542.jpg
ภัณฑิล ซัดรัฐบาลหละหลวม ออกนโยบายใช้ กัญชา แต่คุมไม่ได้ เปิดช่องโหว่ขนออกนอก ชี้ปีเดียวกว่า 3 พันคดี

ภัณฑิล ซัดรัฐบาลหละหลวม ออกนโยบายใช้ กัญชา แต่คุมไม่ได้ เปิดช่องโหว่ขนออกนอก ชี้ปีเดียวกว่า 3 พันคดี

วันจันทร์ ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 15.51 น.

ภัณฑิล ซัดรัฐบาลหละหลวม ออกนโยบายใช้ กัญชา แต่คุมไม่ได้ เปิดช่องโหว่ขนออกนอกถูกจับกุมปีเดียวกว่า 3 พันคดี จี้เอาส่วน ช่อดอก กลับเป็นยาเสพติด ใช้เพื่อการแพทย์ภายใต้การควบคุม บี้ พรรคการเมืองสายเขียว ออกมาชี้แจง  

เมื่อวันที่ 6 ก.ค.2569 ที่รัฐสภา นายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม. พรรคประชาชน เปิดเผยว่า จากกรณีมีการลักลอบส่งออกกัญชาจากประเทศไทยไปยังต่างประเทศเป็นถูกจับกุมจำนวน สะท้อนช่องว่างของระบบกำกับดูแล ซึ่งแม้นายกรัฐมนตรีจะชี้แจงว่า กัญชาที่ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ไม่สามารถส่งออกนอกประเทศได้ แต่คำถามคือ เหตุใดจึงยังสามารถลักลอบส่งออกกัญชาไปยังต่างประเทศได้ในปริมาณมากได้ นี่สะท้อนว่า ระบบควบคุมยังมีช่องโหว่ ทั้งนี้ หลายประเทศถือว่ากัญชาเป็นยาเสพติดผิดกฎหมาย ดังนั้น เมื่อมีการตรวจยึดกัญชาที่มีต้นทางจากประเทศไทย ย่อมตั้งข้อสงสัยต่อมาตรการกำกับดูแลของไทย และอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่น รวมถึงมาตรการตรวจสอบสินค้าหรือผู้โดยสารที่เดินทางมาจากประเทศไทยในอนาคต  


“แม้นโยบายเดิมจะมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมกัญชาทางการแพทย์และอุตสาหกรรมสมุนไพร แต่ในทางปฏิบัติกลับพบว่ามีการจำหน่ายช่อดอกกัญชาเพื่อการสันทนาการอย่างกว้างขวาง สามารถหาซื้อได้ง่าย ทั้งยังมีข้อร้องเรียนจากประชาชนเกี่ยวกับการสูบกัญชาในพื้นที่สาธารณะและชุมชน ซึ่งส่งผลกระทบต่อเด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ และประชาชนโดยรอบ แล้วรัฐบาลได้พิจารณาผลกระทบของนโยบายดังกล่าวอย่างรอบด้านหรือไม่ ทั้งด้านการควบคุมการผลิต การจำหน่าย การตรวจสอบย้อนกลับ การป้องกันการลักลอบส่งออก และการคุ้มครองเด็กและเยาวชน เนื่องจากปัญหาที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่าการปลดล็อกกัญชาเกิดขึ้นก่อนที่ระบบกำกับดูแลจะมีความพร้อม” นายภัณฑิล กล่าว

นายภัณฑิล กล่าวต่อว่า ข้อมูลของกรมศุลกากรระหว่างเดือนต.ค. 2568-พ.ค. 2569 มีการจับกุมคดีลักลอบส่งออกกัญชาเกือบ 3,000 คดี ของกลางมีน้ำหนักรวมกว่า 315,000 กิโลกรัม มูลค่าประมาณ 4,045 ล้านบาท ส่งผลให้ต้องปรับบทลงโทษใหม่ โดยกำหนดค่าปรับ 30,000 บาทต่อกิโลกรัม พร้อมยึดของกลาง ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 17 มิ.ย. 2569 ทั้งนี้ ปัญหาดังกล่าวไม่ใช่เพียงความบกพร่องในการบังคับใช้กฎหมาย แต่เป็นผลจากช่องว่างเชิงนโยบายที่ทำให้เกิดตลาดสีเทา การใช้กัญชาเพื่อการสันทนาการ และการลักลอบส่งออกไปยังต่างประเทศ เกิดผลกระทบจำนวนมาก

 นายภัณฑิล กล่าวอีกว่า ตนไม่ได้คัดค้านการใช้กัญชาทางการแพทย์ ผู้ป่วยควรได้รับการรักษาภายใต้การกำกับของแพทย์และสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ แต่ไม่เห็นด้วยกับการจำหน่ายช่อดอกกัญชาเพื่อการสันทนาการที่อาศัยช่องว่างของกฎหมาย จึงเสนอให้รัฐบาลดำเนินการ 4 ประการ คือ 1. ยุติการจำหน่ายและการใช้ช่อดอกกัญชาเพื่อการสันทนาการ และนำช่อดอกกัญชากลับเข้าสู่ระบบควบคุมที่เข้มงวด โดยจำกัดการใช้เฉพาะทางการแพทย์ภายใต้การกำกับดูแลที่ชัดเจน 2. เปิดเผยข้อมูลผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการกัญชา ทั้งร้านค้า ฟาร์ม ผู้ถือหุ้น และผู้ได้รับประโยชน์ที่แท้จริง เท่าที่กฎหมายเปิดเผยได้ เพื่อให้สังคมสามารถตรวจสอบความโปร่งใสและป้องกันการแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ 3.ให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) กรมศุลกากร กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รายงานความคืบหน้าคดีลักลอบส่งออกกัญชาต่อรัฐสภา พร้อมตรวจสอบความเชื่อมโยงกับผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการกัญชา เพื่อสร้างความชัดเจนและความเชื่อมั่นแก่สาธารณชน และ 4. คุ้มครองผู้ป่วยและผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจโดยสุจริต ไม่ให้ได้รับผลกระทบจากการบังคับใช้กฎหมาย ขณะเดียวกันต้องเร่งปราบปรามตลาดมืด การใช้กัญชาเพื่อการสันทนาการ และการอาศัยช่องว่างของกฎหมายในการลักลอบกระทำความผิดอย่างจริงจัง 

“ยืนยันว่าผมไม่ได้กล่าวหานักการเมืองหรือพรรคการเมืองใดว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการลักลอบส่งออกกัญชา แต่เห็นว่า ผู้ที่เคยผลักดันนโยบายดังกล่าวควรชี้แจงต่อสังคมอย่างชัดเจนว่า เหตุใดนโยบายที่ตั้งเป้าส่งเสริมกัญชาในฐานะพืชเศรษฐกิจ จึงนำไปสู่ปัญหาการลักลอบส่งออก กระทบต่อประเทศคู่ค้า และส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทย จึงขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสาธารณชนอย่างชัดเจนและครบถ้วน“ นายภัณฑิล กล่าว

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top