วันศุกร์ ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
แฉผลตรวจโกงสอบท้องถิ่น
จ่อฟันวินัย5ขรก.
ผู้รับจ้าง-เอกชนเอี่ยวหมด
พบหลักฐานมัดแก้คะแนน
สุ่มเช็ค79คนเจอพุ่ง48ราย
นายกฯชี้บรรจุแล้วก็โมฆะ
นายกฯ นำแถลงผลสอบทุจริตสอบขรก.ท้องถิ่น ระบุช่วงรอยต่อ “รบ.หนู 1” มีพวกย่ามใจ คิดว่าอยู่ไม่นาน แฉกลโกง แก้คะแนนในไฟล์ข้อสอบ ย้ำข้อมูลต้องแน่น มัด “พวกชั่ว ขายชาติ” ให้ดิ้นไม่หลุด เผยตั้งคกก.สอบวินัยฟันขรก.เอี่ยว ปูดคนมีชื่อเสียง-ตำแหน่งสูงกล่าวหาลอยๆ ไม่ได้ จ่อโมฆะหากบรรจุไปแล้ว ชี้ท้าทายอำนาจปชช. ย้ำขบวนการนี้เหนื่อยแน่ เจอ “ปปท.-ปปง.-ป.ป.ช.” รุมสืบสวนมท.เปิดผลสอบ สุ่ม 79 ราย เจอแก้คะแนนพุ่ง 48 ราย ฟัน 5 ข้าราชการสถ.ร่วมมือผู้รับจ้างจัดสอบ-เอกชน แก้คะแนนยับ
เมื่อเวลา 13.00น. วันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีการตรวจสอบทุจริตสอบท้องถิ่นที่ขณะนี้ครบ 7 วันในการตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงว่า ช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ ได้เชิญหลายหน่วยงานมาหารือ โดยมีเรื่องที่ปลัดกระทรวงมหาดไทยจะมารายงานผลการสอบสวนเรื่องโกงข้อสอบเราดำเนินการไปถึงใครคนนั้นต้องถูกลงโทษไม่มียกเว้นใครแน่นอน
นายกฯ นำแถลงผลสอบทุจริตฯ
ต่อมา เวลา 14.15 น. ที่ตึกนารีสโมสร นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย และนายอรรษิษฐ์สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และนายสันติธร ยิ้มละมัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทยด้านพัฒนาชุมชนและการส่งเสริมพัฒนาท้องถิ่น แถลงข่าวเรื่องการทุจริตการสอบข้าราชการท้องถิ่น
โดยนายกฯ กล่าวว่า ตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วเป็นต้นมาได้มีการสืบสวนสอบสวน ซึ่งต้องขอชื่นชมคณะกรรมการที่ตรวจสอบเรื่องนี้ ภายในระยะเวลาที่ตนขอให้ตรวจสอบภายใน 7 วัน ซึ่งครบกําหนดเมื่อวันที่1ก.ค. ในที่สุดพบว่าความไม่โปร่งใส ไม่สุจริต มีความพยายามที่จะทําให้เกิดการโกง เพื่อให้คนที่มีความเชื่อมโยงกันได้ผลประโยชน์ ได้รับการคัดเลือกบรรจุเป็นข้าราชการในส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้มีหลายหน่วยงานร่วมตรวจสอบด้วย ซึ่งแต่ละหน่วยงานก็มีข้อมูลของตัวเอง โดยบางหน่วยงานก็สอบสวนลงลึกไปมากแล้ว
ชี้มีคนย่ามใจคิดว่ารบ.หนูอยู่ไม่นาน
นายกฯ กล่าวว่า ทุกหน่วยงานได้มีการลงนาม เอ็มโอยู สมัยที่ตน เป็นรองนายกฯและรมว.มหาดไทย ในปี 2566 ช่วงเดือนต.ค.และพ.ย. มีข่าวทํานองนี้ขึ้นมาและตนได้สั่งการ ให้ชะลอและไม่ให้มีการสอบ ให้ดําเนินการสอบตามมาตรฐานใหม่ โดยได้เปลี่ยนมหาวิทยาลัยที่เป็นสนามสอบ ล่าสุดใช้เวลา 2 ปีกว่าที่จะมีการสอบ ตนได้สอบถามไปว่าเหตุใดจึงมีการเร่งสอบในตอนนี้ ทั้งที่ได้สั่งยกเลิกไปแล้ว มันเลยทําให้ไม่ได้มีการสอบมา 3 ปีแล้ว และในช่วงปลายปี 2568 พวกที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตคงคิดว่าจะมีแค่รัฐบาลหนู 1 ไม่ได้เกรงกลัวอะไร ก็คิดว่าเดี๋ยวคงมีการเปลี่ยนแปลงในกระทรวงมหาดไทย การสอบก็ยังไม่มีใครมารายงานสักคนว่ามันมีเรื่องการสอบพวกนี้ ถ้าถามว่า เขาผิดหรือไม่ที่ไม่ได้มารายงาน ก็ไม่ผิด เพราะเป็นการกระทําภายในขอบเขตอํานาจของกรม รัฐมนตรี หรือนายกฯ ไม่สามารถไปรู้ทุกเรื่องได้ อย่างนั้นมันก็เป็นการทํางานแบบล้วงลูก ถ้าสอบแล้วมันผ่านไปด้วยดีไม่มีคนร้องเรียน ไม่มีการทุจริต ทุกคนได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรม ก็ไม่มีปัญหาอะไร นี่คือสิ่งที่รัฐบาลได้ทําไว้
แฉกลโกงแก้คะแนนในไฟล์ข้อสอบ
นายกฯ กล่าวว่า เมื่อตนเข้ามาในสมัยที่ 2 แล้วก็คงเป็นเรื่องที่ผิดความคาดหมาย เขาเลยไปแก้คําตอบ และไฟล์ข้อมูล ตนก็ยังเห็นเลยว่าสุ่มตรวจกระดาษคําตอบ คะแนนได้ 45 คะแนน แต่ว่าผลประกาศออกมาได้ 77 คะแนน ฉะนั้นการสุ่มตรวจ ที่เขาตรวจไป 80 คน อยู่ในลักษณะเช่นนี้หมด ตนยังบอกเลยว่าอะไรกันคําตอบไม่มีรอยดินสอล้นออกมาในช่องเลย ทําไมเก่งจัง ก็แปลว่า เขาเตรียมการไว้หมด เขาก็ไปทําและอ้างว่าเดี๋ยวเอกสารเยอะ เดี๋ยวจะตรวจสอบไม่ทัน เดี๋ยวจะไปทําโปรแกรมที่เกี่ยวกับเอไอ จึงเป็นที่มาของการไปสร้างกระดาษคําตอบนี้ขึ้นมา โดยอ้างว่าเป็นกระดาษคําตอบที่ล้อมากับคนที่ทำข้อสอบจริง
โชว์กระดาษคำตอบของปลอม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจังหวะนี้ นายกฯ ได้ชูตัวอย่างกระดาษคําตอบ พร้อมพูดว่า “ อันนี้เป็นกระดาษปลอม ไม่ใช่ของจริง เราไม่จําเป็นต้องถามหรอก กระบวนการนี้มันทุจริตแน่นอน ซึ่งกระทรวงมหาดไทยตั้งคณะกรรมการสอบ ในการสอบดำเนินการวินัยร้ายแรง กับผู้ที่เข้าข่าย ซึ่งไม่สามารถเปิดเผยชื่อตอนนี้ได้ เพราะเรายังไม่ได้ดําเนินคดี จะเป็นการกล่าวหาเขา เพราะมีบุคคลที่มีชื่อเสียงและมีตําแหน่งสูง เราจะไปกล่าวหาลอย ๆ ไม่ได้ จะต้องมีข้อมูล จะต้องรอผลสอบของหลาย ๆ หน่วยงานมายันข้อมูลกัน เพื่อให้รูปคดี มีความกระชับและมีความแน่นหนา โอกาสที่จะดิ้นหลุดก็ไม่มี ซึ่งก็มีทั้งเรื่องการโอนเงิน มีการบรรจุคน มีการแก้คะแนน ดูแต่ละเรื่องที่ทําเป็นอาญาแผ่นดินทั้งนั้น
ต้องมัด‘พวกชั่ว ขายชาติ’ให้ดิ้นไม่หลุด
“อย่างที่บอกพวกชั่ว ขายชาติ อันนี้คือความรู้สึก ที่ทุกคนก็คิดแบบนี้เหมือนกัน แต่เราจะบอกว่าคนนี้เป็นคนชั่ว คนนี้เป็นคนขายชาติ คนนี้เป็นคนที่โกงเฉยๆไม่ได้ เราต้องไปพูดให้เขารับข้อกล่าวหานี้ด้วยหลักฐาน ในรัฐบาลตนต้องมีหลักฐานที่เป็นที่ประจักษ์ ต้องมัดตัวให้แน่น ดิ้นไม่หลุด เราทํางานกันแบบนี้ ที่ผ่านมาก็ยังไม่เห็น ทีใครรอดสักราย”
นายกฯ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้อีก 6 หน่วยงานก็จะดําเนินการตรวจสอบในหน่วยงานของตัวเองที่เกี่ยวข้อง ทั้งเรื่องเส้นทางการเงิน การฟอกเงิน ขอให้ประชาชนสบายใจได้ว่า จากนี้ไปถ้าใครคิดจะโกง ก็อยู่ไม่ได้แล้ว พลาดไปโดนใครก็คนนั้น และเท่าที่ทราบก็มีเยอะแล้ว มีทั้งเส้นการเงินเส้นการร่วมมือและผู้ร่วมกระบวนการ
เพิ่มความเข้มข้นฟันขบวนการโกง
เมื่อถามว่า สามารถเปิดเผยชื่อผู้ร่วมกระบวนการได้หรือไม่ นายกฯ กล่าวต่อว่า ปิดชื่อถือพฤติกรรม ไม่ใหญ่ทําไม่ได้หรอก เขาคงต้องเร่งทํา เพราะหลายคนบรรจุไปแล้ว ซึ่งผู้ที่บรรจุไปแล้วก็ต้องขอแสดงความเสียใจด้วย ถ้าหากออกมาแล้วมันผิด ถ้าที่มาผิดทุกอย่างต้องเป็นโมฆะหมด ใครทําอะไรไว้ก็รู้อยู่แก่ใจ คิดว่าไม่น่าจะพ้นไปได้ และหลังจากนี้การสอบสวนก็จะเพิ่มความเข้มข้น เพิ่มน้ำหนัก เพิ่มทีมงาน บูรณาการร่วมกันของทุกหน่วยงาน เพื่อเอาผิดกับขบวนการนี้
ชี้ควรชะลอเวลาบรรจุขรก.ไว้ก่อน
นายกฯกล่าวด้วยว่า ในที่ 1 ก.ค. ตนทราบมาว่า ทราบมาว่าจะมีการบรรจุข้าราชการ แต่เมื่อมีการทุจริตจากการสอบครั้งนี้ก็ไม่ควรบรรจุ เพราะมีการทุจริตในการสอบครั้งนี้ ควรจะชะลอ ยืดเวลา หรือยกเลิก ซึ่งตนได้สั่งการปลัดกระทรวงมหาดไทย และรับดำเนินการ แต่การจะบรรจุหรือไม่นั้นมีคณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น (กสถ.) มาดูว่าควรจะบรรจุหรือไม่ ซึ่งในคณะกรรมการชุดนี้มีบุคคลภายนอกเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการด้วย ในที่ประชุม กระทรวงมหาดไทยเสนอให้ชะลอ แต่คณะคณะกรรมการส่วนใหญ่ที่มาจากภายนอกไม่เห็นด้วย ลงมติให้มีการบรรจุต่อไป เมื่อมาพบเช่นนี้ ความรับผิดชอบอยู่ที่กสถ.นี้ด้วย ตนขอชี้แจงว่ารัฐบาลไม่ใช่ไม่ทําอะไร เราทําทุกอย่างแล้ว เดี๋ยวก็ต้องมาดูพยานหลักฐานแล้วค่อยว่ากัน
ไม่มีใครกล้าเปิดสอบตอนนี้
เมื่อถามอีกว่า ในช่วงรัฐบาลหนู 1 ใครเป็นคนย่ามใจ นายกฯ กล่าวว่า ตอนรัฐบาลหนู 1 มีคนย่ามใจเยอะ ไม่ใช่เรื่องนี้เรื่องเดียว เราเข้าใจว่าตอนนั้นเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย จะไปวันไปพรุ่งก็ไม่รู้ และยุบสภาก่อนวันที่เรากําหนด และเป็นรัฐบาลรักษาการณ์ หลังจากนั้นเราก็เป็นรัฐบาลมีเอกภาพ ตอนนี้เรื่องการตรวจสอบของแต่ละหน่วยงานไม่ต้องห่วงหรอก พอเกิดเรื่องแบบนี้ มันไม่มีทางเปิดสอบ ไม่มีใครกล้าเปิดสอบหรอกตอนนี้ ไปท้าให้เขาเปิดสอบ อีก 2 เดือนคงไม่มีใครยอมจะมาเปิดสอบเลย ถือว่าเป็นการลดจํานวน ข้าราชการ ตนเชื่อว่าที่อ้างกันมา 3 ปี ไม่ได้สอบเลย ก็ไม่เห็นว่าการให้บริการประชาชน การทำงานประสิทธิภาพจะลดลง ตรงกันข้าม คิดว่ายิ่งคนน้อย ประหยัดงบประมาณแผ่นดิน และทํางานอย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นด้วยซ้ำ
“ถ้าผมทําได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องอาศัยคณะกรรมการ ผมไม่ให้มีการสอบหรอก ช่วงทำงานอยู่กระทรวงมหาดไทยมา 3 ปี ไม่ได้รู้สึกเลยว่าประสิทธิภาพงานของกระทรวงมหาดไทยลดลง ด้วยประสิทธิภาพข้าราชการที่มีอยู่ ทุกวันนี้ยังรู้สึกว่าข้าราชการเยอะไปด้วยซ้ำ และคิดว่าถ้าเกษียณไปแล้ว ไม่ต้องเพิ่ม มอบหมายคนที่อยู่ให้ทํางานเพิ่มมากขึ้น ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เป็นสิ่งที่สนุก” นายกฯ กล่าว
ไม่รู้เลขาฯรมว.คมนาคมยื่นลาออก
เมื่อถามถึงกรณีมีกระแสข่าวว่า นายรัชพงษ์ ชูแก้ว เลขานุการ รมว.คมนาคม ยื่นลาออก เนื่องจากมีข่าวว่าเชื่อมโยงกับประเด็นการสอบข้าราชการท้องถิ่น และข้อสงสัยเรื่องความสัมพันธ์กับผู้สอบที่ได้ลำดับต้นๆ นายกฯ ตอบว่า ยังไม่รู้เรื่องเลยคือใคร ต้องไปถามนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและรมว.คมนาคม ตนยังไม่รู้เรื่อง ตอนเพิ่งกลับมา
มท.สอบเสร็จแล้วแต่ยังเปิดชื่อไม่ได้
ขณะที่ นายอรรษิษฐ์สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า เรื่องนี้เกิดจากการที่นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทยได้รับข้อร้องเรียน และได้ลงนามบันทึกความร่วมมือกับ 7 หน่วยงานด้านการตรวจสอบการทุจริต จนเป็นที่มาของการจับกุม อย่างที่นายกรัฐมนตรีระบุไว้ว่าการกระทำรูปแบบนี้เปรียบเสมือนการขายชาติ หากบรรจุคนไม่ดีเข้าสู่ระบบราชการ บ้านเมืองก็จะวุ่นวาย แม้กระทรวงมหาดไทยจะได้สั่งการให้ชะลอการบรรจุ แต่ต่อมา กสถ. มีมติให้คงการบรรจุต่อไป ขอยืนยันว่ากระทรวงมหาดไทยได้ดำเนินการเรื่องนี้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ ล่าสุด ป.ป.ช. ได้อายัดกระดาษคำตอบกว่า 800,000 แผ่น และวางกรอบเวลาดำเนินการ 3-6 เดือนให้แล้วเสร็จ ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่แค่การโกงข้อสอบ แต่ยังรวมถึงเส้นทางการเงิน ดังนั้นผู้ที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมดต้องถูกนำตัวเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย
ขณะนี้การตรวจสอบในส่วนของกระทรวงมหาดไทยเสร็จสิ้นแล้ว และจะส่งข้อมูลไปยัง ป.ป.ช. เพื่อดำเนินการร่วมกับตำรวจ รวมถึงจะดำเนินการทางวินัยร้ายแรงกับผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยรายชื่อได้ เนื่องจากอยู่ในระหว่างการดำเนินการสืบสวนคู่ขนานร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ
แก้ไขคะแนนจนสูงเป็นพิเศษ
ด้าน นายสันติธร ยิ้มละมัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า หลังจากคณะกรรมการฯ ได้รับคำสั่ง ได้ดำเนินการหาข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง พร้อมเชิญผู้เกี่ยวข้อง 15 รายมาให้ข้อมูล ทั้งมาด้วยตนเองและชี้แจงผ่านเอกสาร รวมถึงเรียกเอกสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด และเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีมาให้คำแนะนำตลอดกระบวนการสืบสวนสอบสวน 7 วันที่ผ่านมา
คณะกรรมการตรวจพบในเบื้องต้นว่า ผู้รับจ้างไม่ได้จัดส่งไฟล์ข้อมูลภาพถ่ายกระดาษคำตอบทั้ง 10 ศูนย์ ให้แก่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นในทันทีหลังจากที่ตรวจคำตอบเสร็จสิ้น จากการสุ่มตรวจข้อมูลในแฟลชไดรฟ์ที่จัดส่งให้ในภายหลัง ซึ่งบรรจุไฟล์ภาพถ่ายกระดาษคำตอบและประกาศผลคะแนน ปรากฏว่าจากการสุ่มตรวจ 79 ราย มีผู้ที่คะแนนในสำเนากระดาษคำตอบไม่ตรงกับไฟล์ประมวลผลคะแนนสอบถึง 48 ราย จาก 80 ตัวอย่างกระดาษคำตอบ หรือเกินกว่าครึ่ง จึงตรวจสอบพบว่ามีการแก้ไขคะแนนทั้งภาค ก และภาค ข ให้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้คะแนนภาค ก เกินกว่าร้อยละ 60 และภาค ข มีคะแนนสูงเป็นพิเศษถึงร้อยละ 90
ในส่วนของการประกาศผลผู้มีสิทธิสอบภาค ค ผู้รับจ้างได้ส่งผลการประเมินภาค ก ภาค ข และวิชาภาษาอังกฤษ ให้ กสถ. ผ่านแฟลชไดรฟ์เพื่อให้ความเห็นชอบ ซึ่งจากข้อมูลสรุปได้ว่า ไม่ปรากฏว่า กสถ. ได้นำข้อมูลในแฟลชไดรฟ์ดังกล่าวมาสอบทานกับผลการประมวลผลภาค ค และภาษาอังกฤษที่ผู้รับจ้างจัดส่งให้แต่อย่างใด
ฟันวินัย5ข้าราชการ สถ.
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบของผู้เชี่ยวชาญด้านหลักฐานทางดิจิทัลพบว่า ภายหลังจากที่ กสถ. ให้ความเห็นชอบและประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบภาค ค แล้ว ยังมีการเข้าไปแก้ไขข้อมูลก่อนส่งไปประกาศในระบบสารสนเทศอย่างเป็นทางการ โดยพบว่าผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมีทั้งเจ้าหน้าที่ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ผู้รับจ้าง บริษัทเอกชนภายนอก รวมถึงบุคคลที่ยังไม่สามารถระบุตัวตนได้ โดยผู้เกี่ยวข้อง มีทั้งข้าราชการของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นมีมูลความผิดวินัยร้ายแรง 5 ราย, ผู้รับจ้าง, บริษัทเอกชนภายนอก และบุคคลที่ยังไม่ทราบตัวตน
นายกฯชี้ท้าทายอำนาจประชาชน
ภายหลังการแถลงข่าว ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่า การกระทำดังกล่าวถือเป็นการท้าทายและไม่เกรงกลัวต่ออำนาจนายกฯและรมว.มหาดไทยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่เกี่ยว เพราะไม่มีใครที่จะกระทำการทุจริตได้ ยกเว้นคนที่ตั้งใจ ไม่ได้ท้าทายอำนาจนายกฯ แต่เป็นการท้าทายอำนาจประชาชน เพราะคนเหล่านี้ต้องไปเป็นข้าราชการรับใช้พี่น้องประชาชน และต้องเป็นคนทำงานรับใช้ชาติ เข้ามาวันแรกก็โกงแล้ว อย่างนี้อนาคตประเทศจะมีปัญหา
เมื่อถามว่าจะมีบุคคลที่ใหญ่กว่าข้าราชการเกี่ยวข้องหรือไม่ และจะสาวถึงหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ต้องห่วง ตอนนี้คนมารุมสืบสวนสอบสวนทุกหน่วยงาน ทั้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ปปท.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แค่ 3 หน่วยงานนี้ฟังก็เหนื่อยแล้ว และยังมีตำรวจอีก รวมถึงกระทรวงมหาดไทยที่ต้องไปสอบสวนหน่วยงานตัวเอง
ชี้พยายามแก้ไขคะแนนชัดเจน
“สิ่งที่เกิดขึ้นอย่างแน่นอนคือมีความพยายามที่จะแก้ไขข้อมูลคะแนน กระดาษคำตอบ ที่ในตัวกระดาษคะแนนหนึ่งแต่ในคอมพิวเตอร์อีกคะแนนหนึ่ง แค่นี้ก็ชัดเจนแล้ว เช่นทำได้ 37 คะแนน ตอนนี้ในคอมพิวเตอร์ 74 คะแนน อย่างนี้จะต้องไปตรวจสอบอะไรอีก” นายกฯ กล่าว
เมื่อถามว่า เป็นการประมาทรัฐบาลนายกฯหนูเกินไปหรือไม่ นายกฯ ตอบว่า หากจะมองอย่างนั้นก็เป็นธรรมดา เมืองไทยก็อย่างนี้
กมธ.ปปช.เชิญ‘บิ๊กเต่า’ให้ข้อมูล
ก่อนหน้านั้น นายอาสพลธ์สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในฐานะประธานกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีทุจริตสอบท้องถิ่นว่า จากกรณีการบุกจับกุมขบวนการดังกล่าวที่จังหวัดนนทบุรี ซึ่งสร้างความกังวลใจให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก ในวันนี้ทาง กมธ.ป.ป.ช. จึงได้เชิญ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง เข้ามาให้ข้อมูลความคืบหน้าในการดำเนินคดี ทั้งกรณีทุจริตสอบท้องถิ่น และกรณีการดำเนินคดีกับปลัดจังหวัดภูเก็ต เพื่อติดตามตัวการใหญ่และข้าราชการอีก 10 คนที่เกี่ยวข้อง โดยในสัปดาห์หน้าจะมีการเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมถึงนำผลสอบของกระทรวงมหาดไทยมาพิจารณาเพิ่มเติม
ยันไม่มีปาหี่จับปลาซิวปลาสร้อย
นายอาสพลธ์ กล่าวว่า ตนต่อสู้เรื่องการทุจริตสอบท้องถิ่นมาตั้งแต่ปี2566 จนกระทั่งพรรคภูมิใจไทย โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) กับ 5 หน่วยงานต้านทุจริต จนนำมาสู่การทลายเครือข่ายใหญ่ได้ในปี 2569 นี้ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่มีการจับกุมขบวนการจัดสอบจากส่วนกลางได้สำเร็จ พร้อมยืนยันว่าพรรคภูมิใจไทยมีมติชัดเจนที่จะไม่ปกป้องคนผิด หากพบว่ามีบุคคลในพรรคหรือหน่วยงานใดเกี่ยวข้องจะดำเนินคดีถึงที่สุด และ กมธ.ป.ป.ช.จะเกาะติดเรื่องนี้เพื่อสาวให้ถึงตัวการระดับสูง ยืนยันไม่มีปาหี่จับแค่ปลาซิวปลาสร้อยแน่นอน
“เรื่องทุจริตถึงใคร ไม่ว่าจะหน่วยงานไหน หรือ สส.ในพรรค ใครก็ตามจะไม่มีการช่วยเหลือ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่พรรคภูมิใจไทยรับไม่ได้” นายอาสพลธ์ กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี