542.jpg
กมธ.งบฯ ปี 70 ถกงบกลาง 6.93 แสนล้าน เผย ธปท. ห่วงเงินเฟ้อ แต่เชื่อ AI ดันหนุนเศรษฐกิจ

กมธ.งบฯ ปี 70 ถกงบกลาง 6.93 แสนล้าน เผย ธปท. ห่วงเงินเฟ้อ แต่เชื่อ AI ดันหนุนเศรษฐกิจ

วันศุกร์ ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 16.14 น.

กมธ.งบฯ ปี 70 ถกงบกลาง 6.93 แสนล้าน เผย ธปท. ห่วงเงินเฟ้อ แต่เชื่อ AI ดันหนุนเศรษฐกิจ ขณะที่ สภาพัฒน์ฯ เฟิร์มสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา กระทบภาพรวมเศรษฐกิจต่ำ ขณะที่ 6 ก.ค.นี้ เริ่มพิจารณางบ สำนักนายกฯ เป็นหน่วยงานแรก

เมื่อวันที่ 3 ก.ค.2569 ที่รัฐสภา น.ส.ณัฐธิดา เทพสุทิน สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 สภาผู้แทนราษฎร แถลงภายหลังการประชุม กมธ.ฯว่า วันนี้ที่ประชุมเริ่มพิจารณางบประมาณในส่วนมาตรา 6 งบกลาง วงเงิน 693,880,000,000 บาท ซึ่งการพิจารณางบประมาณภาพรวมเป็นการพิจารณาข้อมูลภาวะเศรษฐกิจของประเทศ โดยคณะกรรมาธิการได้เชิญหน่วยงานด้านเศรษฐกิจเศรษฐกิจ 4 หน่วยงานมาชี้แจงถึงภาวะเศรษฐกิจภาพรวม ได้แก่ 1. สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ 2. กระทรวงการคลัง 3. ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) 4. สำนักงบประมาณ 


น.ส.ณัฐธิดา กล่าวต่อว่า สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจปีนี้ธปท.ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยในระยะสั้นมีทิศทางขยายตัว แม้เผชิญแรงกดดันเชิงลบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาสินค้า ราคาน้ำมัน และวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้น ก่อให้เกิดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ ซึ่งคาดว่าอาจสูงกว่า 4% ในไตรมาสที่4 ก่อนจะทยอยลดลงในปีหน้า ทั้งเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นอาจทำให้การบริโภคภาคครัวเรือนชะลอตัวในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ แต่มีมาตรการภาครัฐ เช่น โครงการไทยช่วยไทยพลัส ที่ช่วยประคับประคองเศรษฐกิจและสนับสนุนการใช้จ่ายภาคเอกชนในไตรมาสที่3 ให้ปรับตัวดีขึ้น ขณะที่ปัจจัยเชิงบวกสำคัญมาจากการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ที่ขยายตัวทั่วโลก ส่งผลให้ความต้องการสินค้าเทคโนโลยีและการส่งออกของไทยเพิ่มขึ้น โดยการส่งออกสินค้าเทคโนโลยีขยายตัว 34.2% ในปี 2568 และคาดว่าจะเติบโต 43.8% ในปีนี้ และ 17.2% ในปีหน้า สะท้อนว่า AI กำลังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจไทย อย่างไรก็ตาม ธปท.  คาดว่าแม้การบริโภคจะได้รับผลกระทบจากเงินเฟ้อแต่แรงหนุนจากการลงทุนและอุตสาหกรรม AI จะช่วยให้เศรษฐกิจไทยเติบโต 2.3% ในปีและ 1.8% ในปีหน้า โดยต้องติดตามการใช้จ่ายของผู้บริโภคและผลของมาตรการภาครัฐอย่างใกล้ชิด

น.ส.ณัฐธิดา กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ที่ประชุม กมธ.ฯ ยังได้สอบถามผลจากสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างไทยกัมพูชาว่าสภาพัฒน์ฯ ได้มีการประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจหรือไม่ หากเกิดความขัดแย้งซ้ำ หรือมีการยกระดับความรุนแรงในอนาคต หน่วยงานได้ทำแผนรองรับและจัดสรรงบประมาณเพื่อบริหารความเสี่ยงด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจไว้อย่างไร โดยผู้แทนสภาพัฒน์ฯ ได้ชี้แจงกับกมธ.ฯว่า หน่วยงานได้มีการประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจไว้ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา พบว่ามีผลกระทบทางเศรษฐกิจน้อยมาก ปริมาณการค้าชายแดนทางเศรษฐกิจไม่ได้มากพอที่จะกระทบกับเศรษฐกิจภาพใหญ่ของประเทศ ทั้งนี้ สำหรับการประชุม กมธ.ฯ ในวันที่ 6 ก.ค.นี้ จะเริ่มพิจารณางบประมาณของสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นหน่วยงานแรก

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top