542.jpg
​ถกงบฯเดือดทิ้งทวน ปชน.อัดองค์กรอิสระ

​ถกงบฯเดือดทิ้งทวน ปชน.อัดองค์กรอิสระ

วันพฤหัสบดี ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ถกงบฯเดือดทิ้งทวน

ปชน.อัดองค์กรอิสระ

สภาถกงบประมาณฯปี’70 วันที่สาม เดือด! ปชน.อภิปรายซัดป.ป.ช.โยง ศักดิ์สยามเจอ ภท.รุมประท้วง อัดองค์กรอิสระแข่งสร้างตึก ลามซัดค้ำยันระบอบสีน้ำเงินขณะที่ มติพรรคปชน.ไม่เห็นชอบร่างงบฯ70 อัดแผลเรื้อรังทางการคลัง เย้ยรมต.ไร้คำตอบ ข้อกังขาสส. ลับมีดรอเจาะลึกในชั้น กมธ. ด้านนิกรรองปธ.วิปรัฐบาล ยันร่างกม.นิรโทษกรรมที่วุฒิสภาแก้ไข ยึดหลักการเดิม ไม่ล้างผิดคดีม.112-ทุจริต-โกงเลือกตั้งจ่อถกวิป ชงสภาฯเห็นชอบ ก่อนปิดสมัยประชุม หวังปิดฉากขัดแย้ง 20 ปี

เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม2569 เวลา09.30น.ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท วาระแรก เป็นวันที่สาม


ถกงบ70วันที่3ปชน.ซัดศักดิ์สยาม

โดย น.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ สส.สมุทรปราการ พรรคประชาชน อภิปรายตั้งคำถามการทำงานขององค์กรอิสระของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) และสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ได้รับงบรายจ่ายปี2570 รวม 10,000ล้านบาท แต่กลับถูกตั้งคำถามความโปร่งใสการทำงาน โดยอภิปรายถึงกระบวนการฮั้วเลือกสว.ที่กกต.ไม่กล้าเอาผิด เพราะสว.เป็นผู้เลือก กกต. ส่วนป.ป.ช.ถูกตั้งคำถามการพิจารณาคดี 2 มาตรฐาน ในคดีปกปิดบัญชีทรัพย์สินของ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรมว.คมนาคม โดยมีการเปิดสไลด์รูปนายศักดิ์สยาม ประกอบการอภิปราย

ภท.-ปชน.ต่างลุกประท้วงตอบโต้

ทำให้ถูก สส.พรรคภูมิใจไทยประท้วงพูดนอกประเด็นอภิปราย และเอ่ยถึงบุคคลภายนอกจนนายเลิศศักดิ์ได้เตือนน.ส.พนิดาให้รีบสรุปเข้าประเด็นอภิปรายงบประมาณและให้เลี่ยงการเอ่ยชื่อบุคคลภายนอก ทำให้สส.พรรคประชาชนลุกประท้วงว่า ประธานไม่เป็นกลางปฏิบัติหน้าที่ เพราะรูปที่ใช้มีการเบลอหน้าแล้วขอให้ประธานและผู้ประท้วงอดทนฟัง จากนั้นประธานให้น.ส.พนิดาอภิปรายต่อ

อัดองค์กรอิสระยับแข่งสร้างตึก

น.ส.พนิดาอภิปรายต่อว่า การทำงานขององค์กรอิสระในวันนี้เอื้อประโยชน์ให้คนบางกลุ่ม กกต. ป.ป.ช.และ สตง.อยากมีอาคารเป็นของตัวเองในทุกจังหวัดจึงขอตั้งงบสร้างสำนักงานในจังหวัดต่างๆเป็นงบผูกพัน ในงบปี2570 กกต.ของบสร้างตึก 16ตึก 193ล้านบาท ถูกสำนักงบประมาณตัดเหลือ 35ล้านบาท ป.ป.ช.ก็ตั้งงบสร้างตึกใหม่ 5ตึก รวมกับของเดิมอีก 19ตึก รวม 19ตึก สตง.ก็ไม่น้อยหน้า ของบสร้างตึกอีก 16แห่ง ที่เจ็บปวดคือ ทุกวันนี้สตง.ต้องจ่ายค่าที่ดินให้การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)ที่ จตุจักร บริเวณที่ตึก สตง.ถล่มต่อไปอีก 6ปี

ลามซัดเป็นที่ค้ำยันระบอบสีน้ำเงิน

ขณะที่งบดำเนินงานขององค์กรอิสระได้ 2,500 ล้านบาท แต่มักนำไปใช้จัดกิจกรรมที่จำนวนผู้เข้าร่วม ไม่เน้นผลลัพธ์ สรุปแล้วงบ 10,000 ล้านบาทขององค์กรอิสระมี 70% เป็นเงินเดือนบุคลากร 10%เป็นการสร้างตึกเช่ารถ เหลือทำงานจริงๆแค่ 20%แต่เอาไปใช้ทำงานที่ไม่เกี่ยวกับภารกิจหลัก ทำให้องค์กรอิสระเผชิญวิกฤตศรัทธาพร้อมกัน “อมพระมาพูด ประชาชนก็ไม่เชื่อ ขอเสนอให้เปลี่ยนวิธีคิดการใช้งบประมาณ ชะลอการสร้างตึก เปลี่ยนตัวชี้วัดจากการจัดกิจกรรม ไปเน้นที่ผลลัพธ์ ถ้ารัฐธรรมนูญปี2560 เป็นปุ๋ยชั้นดีของระบอบสีน้ำเงิน องค์กรอิสระก็เป็นลำต้นที่ค้ำยันให้ต้นไม้พิษของระบอบสีน้ำเงิน ให้ฝังรากลึกมากขึ้นในสังคม”น.ส.พนิดา กล่าว

ภคมนจี้คืนอำนาจท้องถิ่นจัดสอบ

น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายว่า แม้ในงบรายจ่ายปี2570 จะตัดงบกลุ่มจังหวัดและจังหวัด แต่ในส่วนท้องถิ่นยังได้งบเท่าเดิมคือ 29.35% ห่างไกลเป้าหมาย 35% ควรจัดสรรงบให้มากกว่านี้ หรือปลดล็อกกฎหมายกระจายอำนาจให้ท้องถิ่น รวมถึงการปฏิรูปโครงสร้างท้องถิ่น ปัจจุบันมีองค์กรปกครองท้องถิ่น 7,000แห่ง ทำให้มีบุคลากรไม่พอทำงาน และมีปัญหาการสอบคัดเลือกบุคคลเข้ามาทำงาน เดิมให้ท้องถิ่นเป็นผู้จัดสอบเอง แต่ขณะนี้ส่วนกลางดึงมาเป็นคนจัดสอบเองตามคำสั่งคสช. อ้างหากให้ท้องถิ่นจัดสอบจะมีระบบอุปถัมภ์ เรียกผลประโยชน์ เชื่อว่า ส่วนกลางเป็นคนดี ไม่โกง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นขณะนี้คือ มีการทุจริตสอบเข้าท้องถิ่นที่จัดโดยส่วนกลาง ควรให้ท้องถิ่นกลับมาเป็นผู้จัดสอ ยกเลิกคำสั่งคสช.ที่ให้ส่วนกลางเป็นคนจัดสอบท้องถิ่น เพื่อประสิทธิภาพการหาบุคลากรตามที่ท้องถิ่นต้องการ

จับพิรุธขั้นตอนสอบเข้าท้องถิ่น

น.ส.ภคมน อภิปรายต่อว่าความตลกร้ายของการทุจริตสอบเข้าท้องถิ่นรอบนี้คือ โรงงานที่พิมพ์ข้อสอบเป็นโรงงานเดียวกับที่พิมพ์บัตรเลือกตั้ง การทุจริตที่เกิดขึ้นเกิดจากการฮั้วกันของผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้าง ในทีโออาร์มีหลายจุดที่น่าตั้งคำถาม มีการไปนำไฟล์กระดาษคำตอบออกมาได้อย่างไร ทั้งที่ควรถูกเก็บไว้อย่างปลอดภัย และยังพบว่า แก๊งทุจริตครอบครองเอกสารเฉลยคำตอบ เหตุใดเฉลยคำตอบหลุดออกมา เป็นไปได้ว่าใบเฉลยรั่วตั้งแต่ตอนออกข้อสอบ ไม่รู้ว่ามีตัวแทนกรมการส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น(สถ.) หรือภาคีเครือข่าย เช่น ป.ป.ช. ป.ป.ท.หรือหน่วยงานต่างๆไปร่วมสังเกตการณ์ขั้นตอนตั้งแต่การออกข้อสอบไปจนสิ้นสุดกระบวนตามเงื่อนไขในทีโออาร์หรือไม่

ทั้งนี้ ในทีโออาร์ระบุถึงเรื่องความปลอดภัยในการออกข้อสอบให้เจ้าหน้าที่สถ.เป็นผู้ควบคุมการเข้าออกของผู้ปฏิบัติงานด้วยระบบยืนยันตัวตน ดังนั้นเจ้าหน้าที่สถ.เป็นผู้ดูแลการเข้าออกของบุคคลในกระบวนการทั้งหมด จึงอดสงสัยไม่ได้การทุจริตครั้งนี้ทำกันเป็นระบบ ประชาชนรู้ว่า แกนนำพรรคภูมิใจไทยมีความสัมพันธ์อันดีกับระบบราชการมาตลอด ดังนั้นการกระจายอำนาจจึงเป็นบททดสอบสำคัญ หากรัฐบาลยังอุ้มชูระบบส่วนกลาง จะไม่สามารถตอบข้อครหาประชาชนได้

มติปชน.โหวตคว่ำร่างงบฯ70

เวลา13.00น. ที่รัฐสภา พรรคประชาชน(ปชน.)นำโดย น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค,นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคและ น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)งบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ.2570

โดยนายพริษฐ์ กล่าวว่าจากการหารือร่วมกันภายในพรรคร่วมฝ่ายค้านมีความเห็นไปในทิศทางว่าไม่สามารถยอมรับร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570ได้โดยแต่ละพรรคจะไปหารือกันภายในเพื่อกำหนดทิศทางว่าจะลงมติไม่เห็นชอบหรืองดออกเสียง ขณะที่พรรคประชาชนยืนยันว่าจะลงมติไม่เห็นชอบ

แผลเรื้อรังการคลัง-จัดงบสวนทาง

นางสาวศิริกัญญาได้วิเคราะห์เจาะลึกถึงภาพรวมการอภิปรายร่างพ.ร.บ.งบประมาณฉบับนี้ชี้ให้เห็นถึงแผลเรื้อรังทางการคลังที่รัฐบาลยังไม่สามารถแก้ไขได้ แม้รัฐบาลจะยอมรับถึงข้อจำกัดนี้ แต่เมื่อพิจารณาในรายละเอียดกลับพบความผิดปกติในการจัดลำดับความสำคัญ งบประมาณของเกือบทุกกระทรวงและหน่วยงานถูกปรับลดลงถ้วนหน้า โดยเฉพาะงบสวัสดิการช่วยเหลือประชาชน แต่ในทางตรงกันข้าม หมวดหมู่ครุภัณฑ์ คอมพิวเตอร์ และดิจิทัล กลับได้รับการจัดสรรเพิ่มขึ้น ซึ่งก่อให้เกิดข้อสงสัยว่ารัฐบาลกำลังนำภาษีไปช่วยเหลือใคร และไม่ได้ช่วยประชาชนอย่างแท้จริง

หั่นงบวิจัย-สวัสดิการขาดความสมดุล

นางสาวศิริกัญญายังชี้ให้เห็นถึงประเด็นที่น่ากังวล คือการปรับลดงบประมาณด้านการวิจัยและพัฒนาประเทศผ่านกองทุนต่างๆลงถึงร้อยละ 30 ซึ่งถือเป็นการส่งสัญญาณเชิงลบต่อทิศทางการพัฒนาประเทศ นอกจากนี้ แม้ตัวเลขงบประมาณด้านสาธารณสุขจะสูงขึ้น แต่งบสำหรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐกลับถูกจัดสรรไว้ไม่เพียงพอต่อการรองรับภาระในอนาคต ส่วนงบสวัสดิการเด็กแรกเกิด ก็ถูกปรับลดลงไปถึง 500 ล้านบาท โดยอ้างอิงจากอัตราเด็กเกิดใหม่ที่ลดลง ซึ่งมองว่ารัฐบาลควรใช้โอกาสนี้ปรับเกณฑ์ให้เป็น”สวัสดิการถ้วนหน้า”เพื่อดูแลเด็กทุกคนอย่างเท่าเทียม แทนที่จะตัดลดงบทิ้งไป นอกจากนี้ ในการจัดสรรงบสู่ภูมิภาคมีความย้อนแย้ง งบกลุ่มจังหวัดถูกตัดทอนลงไปกว่า 20,000ล้านบาท แต่งบกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น กลับได้เพิ่มขึ้นเพียง 7,000 ล้านบาท ซึ่งไม่เพียงพอต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

อัดรมต.ไร้คำตอบข้อกังขาสส.

นางสาวศิริกัญญา กล่าวเสริมว่าตลอด 3วันของการอภิปราย รัฐมนตรีไม่สามารถให้คำชี้แจงที่ชัดเจนได้เลยว่าเหตุใดจึงมีการตัดลดงบโครงการสำคัญและไปเพิ่มงบให้เรื่องที่ยังไม่จำเป็น ความไม่ชัดเจนนี้ทำให้แม้แต่ สส. ฝ่ายรัฐบาลเองยังตกใจที่มีหลายโครงการในพื้นที่ถูกยกเลิกไปโดยไม่ทราบสาเหตุ การที่รัฐมนตรีไม่สามารถตอบคำถามเกี่ยวกับงบประมาณในกระทรวงที่ตนรับผิดชอบได้ ถือเป็นปัญหาใหญ่และแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลจัดลำดับความสำคัญผิดพลาด ทั้งนี้ นางสาวศิริกัญญา ยังคงรอคอยคำตอบคือการชี้แจงจาก รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยเฉพาะโครงการที่เกี่ยวกับ AI และระบบคลาวด์ ซึ่งได้งบไปถึง 5,000 ล้านบาท รัฐมนตรีต้องอธิบายให้ได้ว่ามีความคุ้มค่าและสมเหตุสมผลหรือไม่ ในช่วงเวลาที่งบประมาณด้านอื่นๆ ของประชาชนถูกตัดทอนลง

ลั่นเดินหน้าเจาะลึกชั้นกมธ.

เมื่อถามถึงการพิจารณาในชั้นคณะกรรมาธิการ(กมธ.)นางสาวศิริกัญญา กล่าวว่า หากรัฐบาลไม่ชี้แจงรายละเอียดไส้ในของโครงการก็จะเป็นหน้าที่ของ กมธ.ที่จะต้องเจาะลึก หาเหตุผลเบื้องหลังการเพิ่มลดงบประมาณ ทางพรรคมั่นใจว่าโครงสร้างงบประมาณฉบับนี้ยังมี”ไขมัน”หรือส่วนที่ยังสามารถปรับลดได้อีกมาก เพื่อนำไปให้ความสำคัญกับเรื่องที่จำเป็นกว่า

ซัดเกมประท้วงเบี่ยงประเด็น

ด้านนางสาวภคมน กล่าวถึงบรรยากาศการอภิปรายประเด็นทุจริตจัดสอบท้องถิ่น ซึ่ง สส. ฝ่ายรัฐบาลใช้สิทธิประท้วงอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นการพิจารณางบวาระ1ที่มีการประท้วงมากที่สุด นางสาวภคมน ระบุว่าการประท้วงไม่ได้เกิดจากการอภิปรายนอกประเด็น แต่เป็นเจตนาที่ต้องการทำลายสมาธิและเบี่ยงเบนประเด็นสำคัญ ประชาชนที่ติดตามอยู่สามารถตัดสินได้เองว่า การลุกขึ้นมาประท้วงแบบไร้สาระสำคัญนั้น เป็นเพียงการทำตัวเหมือนตัวตลก เพื่อแสดงให้เห็นว่าตนเองได้ลุกขึ้นทำหน้าที่และรอเช็กชื่อกลับบ้านในตอนเย็นเท่านั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าในการประชุมสภาวันนี้ สส.ฝ่ายรัฐบาล ได้ลุกขึ้นประท้วงระหว่าง สส.ฝ่ายค้าน อยู่หลายครั้ง ทั้ง น.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ สส.สมุทรปราการ พรรคประชาชน นางสาวภคมนและนพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี

ภท.ยันกม.นิรโทษฯยึดหลักเดิม

ที่รัฐสภานายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร(วิปรัฐบาล)และอดีตเลขานุการคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการตราพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมและอดีตกมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. ... เปิดเผยถึงความคืบหน้าการพิจารณาร่างกฎหมายนิรโทษกรรมว่า ภายหลังจากที่วุฒิสภาได้มีมติเห็นชอบการปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมในชั้นการกลั่นกรองเสร็จสิ้นแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการส่งร่างกฎหมายดังกล่าวกลับคืนมายังสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาอีกครั้ง ยืนยันว่าหลักการที่มีการแก้ไขในชั้นวุฒิสภานั้น ยังคงเป็นไปตามแนวทางของร่างเดิม ที่เสนอ โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และคณะรวมถึงร่างของครูไทย และร่างของนายวิชัย สุดสวาสดิ์ ซึ่งเนื้อหาทั้งหมดมีความสอดคล้องกัน โดยการปรับปรุงของวุฒิสภายังคงยืนยันในหลักการสำคัญ 3 ประการอย่างเคร่งครัดตามที่สภาผู้แทนราษฎรเคยให้ความเห็นชอบไว้

ไม่มีล้างผิดคดีม.112-ทุจริต

สำหรับหลักการสำคัญที่ไม่มีการนิรโทษกรรมให้ ประกอบด้วย 1.การกระทำความผิดในฐานทุจริตประพฤติมิชอบ จะไม่มีการนิรโทษกรรมให้เด็ดขาด 2.การกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 จะไม่มีการล้างผิดให้ 3.การกระทำความผิดที่ส่งผลให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย หรือความผิดต่อส่วนตัว รวมถึงการกระทำที่ต้องรับผิดชอบต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่งที่ไม่ใช่หน่วยงานของรัฐ ทั้งในลักษณะเฉพาะรายหรือเฉพาะกลุ่ม จะไม่ได้รับอานิสงส์จากกฎหมายฉบับนี้เช่นกันโดยกฎหมายจะมุ่งเน้นนิรโทษกรรมเฉพาะการกระทำที่มีแรงจูงใจทางการเมืองเท่านั้น ส่วนบัญชีแนบท้าย พ.ร.บ.ซึ่งเดิมระบุฐานความผิดไว้ 25ฐานความผิดนั้น ทางวุฒิสภาได้นำมาจัดเรียงลำดับใหม่ ตามศักดิ์ของกฎหมาย โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาในสาระสำคัญ ย้ำชัดว่าไม่มีความผิดตามมาตรา 112 และความผิดที่ทำให้ผู้อื่นเสียชีวิตปรากฏในบัญชีแนบท้ายอย่างแน่นอน เป็นเพียงการลำดับศักดิ์ของกฎหมาย เพื่อความถูกต้องเท่านั้น

ไม่นิรโทษคดีฮั้ว-โกงการเลือกตั้ง

สำหรับกระแสข่าวเรื่องการนิรโทษกรรมคดีโกงเลือกตั้ง หรือคดี”ฮั้ว”นั้น นายนิกร ยืนยันว่าจะไม่มีการนิรโทษกรรมให้กับการกระทำความผิดทุจริตเลือกตั้ง การเลือกตั้งที่ไม่เป็นธรรม หรือการแจ้งคุณสมบัติอันเป็นเท็จของผู้สมัครรับเลือกตั้งสส.และ สว.อย่างแน่นอน ส่วนที่จะได้รับการนิรโทษกรรมคือความผิดลหุโทษเกี่ยวเนื่องกับการเลือกตั้งเช่นการชุมนุมประท้วงไม่พอใจการทำงานของคณะกรรมการเลือกตั้ง(กกต.)แล้วเกิดการกระทบกระทั่งกันเท่านั้น เรื่องนี้มีการบันทึกรายงานการประชุมกรรมาธิการครั้งที่ 9 ไว้อย่างชัดเจน

ขอสภาฯเห็นชอบทันสมัยประชุม

ในส่วนของกรอบเวลาการพิจารณา คาดว่าวุฒิสภาจะส่งร่างกฎหมายกลับมาถึงสภาผู้แทนราษฎรภายในวันนี้ หรือวันพรุ่งนี้(2 ก.ค.)จะทันเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมสภาฯในสัปดาห์สุดท้ายของสมัยประชุมนี้โดยในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ ตนจะนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมวิปรัฐบาล เพื่อพิจารณา ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรควรมีมติเห็นชอบตามที่วุฒิสภาแก้ไขมาทันที โดยไม่ต้องตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันของสองสภาให้เสียเวลาอีก เนื่องจากประเด็นที่แก้ไขเป็นเพียงถ้อยคำและเทคนิคทางกฎหมาย ไม่ใช่เรื่องที่เป็นสาระสำคัญ

“กฎหมายฉบับนี้เราพยายามผลักดันกันมานานกว่า 20 ปีแล้ว ตั้งแต่ปี 2548 ยืดเยื้อยาวนานจนประชาชนพูดกันจนเบื่อแล้ว ดังนั้นหากสภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบตามวุฒิสภา เรื่องนี้จะได้จบสิ้นกระบวนความ และเข้าสู่ขั้นตอนการนำขึ้นทูลเกล้าฯตามขั้นตอนต่อไป เพื่อปิดฉากปัญหาความขัดแย้งที่ยาวนานเสียที” นายนิกร กล่าว

ศาลฯตีตกฟ้องกกต.ปมบาร์โค้ต

วันเดียวกัน ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเป็นเอกฉันท์มีคำสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยในคดีที่น.ส.ณัฐธิดา นิโครธางกูร (ผู้ร้อง) ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 โดยกล่าวอ้างว่า การกระทำของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (ผู้ถูกร้องที่ 1)และสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (ผู้ถูกร้องที่ 2) ที่กำหนดรูปแบบและจัดพิมพ์รหัสแท่ง (Barcode) บนบัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ขอรับการจัดสรร งบประมาณที่กำหนดให้มีรหัสคิวอาร์ (QR Code)เท่านั้น และจากการร้องเรียนของบุคคลอื่นเห็นได้ว่า การเลือกตั้งไม่เป็นความลับ ละเมิดสิทธิเลือกตั้ง ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 3 มาตรา 25 และมาตรา 41 (3)

ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาโดยการอภิปรายแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสาร ประกอบไม่ได้บรรยายว่าผู้ร้องถูกละเมิดสิทธิ หรือเสรีภาพโดยตรงและได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายจากการ กระทำของผู้ถูกร้องทั้งสองอย่างไร เป็นเพียงการแสดงความคิดเห็นของผู้ร้องเท่านั้น ประกอบกับผู้ร้องไม่ได้ แสดงเหตุผลประกอบข้อโต้แย้งว่าการเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยลับอย่างไร กรณีไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561มาตรา 46 วรรคหนึ่งและวรรคสอง ดังนั้น ผู้ร้องไม่อาจยื่นคำร้องดังกล่าวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top