วันจันทร์ ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
โฆษกกองทัพไทย แถลงผลการประชุม ผบ.เหล่าทัพ หารือแนวทางการป้องกันภัยทางอากาศร่วมกัน ย้ำ บูรณาการทั้งด้านการบัญชาการ การปฏิบัติ การเชื่อมโยงข้อมูล และการจัดหายุทโธปกรณ์ ให้สอดคล้องกันมากขึ้นในอนาคต
6 ก.ค. ที่สํานักตํารวจแห่งชาติ พลตรี วิทัย ลายถมยา โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย นำแถลงผลการประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพ ครั้งที่ 5 ในวันนี้ โดยมี พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก นาวาเอก นรา คุณโฑถม ผู้ช่วยโฆษกกองทัพเรือ นาวาอากาศเอก วุฒิกร สุวารี รองโฆษกกองทัพอากาศ และพลตำรวจโท ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมแถลงผลการประชุม ณ ห้องประชุมศรียานนท์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
โดย โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย ระบุว่า ในการประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพ ครั้งที่ผ่านมา แต่ละครั้งจะมีการกำหนดหัวข้อเกี่ยวกับการปฏิบัติการร่วมกันที่ต่อเนื่องกันเสมอ โดยครั้งแรก ในด้านไซเบอร์ ครั้งที่ 2 ด้านคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ครั้งที่ 3 ด้านระบบอัตโนมัติ และการประชุมครั้งนี้ เป็นด้านของการป้องกันภัยทางอากาศ ซึ่งเดิมแต่ละเหล่าทัพ ก็เตรียมแผนในการป้องกันภัยทางอากาศอยู่แล้ว แต่เมื่อเดือนที่ผ่านมา รัฐบาลได้กำหนดให้กองทัพอากาศ เป็นหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบในเรื่องของการบัญชาการควบคุมการปฏิบัติการทางอากาศ ในวันนี้จะเป็นการมาหารือว่าแต่ละเหล่าทัพจะสามารถเชื่อมโยงแผนปฏิบัติการที่มีเข้าร่วมกันได้อย่างไร โดยเฉพาะ ระบบเซนเซอร์ตรวจจับเป้าหมาย และป้องกันภัยคุกคามทางอากาศ ซึ่งต่อไปต้องมีการระบุใน TOR สำหรับการจัดหาของแต่ละเหล่าทัพ ให้จัดหาระบบที่จะต้องสามารถเชื่อมโยงเข้ากับระบบ (Air Command and Control System : ACCS) ของกองทัพอากาศได้
ขณะที่เหล่าทัพต่าง ๆ โดยกองทัพยก กล่าวว่า ได้มีการถอดบทเรียนการป้องกันภัยทางอากาศจากการปะทะในครั้งที่ผ่านมา เพื่อนำไปสู่การพัฒนาระบบป้องกันภัยทางอากาศแบบบูรณาการ ครอบคลุมทั้งการตรวจจับ (Sensor) และการใช้อาวุธ (Shooter) และระบบการควบคุมบังคับบัญชา เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลและประสานการปฏิบัติร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อยกระดับการรับมือกับภัยคุกคามด้านอากาศยานไร้คนขับในอนาคต ด้านกองทัพเรือ ได้เน้นการป้องกันภัยทางอากาศทั้งในทะเลและที่มั่นทางทหารตามแนวชายฝั่ง รวมทั้งจุดที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ เช่น ท่าเรือต่าง ๆ แท่นขุดเจาะน้ำมันกลางทะเล โดยจะมีการประสานการปฏิบัติกับกองทัพอากาศอย่างใกล้ชิด โดยมีหน่วยเรือในทะเล เป็นจุดตรวจจับ หรือ เซนเซอร์ย่อย ที่ครอบคลุมพื้นที่ต่าง ๆ ในทะเล โดยที่ผ่านมากองทัพเรือและกองทัพอากาศมีการฝึกร่วมกันหลายปี
และต่อไปจะมีการบูรณาการคิดความสามารถร่วมกันของทุกเหล่าทัพ เพื่อพัฒนาขีดความสามารถในการเชื่อมโยงข้อมูลให้ต่อเนื่อง ส่วนกองทัพอากาศ ในฐานะหน่วยงานหลัก ได้เสนอแนวคิดการพัฒนาระบบการเฝ้าระวังและป้องกันภัยทางอากาศทุกรูปแบบ โดยจะเชื่อมโยงระบบควบคุมบังคับบัญชาไปยังระบบตรวจจับรวมถึงระบบการใช้กำลังต่าง ๆ ร่วมกับเหล่าทัพต่าง ๆ ให้ครอบคลุมพื้นที่รับผิดชอบทั่วประเทศ มีการวิจัยและพัฒนาระบบต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ และอยู่ระหว่างการดำเนินการจัดตั้ง 'ศูนย์บริหารจัดการ ควบคุม และต่อต้าน อากาศยานซึ่งไม่มีนักบินแห่งชาติ' ตามมติที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ โดยอยู่ระหว่างการจัดตั้ง และหารือกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ทั้งภาครัฐ เหล่าทัพ และหน่วยงานพลเรือน ด้านสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า ที่ผ่านมาตระหนักถึงภัยคุกคามของอากาศยานไร้คนขับทั้งตามแนวชายแดนและพื้นที่ชั้นในของประเทศ
โดยจากข้อมูลด้านการข่าว พบความพยายามในการใช้โดรนดัดแปลง ประกอบเอง และติดอาวุธ แบบ DIY เพื่อสังเกตการณ์ในพื้นที่ความมั่นคง โดยที่ผ่านมามีการตรวจจับโดรนลักษณะนี้ได้หลายครั้ง ซึ่งมีชาวต่างชาติเกี่ยวข้องด้วย พบพฤติกรรมที่บ่งชี้ว่ามีกลุ่มบุคคลและเครือข่ายข้ามชาติ พยายามใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการนำเข้า จัดเก็บ และลำเลียงอุปกรณ์โดรนในหลายคดี นอกจากการตรวจค้นและจับกุมอย่างเด็ดขาด สำนักงานตำรวจแห่งชาติยังได้เน้นย้ำการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่สำคัญสูงสุด เช่น เขตพระราชฐาน ท่าอากาศยาน โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน พื้นที่ทางทหาร และการรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญในการประชุมระดับชาติ จึงยืนยันความมุ่งมั่นในการสนับสนุนภารกิจของเหล่าทัพในการป้องกันภัยทางอากาศอย่างสุดความสามารถ
ทั้งนี้ โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย สรุปว่า ที่ผ่านมาแต่ละเหล่าทัพมีการวางแผนและเตรียมการป้องกันภัยทางอากาศ โดยในขณะนี้ เป็นขั้นตอนการอนุมัติงบประมาณ และการจัดหาต่อไป โดยจะต้องปรึกษาหารือกันว่า ระบบเซนเซอร์ของแต่ละเหล่าทัพ จะต้องเชื่อมโยงเข้าหากันให้ได้กับระบบป้องกันภัยทางอากาศที่มีอยู่ในขณะนี้ โดยการหารือกันในวันนี้ แต่ละเหล่าทัพได้แลกเปลี่ยนความรู้และความคิดเห็น ทั้งในด้านวิชาการ ประสบการณ์ รวมถึงความน่าจะเป็นในอนาคต เพื่อนำไปสู่การจัดทำหลักนิยม ตามมาด้วยกระบวนการจัดหายุทโธปกรณ์ต่อไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี