542.jpg
‘บิ๊กดุลย์’ถามเขาเป็นใคร  ลั่นไม่คุยBRN

‘บิ๊กดุลย์’ถามเขาเป็นใคร ลั่นไม่คุยBRN

วันอังคาร ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

 

‘บิ๊กดุลย์’ถามเขาเป็นใคร

ลั่นไม่คุยBRN

อ้างรัฐมีช่องทางอยู่แล้ว

วันนอร์คาดก.ย.มีข่าวดี

“บิ๊กดุลย์” ปัดเจรจาบีอาร์เอ็น ยันไม่ยกระดับกลุ่มผู้ก่อเหตุ ชี้“จะคุยทำไม เขาเป็นใคร” เผยมีช่องทางพูดคุยอยู่แล้ว ด้าน‘วันนอร์’มองบีอาร์เอ็นออกแถลงการณ์ อ้างชายแดนใต้ มีเหตุรุนแรง เพราะรัฐเพิ่มกำลังทหารเป็นการตั้งประเด็นเพิ่มเติม ช่วงนายกฯจะเยือนมาเลเซีย 9-10ก.ค. เชื่อเดือนก.ย.นี้ คุยอีกรอบ ลงเอยด้วยดี


เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 ที่กองบัญชาการกองทัพอากาศ (บก.ทอ.) พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีบุคคลที่อ้างตัวเป็นผู้บัญชาการกองกำลังบีอาร์เอ็น ซึ่งควบคุมพื้นที่ จ.นราธิวาส เสนอให้รัฐบาล ถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่ แลกกับการวางอาวุธและมอบตัว ว่ารัฐบาลไม่มีหน้าที่ต้องไปเจรจากับกลุ่มบีอาร์เอ็น และจะไม่ยกระดับ หรือให้ความสำคัญกับกลุ่มดังกล่าวเกินความจำเป็น

พล.ท.อดุลย์ กล่าวว่า เชื่อมั่นว่ารัฐบาล โดยกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ยังสามารถควบคุมสถานการณ์ในพื้นที่ได้ พร้อมตั้งคำถามถึงความจำเป็นในการเปิดการเจรจากับกลุ่มบีอาร์เอ็น ว่า “เราจะไปคุยกับบีอาร์เอ็น ทำไม เขาเป็นใคร”

พร้อมกันนี้ ยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาปรามาสฝ่ายใด แต่รัฐบาล แต่งตั้งคณะพูดคุยเพื่อสันติสุข ไว้แล้ว โดยจะดำเนินการพูดคุยผ่านช่องทางที่เหมาะสมกับผู้ที่เกี่ยวข้อง ตามกระบวนการที่กำหนด ซึ่งไม่จำเป็นต้องเปิดเผยรายละเอียด ว่ามีการหารือกับฝ่ายใด

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีกองเลขาธิการการเจรจาสันติภาพของบีอาร์เอ็น ออกแถลงการณ์ระบุว่า สถานการณ์ความไม่สงบที่ยังดำเนินอยู่ในพื้นที่ปาตานี เป็นผลจากการเพิ่มปฏิบัติการทางทหารของฝ่ายไทย ว่าอยู่ในช่วงระยะใกล้เคียงกันที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย มีกำหนดเดินทางเยือนประเทศมาเลเซีย ระหว่างวันที่ 9-10 กรกฎาคมนี้ เพื่อพบผู้นำมาเลเซีย และหารือร่วมกับคณะพูดคุยสันติสุขฝ่ายไทย

ทั้งนี้ ที่ฝ่ายไทยยังอยู่ระหว่างเตรียมการพูดคุยกับผู้ที่เห็นต่างในพื้นที่ โดยมีประเทศมาเลเซีย เป็นผู้อำนวยการสะดวก ซึ่งการพูดคุยเริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยจะประชุมใหญ่ในเดือนกันยายนนี้ ระหว่างนี้จะมีการหยิบยกเรื่องใดเรื่องหนึ่ง รวมทั้งสถานการณ์ต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่ด้วย เพื่อให้เป็นประเด็นในการพูดคุยเพิ่มเติม ระหว่างผู้แทนของรัฐบาลไทยและกลุ่มผู้เห็นต่าง ซึ่งมีกลุ่มบีอาร์เอ็น เป็นหลัก

เมื่อถามว่า จะเป็นประเด็นและทำให้การพูดคุยหยุดชะงักหรือไม่ นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า เท่าที่รับทราบจากผู้แทนที่เดินทางไปพูดคุยในระดับเจ้าหน้าที่ เบื้องต้นที่ไปเตรียมการ ในที่ประชุมยังมีทิศทางที่ดี โดยเดือนกันยายนนี้ เชื่อว่าจะมีการพูดคุยที่ลงเอยเป็นไปได้ด้วยดี หลังจากหยุดการพูดคุยไป 2 ปี

ต่อข้อถามว่า กลุ่มบีอาร์เอ็น ที่ออกแถลงการณ์ครั้งนี้ เป็นตัวจริงหรือไม่ หรือเป็นอีกกลุ่ม นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า ส่วนตัวยังตอบไม่ได้ ว่าเป็นกลุ่มใด แต่ทั้งนี้ หลายฝ่ายเห็นว่าการประชุมต้องเป็นหลักในการแก้ปัญหา ซึ่งไทยไม่ขัดข้อง แต่เมื่อมีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้น ในฐานะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐต้องแก้ไขตลอดเวลา จะปล่อยให้เกิดการพูดคุยอย่างเดียวคงไม่ได้ เพราะความเดือดร้อนของประชาชน เป็นสิ่งที่รัฐบาล ต้องเดินหน้าแก้ไขพร้อมกับการพูดคุย ขณะเดียวกัน มีความเชื่อว่าการพูดคุยน่าจะมีข่าวดี

ขณะที่ พ.อ.เอกวริทธิ์ ชอบชูผล รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน.แถลงผลการปฏิบัติงานด้านความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม-30 มิถุนายน 2569 ซึ่งเป็นผลจากการบูรณาการปฏิบัติงานของทุกหน่วยงานด้านความมั่นคง โดยพบว่ามีเหตุการณ์ด้านความมั่นคง รวม 27 เหตุการณ์ ประกอบด้วย เหตุลอบยิง 10 เหตุ ลอบวางระเบิด 14 เหตุ และลอบวางเพลิง 3 เหตุ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 9 ราย และบาดเจ็บ 33 ราย โดยเป้าหมายของผู้ก่อเหตุ ยังคงมุ่งโจมตีเจ้าหน้าที่รัฐ รวมถึงโครงสร้างพื้นฐาน ที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัย และเศรษฐกิจของประชาชนในพื้นที่

แม้ว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงยังคงพยายามสร้างสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง แต่จากการบูรณาการปฏิบัติงานของทุกหน่วยงาน ทำให้สามารถลดขีดความสามารถของเครือข่ายผู้ก่อเหตุได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยเจ้าหน้าที่ได้บังคับใช้กฎหมาย 28 ครั้ง ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย 22 ราย เกิดการตอบโต้กับผู้ก่อเหตุหลายครั้ง ส่งผลให้ผู้ก่อเหตุรุนแรงเสียชีวิต 3 ราย และตรวจยึดอาวุธปืน 4 กระบอก ซึ่งล้วนเป็นผลจากการปฏิบัติเชิงรุก การสืบสวน และการขยายผลไปยังเครือข่ายผู้ร่วมกระทำผิดและผู้ให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง

ด้านการปราบปรามยาเสพติด ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งภัยคุกคามสำคัญที่เชื่อมโยงกับปัญหาอาชญากรรมและความรุนแรงในพื้นที่ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมคดียาเสพติดได้ 167 คดี ผู้ต้องหา 201 ราย พร้อมตรวจยึดยาบ้ากว่า 4,875,076 เม็ด ไอซ์ 512 กิโลกรัม เฮโรอีน 16 กรัม และคีตามีน 10.74 กรัม

รองโฆษก กอ. รมน.ภาค 4 สน.เปิดเผยถึงผลการคลี่คลายคดีสำคัญหลายคดี อาทิ การจับกุมผู้ก่อเหตุที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุลอบวางระเบิดในเขตเทศบาลนครยะลา การวิสามัญผู้ก่อเหตุในพื้นที่ จ.ยะลา และ จ.ปัตตานี พร้อมตรวจยึดอาวุธปืนที่เชื่อมโยงกับคดีความมั่นคงหลายคดี รวมทั้งการขยายผลจนสามารถออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องในคดีลอบวางระเบิดสถานีบริการน้ำมัน สถานีขนส่งผู้โดยสาร และเหตุการณ์ความรุนแรงอื่นๆ โดยอาศัยหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ การตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอ และหลักฐานเชิงประจักษ์ จนนำไปสู่การออกหมายจับและจับกุมผู้ต้องหาได้อย่างเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ผลการดำเนินงานยังสะท้อนผ่านกระบวนการยุติธรรม ซึ่งปัจจุบันศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ และศาลฎีกา มีคำพิพากษาคดีความมั่นคงแล้ว 50 คดี รวมจำเลย 78 ราย ประกอบด้วย โทษจำคุกตลอดชีวิต 10 ราย จำคุกไม่เกิน 50 ปี 63 ราย และยกฟ้อง 5 ราย แสดงให้เห็นถึงการดำเนินคดีบนพื้นฐานของพยานหลักฐานที่สามารถพิสูจน์ข้อเท็จจริงตามกระบวนการยุติธรรม ทำให้ผู้กระทำผิดได้รับโทษ

อย่างไรก็ตาม กอ.รมน.ภาค 4 สน.ยืนยันจะเดินหน้าบูรณาการทำงานร่วมกับทุกหน่วยงาน บังคับใช้กฎหมายต่อผู้ก่อเหตุรุนแรง ผู้ให้การสนับสนุน และผู้กระทำผิดภายใต้หลักนิติธรรม การเคารพสิทธิมนุษยชน และความโปร่งใส เพื่อยกระดับความปลอดภัย สร้างสันติสุขที่มั่นคงและยั่งยืน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top