาน หรือจงใจใส่ร้ายจนทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย โดยผู้กระทำต้องแสดงความรับผิดชอบต่อผลที่เกิดขึ้นด้วย” รองนายกฯ กล่าว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top