542.jpg
ฝ่ายกฎหมาย ชัชชาติ โต้ มัลลิกา ยกข้อกฎหมายแจงยิบ ปมไซซ์ป้ายหาเสียง

ฝ่ายกฎหมาย ชัชชาติ โต้ มัลลิกา ยกข้อกฎหมายแจงยิบ ปมไซซ์ป้ายหาเสียง

วันเสาร์ ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 17.08 น.

ฝ่ายกฎหมาย ”ชัชชาติ“ โต้ ”มัลลิกา“ พาดพิงสื่อโฆษณาหาเสียงมีป้ายเกินขนาด-ผิดกฎหมาย แจงยิบปฏิบัติตามกฎหมายการหาเสียง และแจ้งต่อ กกต. ทุกกระบวนการ ชี้ สื่อโฆษณาติดรถสาธารณะ/ประตูรถไฟฟ้า/จอLED ไม่ใช่ป้ายหาเสียง ไม่มีข้อห้าม

วันที่ 4 กรกฎาคม 2569 ทีมชัชชาติ ได้ชี้แจงกรณี นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวหาพาดพิงถึงสื่อโฆษณาหาเสียงของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ มีป้ายเกินขนาด ผิดกฎหมาย ว่า


ตามที่ คุณมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 14  ได้กล่าวหาในการบรรยายของสถาบันพระปกเกล้า เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม ที่ผ่านมา พาดพิงถึงสื่อโฆษณาหาเสียงของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ว่ามีป้ายเกินขนาด ผิดกฎหมายนั้น  ฝ่ายกฎหมายของ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 9 ขอชี้แจงว่า

การหาเสียงของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้ปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบเกี่ยวกับการหาเสียงทุกประการ และได้มีการหารือ สอบถาม และแจ้งต่อ กกต. ในทุกกระบวนการก่อนดำเนินการแล้ว 

โดยมีรายละเอียด ดังนี้

1. สื่อโฆษณาที่ติดบนรถสาธารณะและรถไฟฟ้าสีน้ำเงิน รวมถึงจออิเล็กทรอนิกส์ ไม่ใช่ “แผ่นป้ายหาเสียง” หรือ “ประกาศหาเสียง” ตามนิยามของระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2563 จึงไม่อยู่ภายใต้ข้อกำหนดเรื่องขนาดและจำนวน        

ตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2563 นั้น ได้กำหนดนิยาม “แผ่นป้ายเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้ง” ว่า แผ่นป้ายของผู้สมัครที่มีลักษณะเป็นกระดาษ กระดาน หรือวัสดุอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันและมีความแข็งแรงที่มีข้อความหรือรูปที่ผู้สมัครได้จัดทำขึ้นเพื่อใช้ในการหาเสียงเลือกตั้ง กล่าวคือ แผ่นป้ายหาเสียงเลือกตั้งจะต้องมีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยม ถูกยึดไว้บนโครงไม้ โครงโลหะ หรือยึดไว้กับส่วนใดส่วนหนึ่งของอาคาร หรือสิ่งที่ยึดอยู่บนพื้นที่ 

ในส่วนของ “ประกาศหาเสียงเลือกตั้ง” ดังกล่าว ได้นิยามไว้ว่า “ประกาศเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้ง” หมายความว่า ประกาศของผู้สมัครที่มีลักษณะเป็นกระดาษหรือวัสดุอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันที่มีข้อความหรือรูปที่ผู้สมัครได้จัดทำเพื่อใช้ในการหาเสียงเลือกตั้ง ดังนั้น ประกาศหาเสียงเลือกตั้งจึงต้องพิมพ์ลงในวัสดุที่เป็นกระดาษหรือวัสดุที่มีลักษณะคล้ายกระดาษ และใช้สำหรับการติดตั้งบนอาคาร แผ่นกระดาน หรือสิ่งที่ไม่อาจเคลื่อนที่ได้เท่านั้น

นอกจากนี้ ตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งดังกล่าว ก็ไม่ได้ออกข้อห้ามไม่ให้มีการโฆษณาหาเสียงโดยวิธีการอื่น ดังจะเห็นได้จากการระบุให้ “เอกสาร” หรือ “วิดีทัศน์” ที่ใช้ในการหาเสียงต้องระบุชื่อผู้ผลิต ผู้จัดทำ และรายละเอียดอื่นๆ (ข้อ 23 ) 

เมื่อตีความระเบียบของกกต. ประกอบกับประกาศของ กกต. กรณีนี้จึงเห็นได้ว่า กฎหมายเลือกตั้งอนุญาตให้มีการหาเสียงโดยวิธีการอื่นนอกเหนือไปจากการผลิตป้ายและประกาศอย่างที่เคยยึดถือปฏิบัติกันมา ไม่จำกัดอยู่แต่เฉพาะการทำในรูปแบบของ “ประกาศ” หรือ “แผ่นป้าย” เท่านั้น

จากข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องดังกล่าวข้างต้น กรณีจึงเห็นได้ว่า สื่อโฆษณาที่ข้าพเจ้าติดตั้งบนรถโดยสารสาธารณะและรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินนั้น ซึ่งทำจากสติกเกอร์  ไม่ใช่กระดาษหรือแผ่นป้ายที่ยึดติดกับอาคาร หรือสถานที่ใดที่หนึ่ง แต่เป็นการปิดสื่อโฆษณาเข้ากับพาหนะซึ่งเคลื่อนที่ได้ ซึ่งไม่เข้าลักษณะของประกาศเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้งและแผ่นป้ายเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้งแต่อย่างใด 

ด้วยเหตุนี้ สื่อโฆษณาที่ทีมงานนายชัชชาติ ติดบนรถสาธารณะและประตูรถไฟฟ้าสีน้ำเงิน รวมถึงบนจอภาพอิเล็กทรอนิกส์ จึงไม่ใช่แผ่นป้ายหาเสียง หรือ ประกาศหาเสียงตามนิยามของระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2563 จึงไม่อยู่ภายใต้ข้อกำหนดเรื่องขนาดและจำนวน และไม่มีประกาศหรือระเบียบใดๆบัญญัติถึงข้อห้ามหรือข้อกำหนดขนาดและจำนวนแต่อย่างใด 

2. ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง ประเภทของค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2563 อนุญาตให้มีการหาเสียงในรูปแบบอื่นได้ เพียงแต่ต้องนำมารวมเป็นค่าใช้จ่ายเท่านั้น
ข้าพเจ้าขอเรียนต่อไปว่า นอกจากการติดตั้งสื่อประชาสัมพันธ์บนรถโดยสารสาธารณะจะไม่เข้านิยามของ “แผ่นป้ายหาเสียง” และ “ประกาศหาเสียง” ตามระเบียบ กกต. ที่อ้างแล้วนั้น ยังมีประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง ประเภทของค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2563 ซึ่งให้ค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งรวมถึง “...(4) ค่าโฆษณาในสื่อต่าง ๆ ได้แก่ ค่าสื่อสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ ค่าผลิตสื่อเพื่อการออกอากาศ รวมถึงค่าโฆษณาอื่นที่เป็นการกระทำเพื่อการหาเสียงเลือกตั้ง (5) ค่าจัดทำป้าย เอกสาร สิ่งพิมพ์ต่าง ๆ ที่ใช้ในการโฆษณาหาเสียง…” 

กรณีจึงหมายความได้ว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งได้อนุญาตให้มีการโฆษณาการหาเสียงเลือกตั้งในรูปแบบสื่ออื่นๆ นอกจากประกาศเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้งและแผ่นป้ายเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้ง เพียงแต่ต้องแจ้งค่าใช้จ่ายดังกล่าวต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งฝ่ายกฎหมายได้เคยทำหนังสือแจ้งรายละเอียดถึงการโฆษณาดังกล่าว ตามหนังสือเรื่อง แจ้งการโฆษณาหาเสียงด้วยวิธีการปิดสติกเกอร์บนรถโดยสารประจำทาง ฉบับลงวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 ซึ่งได้ยื่นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งแล้ว

ยิ่งไปกว่านั้น คณะกรรมการการเลือกตั้งก็เคยมีหนังสือตอบกลับเกี่ยวกับการโฆษณาหาเสียงบนรถโดยสารสาธารณะว่า

“8. ข้อหารือที่ 7 ค่าใช้จ่ายในการเช่าพื้นที่โฆษณาบนยานพาหนะสาธารณะ ผู้สมัครรับเลือกตั้งจะต้องนำมารวมเป็นค่าใช้จ่ายด้วยหรือไม่ เห็นว่า ถือเป็นค่าใช้จ่ายในการหาเสียงเลือกตั้ง ดังนั้น ผู้สมัครรับเลือกตั้งจะต้องนำมาคิดคำนวณเป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งของผู้สมัครรับเลือกตั้งด้วย โดยต้องไม่เกินจำนวนค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งที่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดประกาศกำหนดตามมาตรา 60 แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562

9. ข้อหารือที่ 8 และ 9 การติดป้ายโฆษณาหาเสียงบนรถโดยสารสาธารณะจะทำให้รถคันนั้นเข้าลักษณะเป็น “พาหนะที่ใช้ในการหาเสียง” ตามข้อ 23 (3) ของระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2563 ด้วยหรือไม่ และหากพิจารณาแล้วว่า รถโดยสารสาธารณะทั่วไปที่มีการปล่อยเช่าพื้นที่บนรถโดยสารเพื่อหาเสียงเลือกตั้งถือเป็น “พาหนะในการหาเสียง” ตามระเบียบดังกล่าว ในกรณีนี้ เจ้าของพาหนะ/ผู้ประกอบกิจการรถขนส่งสาธารณะซึ่งยังคงต้องประกอบอาชีพรับส่งผู้โดยสารเป็นการทั่วไป (เพียงแต่รับติดป้ายโฆษณาหาเสียง) จะสามารถนำพาหนะคันดังกล่าวออกประกอบอาชีพรับจ้างตามปกติได้หรือไม่ เห็นว่า การเช่าพื้นที่โฆษณาเพื่อหาเสียงเลือกตั้งบนยานพาหนะสาธารณะ อาจไม่เข้าข่ายมีลักษณะเป็นพาหนะที่ใช้ในการหาเสียง เป็นเพียงการเช่าพื้นที่โฆษณาเพื่อหาเสียงเลือกตั้งซึ่งผู้สมัครรับเลือกตั้งจะต้องนำมาคิดคำนวณเป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งของผู้สมัครรับเลือกตั้งด้วย เว้นแต่ ผู้สมัครรับเลือกตั้งประสงค์จะจ้างให้เป็นพาหนะที่ใช้ในการหาเสียงเลือกตั้งของผู้สมัครรับเลือกตั้งโดยตรง ซึ่งต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของระเบียบดังกล่าว ทั้งนี้ ต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานเจ้าของรถโดยสารสาธารณะด้วย เช่น องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เป็นต้น” 

ประกอบกับเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งและผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร ได้จัดให้มีการอบรมการเลือกตั้งเชิงสมานฉันท์แก่ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เพื่อให้ผู้สมัครทุกรายหาเสียงถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่ง ว่าที่ร้อยตรี สัมพันธ์ แสงคำเลิศ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร ได้กรุณาให้คำตอบเกี่ยวกับการหาเสียงบนรถโดยสารสาธารณะเอาไว้อย่างชัดเจนว่า สามารถกระทำได้ และไม่ถือเป็นประกาศหรือแผ่นป้ายหาเสียงที่จำกัดขนาด เพียงแต่ต้องนำมารวมเป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งด้วยเท่านั้น

จึงขอให้ทางผู้รับฟังบรรยายของคุณมัลลิกา ที่สถาบันพระปกเกล้า และสาธารณชนทั่วไป รับทราบและเข้าใจโดยทั่วกัน ว่าการหาเสียงของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้ยึดมั่นและเป็นไปกฎหมายและระเบียบเกี่ยวกับการหาเสียงอย่างถูกต้องทุกประการทั้งสิ้น และขอให้ผู้พาดพิง ตรวจสอบข้อกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องให้ถี่ถ้วนก่อนแสดงความเห็นใดๆ ออกสู่สาธารณะ

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top