542.jpg
นายกฯ เปิดประชุม ABAC ชูความร่วมมือรัฐ-เอกชน ผลักดัน Thailand FastPass ดึงลงทุนยั่งยืน

นายกฯ เปิดประชุม ABAC ชูความร่วมมือรัฐ-เอกชน ผลักดัน Thailand FastPass ดึงลงทุนยั่งยืน

วันอังคาร ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 09.49 น.

นายกฯเปิดประชุม ABAC ครั้งที่ 3/2569 ชูความร่วมมือรัฐและเอกชน ขับเคลื่อนการค้า การลงทุน และห่วงโซ่อุปทานที่เข้มแข็ง ผลักดัน Thailand FastPass ลดอุปสรรคภาคธุรกิจ สร้างเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิกที่เชื่อมโยงและเติบโตอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 ณ ห้องประชุม Grand Riverside Ballroom (Moon & Galaxy) ชั้น 10 โรงแรมอวานี พลัส ริเวอร์ไซด์ ถนนเจริญนคร เขตธนบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานและกล่าวเปิดการประชุม APEC Business Advisory Council (ABAC) ครั้งที่ 3/2569


นายกรัฐมนตรีกล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุมจากเขตเศรษฐกิจสมาชิก APEC สู่กรุงเทพมหานคร พร้อมระบุว่า ทุกครั้งที่สภาที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปคประชุม จะมีข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่มีคุณค่าและได้รับการนำไปต่อยอดเป็นนโยบายระดับภูมิภาคอยู่เสมอ จึงทำให้ ABAC เป็นกลไกสำคัญของ APEC ที่สะท้อนข้อเท็จจริงจากการดำเนินธุรกิจมาสู่กระบวนการกำหนดนโยบายของภาครัฐได้อย่างแท้จริง

ภาคธุรกิจคือผู้ที่เข้าใจว่ามาตรการใดสามารถนำไปใช้ได้จริง รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับการรับฟังความคิดเห็นของภาคเอกชน โดยในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา รัฐบาลได้เชิญผู้บริหารระดับสูงและผู้นำภาคธุรกิจเข้าหารือที่ทำเนียบรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง พร้อมตั้งคำถามง่าย ๆ ว่า “อะไรคืออุปสรรคที่ทำให้การลงทุน การขยายธุรกิจ หรือการสร้างงานทำได้ยากขึ้น” ซึ่งหลายครั้งคำตอบไม่ใช่มาตรการส่งเสริมเพิ่มเติม แต่เป็นการลดขั้นตอนและอุปสรรคที่ไม่จำเป็น

สภาพแวดล้อมทางธุรกิจในปัจจุบันมีความซับซ้อนมากขึ้น ขณะที่ความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังคงส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจของภาคธุรกิจ ความท้าทายเหล่านี้ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยภาครัฐเพียงฝ่ายเดียว และภาคธุรกิจก็ไม่สามารถดำเนินการได้อย่างเต็มศักยภาพ หากไม่มีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุน ดังนั้น ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนจึงเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน

หนึ่งในนโยบายสำคัญของรัฐบาล คือการทำให้ไทยเป็นจุดหมายของการลงทุนที่มีคุณภาพ โดยได้ผลักดันโครงการ Thailand FastPass เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักลงทุน ลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน เพิ่มประสิทธิภาพการประสานงานระหว่างหน่วยงานภาครัฐ และทำให้โครงการลงทุนที่มีคุณภาพสามารถดำเนินการได้รวดเร็ว โปร่งใส และคาดการณ์ได้มากขึ้น

ในระดับภูมิภาค ความเข้มแข็งของห่วงโซ่อุปทานต้องอาศัยความไว้วางใจ กฎระเบียบที่ชัดเจน โปร่งใส ระบบโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพ และความร่วมมือของเขตเศรษฐกิจต่าง ๆ ในการรักษาตลาดให้เปิดกว้าง แม้ในช่วงเวลาที่เผชิญความท้าทาย จึงควรร่วมกันเสริมสร้างห่วงโซ่อุปทานของภูมิภาคให้มีความเชื่อมโยง หลากหลาย และมีความยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น

รัฐบาลจึงสนับสนุนการจัดทำความตกลงการค้าเสรี (FTA) ที่มีคุณภาพ เนื่องจากการลงทุนระยะยาวจำเป็นต้องอาศัยความเชื่อมั่น ซึ่งเกิดจากกฎเกณฑ์ที่ชัดเจน การแข่งขันที่เป็นธรรม และการเข้าถึงตลาดที่สะดวกยิ่งขึ้น โดย FTA ไม่ใช่เพียงเอกสารทางกฎหมาย แต่เป็นกลไกที่ช่วยสร้างความมั่นใจให้ภาคธุรกิจในการตัดสินใจว่าจะลงทุน ผลิต หรือขยายกิจการในพื้นที่ใด

ช่วงท้าย นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า จุดแข็งของ APEC คือการเชื่อมโยงนโยบายภาครัฐเข้ากับประสบการณ์จริงของภาคธุรกิจ ซึ่งมีความสำคัญมากกว่าที่เคยเป็นมา พร้อมย้ำว่า เสียงสะท้อนจากภาคธุรกิจมีคุณค่า และรัฐบาลจำเป็นต้องรับฟังอย่างต่อเนื่อง รวมถึงตั้งตารอข้อเสนอแนะจาก ABAC และพร้อมผลักดันให้ข้อเสนอเหล่านั้นนำไปสู่การดำเนินงานที่เป็นรูปธรรม เพื่อร่วมกันสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุน การขยายตัวของการค้า และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกให้เติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน.

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top