วันจันทร์ ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ป.ป.ช.ฟันอาญา -วินัย "อดีตนายอำเภอโพธิ์ชัย"จ.ร้อยเอ็ด และพวก ทุจริตเงินซื้อยาฆ่าเพลี้ยแป้งมันสำปะหลัง ซื้อสูงเกินจริง ทำรัฐเสียหาย กว่า 8 ล้านบาท
วันที่ 6 กรกฎาคม 2569 คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลนายเธียรชัย พุทธรังษี เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายอำเภอโพธิ์ชัย จังหวัดร้อยเอ็ด กับพวก กรณีทุจริตการจัดซื้อสารเคมีเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ กรณีฉุกเฉินจากการแพร่ระบาดของศัตรูพืช หรือโรคเพลี้ยแป้งมันสำปะหลัง ประจำปีงบประมาณ 2555 จัดซื้อในราคาที่สูงเกินกว่าความเป็นจริง เป็นเหตุให้ทางราชการได้รับความเสียหาย
จากการไต่สวนปรากฏว่า เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2554 ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ดได้ประกาศให้ 9 ตำบลของอำเภอโพธิ์ชัย จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นพื้นที่ภัยพิบัติจากโรคเพลี้ยแป้งมันสำปะหลัง จึงได้ออกคำสั่งจัดสรรเงินทดรองราชการจำนวน 9,700,000 บาท และมอบหมายให้นายอำเภอโพธิ์ชัย มีอำนาจอนุมัติจ่ายเงินตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ.2546 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
ต่อมานายกันยา คงพลปาน เกษตรอำเภอโพธิ์ชัย ได้รายงานสถานการณ์การระบาดของเพลี้ยแป้งมันสำปะหลังและเสนอให้ซื้อสารเคมีพิริมิฟอส เมทิล ( Pirimihpos methyl ) โดยใช้ขนาด 1 ขวด 500 CC ต่อพื้นที่เพาะปลูก 1 ไร่ ในราคาขวดละ 1,450 บาท จำนวน 6,689 ขวด เป็นเงินทั้งสิ้น 9,699,050 บาท ซึ่งนายอำเภอโพธิ์ชัยอนุมัติตามที่เสนอทางที่การอนุมัติให้จัดซื้อสารเคมีดังกล่าวจะต้องเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินอำเภอโพธิ์ชัย หรือ ก.ช.ภ.อ.โพธิ์ชัย พิจารณา
แต่ปรากฏว่านายอำเภอได้สั่งการให้ปลัดอำเภอโพธิ์ชัยจัดทำบันทึกรายงานการประชุมว่าคณะกรรมการ ก.ช.ภ.อ.โพธิ์ชัย มีมติเห็นชอบให้ใช้งบประมาณจากเงินทดรองราชการที่จังหวัดร้อยเอ็ดจัดสรรให้และเห็นชอบจัดซื้อสารเคมีทั้งที่ไม่มีการประชุมจริง นอกจากนั้น ไม่มีการสืบราคาจากท้องตลาดโดยเป็นราคาที่นายวัชเรน ทร์ ศิริมงคล เกษตรจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นผู้กำหนด และนายอำเภอโพธิ์ชัยได้มีการอนุมัติให้จัดซื้อโดยวิธีพิเศษ และได้เรียกนางประไพ สุรเสน เสมียนตราอำเภอโพธิ์ชัยเข้าไปพบในห้องทำงานและแจ้งว่าจะมีคนนำเอกสารการเสนอราคาจะซื้อสารเคมีมามอบให้และให้เลือกผู้ขายตามเอกสารที่ได้รับมอบหมาย
โดยในวันเดียวกันมีบุคคลนำเอกสารเสนอราคาของบริษัทเอกชน 3 ราย มามอบให้กับนางประไพ ซึ่งในเอกสารของบริษัทมินถาพร จำกัดปรากฏคำว่า "คู่สัญญา" ส่วนบริษัทเอกชนอีก 2 ราย ปรากฏคำว่า "ผู้ประกบ" ก่อนที่ในวันที่ 4 มกราคม 2555 จะมีการเสนอขอจัดซื้อสารเคมีจำนวน 6,689 ขวดขวดละ 1,450 บาท รวมเป็นเงิน 9,699,050 บาท และมีการเสนอแต่งตั้งคณะกรรมการจัดหาและตรวจรับพัสดุตามรายชื่อที่นายอำเภอโพธิ์ชัย ได้คัดเลือก โดยคณะกรรมการดังกล่าวไม่ได้ทำหน้าที่ แต่นางประไพ สุรเสน เป็นผู้ดำเนินการและเห็นว่าใบเสนอราคาของบริษัทที่ชนะการประกวดที่ระบุว่าเป็นคู่สัญญาเสนอราคาสูงกว่างบประมาณที่ได้รับการจัดสรร จึงได้โทรศัพท์ไปต่อรองราคา โดยบริษัทยินดีลดราคา จึงได้เสนอให้จัดซื้อสารเคมีจากบริษัทดังกล่าว และนายอำเภอโพธิ์ชัยก็ได้อนุมัติและลงนามในบันทึกข้อตกลงซื้อขาย
โดยต่อมาสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินจังหวัดร้อยเอ็ด ได้เข้าตรวจสอบการจัดซื้อสารเคมีดังกล่าวมีราคาสูงเกินกว่าความจำเป็นหรือไม่ โดยได้มีการติดต่อสอบถามไปยังบริษัทที่จัดจำหน่ายสารกำจัดแมลงยี่ห้อเดฟเทลิค ซึ่งเป็นยี่ห้อเดียวกันที่จัดซื้อจากบริษัทเอกชนดังกล่าว ซึ่งบริษัทดังกล่าวได้แจ้งใบเสนอราคาฉบับลงวันที่ 5 กุมภาพันธ์2556 ระบุว่ายากำจัดแมลงยี่ห้อ เดฟเทลิค ชื่อสามัญพิริมิฟอส เมทิล ขนาดบรรจุ 1 ลัง 12 ขวดๆละ 500 cc ราคาเงินสดหลังละ 2,520 บาท รวมค่าขนส่งเฉลี่ยขวดละ 210 บาท อีกทั้งการสืบค้นในเว็บไซต์ขายสารเคมีแสดงข้อมูลรายการสารเคมียี่ห้อโพโดลิค ชื่อสามัญพิริมิฟอส เมทิล 50% EC ขนาด 1 กล่อง 12 ขวดๆละ 500 CC ราคาขวดละ 220 บาท จึงเห็นว่านายอำเภอโพธิ์ชัยได้จัดซื้อสารเคมีในราคาที่สูงเกินกว่าความเป็นจริงถึงขวดละ 1,240 บาท เป็นเหตุให้ราชการได้รับความเสียหายคิดเป็นเงินประมาณ 8,294,360 บาท อีกทั้งยังพบว่าบริษัทเอกชน 3 แห่ง ที่เสนอประกวดราคามีความเกี่ยวข้องกันเจ้าของเดียวกัน
คณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงมีมติชี้มูลนายเธียรชัย พุทธรังษี นายอำเภอโพธิ์ชัย และนางประไพ สุรเสน มีมูลความผิดทางอาญา และความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง
ส่วนกรรมการผู้จัดการบริษัทเอกชนมีความผิดเป็นผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่ของรัฐ และบริษัทเคมีถาวร จำกัด รวมทั้งผู้บริหาร ไม่ปรากฏพยานหลักฐานที่จะฟังได้ว่าได้กระทำความผิดตามที่กล่าวหาข้อกล่าวหาไม่มีมูลจึงให้ข้อกล่าวหาตกไป
ส่วนเจ้าหน้าที่รายอื่นไม่ปรากฏข้อเท็จจริงไม่ปรากฏพยานหลักฐานที่จะฟังได้ว่าได้กระทำความผิดตามที่กล่าวหาข้อกล่าวหาไม่มีมูลจึงให้ข้อกล่าวหาตกไป ขณะที่เจ้าหน้าที่บางรายมีมูลความผิดวินัยไม่ร้ายแรงแต่ได้เกษียณอายุราชการและได้ลาออกจากราชการไปแล้วจึงไม่มีเหตุที่จะส่งเรื่องไปยังผู้บังคับบัญชาให้ดำเนินการ
ส่วนในรายของนายวัชเรนทร์ ศิริมงคล ให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบเนื่องจากเสียชีวิต โดยป.ป.ช.จะส่งสำนวนการไต่สวนเอกสารหลักฐานและคำวินิจฉัยให้อัยการสูงสุดดำเนินคดีอาญาและส่งรายงานไปยังผู้บังคับบัญชาให้ดำเนินการเอาผิดทางวินัยต่อไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี