วันพุธ ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
นายกฯเรียกเข้าทำเนียบ
จี้รมต.โลกลืม
อุ้มต่อยังไม่ปรับครม.
‘ลูกเทพ’อ้อนขอเวลา
เดินหน้าพิสูจน์ผลงาน
นายกฯเรียก“รัฐมนตรี ภท.-พท.”ถกบนตึกไทยฯกระตุก“รัฐมนตรีโลกลืม” เร่งเครื่องสื่อสาร สร้างผลงาน-ประชาสัมพันธ์ไปถึงปชช.ยอมรับเป็นจุดอ่อนที่ปรับปรุงได้ลั่นยังไม่มีเค้าลางปรับครม.ชี้สส.มีโอกาสนั่งรมต.ขึ้นอยู่ผลงาน-สถานการณ์ โวครม.มีสปิริตเชื่อใจกันทำงานย้ำสัมพันธ์‘เพื่อไทย’แน่น‘ภราดร’ขอบคุณโพล เป็นกระจกสะท้อน ขอเวลา‘ลูกเทพ’ทำงาน ลั่น”ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน”ลั่นภท.ไร้ปัญหาการเมืองภายในขณะที่ รมต.ในครม.ต่างขานรับกระตุ้นการทำงาน “จุลพันธ์”มติพท.โหวตรับ กม.นิรโทษฯที่สว.แก้ไข
เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 7 กรกฎาคม 2569ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เดินทางเข้าทำเนียบฯเพื่อเตรียมเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)
นายกฯเรียกรมต.ภท.-พท.หารือ
โดยก่อนการประชุมนายกฯได้เรียกรัฐมนตรีทั้งในส่วนของพรรคภูมิใจไทย(ภท.)และพรรคเพื่อไทย(พท.) ขึ้นหารือบนตึกไทยฯอาทิ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและรมว.คมนาคม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรมว.คลัง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯและรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รมช. ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี น.ส.ศุภมาส อิสรภักดี รัฐมนตรีประจำ สำนักนายกรัฐมนตรี
จากนั้นเวลา10.00น.นายอนุทินลงจากตึกไทยคู่ฟ้าพร้อมรัฐมนตรีที่เข้าพบ เดินมายังตึกบัญชาการ1เพื่อเป็นประธานการประชุม ครม.ผู้สื่อข่าวถามว่าการเชิญรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทยเข้าพบมีการแจ้งเรื่องงานและเรื่องการปรับครม.หรือไม่นายกฯหัวเราะพร้อมกล่าวว่า”ไปทานโจ๊ก”ขณะรัฐมนตรีที่เดินมาด้วยก็หัวเราะกันอย่างอารมณ์ดี
นายกฯกำชับทีมรัฐบาล เร่งสื่อสาร
เวลา 12.25น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย กล่าวภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรีถึงบรรยากาศการทำงานของคณะรัฐมนตรีมีความคึกคักขึ้นหรือไม่หลังจากวานนี้(6ก.ค.)นายกฯส่งสัญญาณให้รัฐมนตรีเร่งสร้างผลงานว่า คึกคักมาตลอดอยู่แล้วซึ่งไม่ใช่คึกคักแบบสนุกสนาน แต่คึกคักเพราะทุกคนทำงานอย่างเต็มที่ ในรัฐบาลของตนเปิดโอกาสให้ทุกคนได้มาพูดให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีรับฟังว่าช่วงหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐมนตรีแต่ละท่านทำอะไรไปบ้าง และมีส่วนไหนที่ต้องการให้คณะรัฐมนตรีได้แสวงหาความร่วมมือ และสนับสนุนซึ่งกันและกันเมื่อถามว่าในการประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้(7 ก.ค.)กำชับอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า กำชับให้ทุกท่านได้สื่อสารการทำงาน และผลงานให้ประชาชนได้รับทราบเยอะๆโดยไม่ได้เจาะจงไปที่กระทรวงใด เพราะทุกกระทรวงมีความสำคัญหมด รวมถึงกระทรวงในโควตาพรรคเพื่อไทยด้วย
ติงสารพัดโฆษก เร่งโชว์ผลงาน
นายกฯกล่าวอีกว่าทั้งนี้ยังพูดคุยกับรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยว่าขอให้ทุกท่านได้ร่วมกันสื่อสารการทำงานของกระทรวงของตัวเองให้ประชาชนรวมถึงกรมประชาสัมพันธ์ และทีมโฆษกรัฐบาล ให้เน้นการประสานกับโฆษกแต่ละกระทรวง เพื่อจะได้เผยแพร่ผลงานออกไปให้ได้มากที่สุด
เมื่อถามย้ำว่าการที่นายกฯบอกว่ารัฐมนตรีไม่ค่อยสื่อสารรวมถึงโฆษกรัฐบาล โฆษกกระทรวงและโฆษกพรรคด้วยหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ต้องถือว่าทั้งทีม งานออกมาเยอะ สิ่งดีๆที่ออกมาเป็นผลงานเป็นประโยชน์ของประเทศ และเป็นสิ่งที่เชื่อมั่นให้กับนานาชาติก็ออกมาเยอะไปหมด แต่ว่าทำไมถึงอยู่แค่วงเล็ก ก็ต้องขยายออกไปถึงวงใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ามีตัวเลขข้อมูลประกอบ เพื่อให้เป็นดิจิทัลฟุตพรินต์เอาไว้
บอกยังไม่มีเค้าลางปรับครม.
เมื่อถามว่า ผ่านมา 3 เดือน เริ่มเห็นเค้าลางการปรับคณะรัฐมนตรีแล้วหรือยัง นายอนุทินกล่าวว่า“ยัง”
เมื่อถามว่าเวลาที่เหมาะสม คือ 1 ปี 6 เดือน หรือ 4 เดือน นายกฯกล่าวว่า ต้องดูที่ผลงานเป็นหลักซึ่งไม่ใช่เรื่องทางหน้าสื่อเพียงอย่างเดียว เรื่องพวกนี้ประเมินได้ทั้งนโยบาย การทำงานที่ลงไปถึงประชาชน ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของทุกคนว่าทำได้มากแค่ไหนเมื่อถามว่าวันนี้เท่ากับเป็นการยอมรับว่าจุดอ่อนของรัฐบาลคือการสื่อสารใช่หรือไม่นายอนุทิน กล่าวว่า ถือว่าเป็นจุดอ่อนที่สามารถปรับปรุงแก้ไขได้
ย้ำสัมพันธ์พท.แน่น เชื่อใจทำงาน
เมื่อถามถึงการเชิญรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อรับประทานโจ๊กได้มีการระบายความรู้สึกหรือความในใจกันหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่าไม่มี ตนคิดว่าเป็นนิมิตหมายและสปิริตการทำงานที่ดี วันนี้เราทำงานกันมา 2-3 เดือน มีความไว้เนื้อเชื่อใจ ความคุ้นเคย และการให้เกียรติซึ่งกันและกัน
“ผมเชิญนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงานมาถามเรื่องที่ท่านจะเสนอเรื่องเข้าสู่การประชุมคณะรัฐมนตรีที่ท่านยังทำไม่เสร็จซึ่งถามว่ามีอะไรเร่งด่วนหรือไม่ซึ่งนายจุลพันธ์ ได้ชวนนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯและรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมและน.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ อดีตรมช.มหาดไทย มาด้วยซึ่งผมก็ดีใจที่ได้เจอกัน ถือเป็นบรรยากาศการทำงานร่วมกันที่ดี”นายกฯ กล่าว
ปรับเก้าอี้รมต.ใช้มาตรฐานเดียว
เมื่อถามว่าในฐานะเป็นหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้มีโอกาสประเมินการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งมีโอกาสจะได้เป็นรัฐมนตรีด้วยหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า นี่เป็นเรื่องของฝ่ายบริหาร สส.เป็นคนที่ประชาชนเลือกเข้ามา การประเมินคือการเลือกตั้ง ถ้าตนมองว่าเขายังทำงานไม่เต็มที่ ในฐานะที่ตนเป็นหัวหน้าพรรค ก็จะบอกว่าต้องทำงานให้เข้มข้นมากกว่านี้ แต่ไปทำอะไรเขาไม่ได้เพราะเป็นคนของพี่น้องประชาชน เป็นผู้แทนประชาชน เมื่อถามย้ำว่ามีโอกาสจะได้เป็นรัฐมนตรีด้วยหรือไม่ นายกฯตอบว่าอยู่ที่ผลงาน ฝีมือและสถานการณ์อย่าเพิ่งไปคิดไกล
‘ภราดร’ขอบคุณโพลกระจกสะท้อน
นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงผลสำรวจนิด้าโพลที่ระบุว่าความนิยมของรัฐบาลลดลงว่าในฐานะหนึ่งในคณะรัฐมนตรีขอขอบคุณประชาชนที่เป็นคันฉ่อง(กระจก)สะท้อนให้เห็นว่าระยะเวลา3เดือนที่ผ่านมา รัฐบาลเจอความท้าทายหลายเรื่อง เช่น สงครามตะวันออกกลางซึ่งรัฐบาลพยายามแก้ไขอย่างเต็มที่ เรื่องค่าไฟแฝงจากไฟทางหลวงก็เป็นรัฐบาลนี้เองที่ออกมาเปิดเผยเรื่องนี้ ส่วนเรื่องการทุจริตสอบท้องถิ่นเชื่อว่าไม่มีใครไม่คิดว่าจะเพิ่งมาเกิดในรัฐบาลนี้ แต่เป็นปัญหาสั่งสม ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯในฐานะกำกับดูแลกระทรวงมหาดไทยและนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ก็เร่งแก้ไขปัญหาไม่ใช่แค่การแตะที่ผิวปัญหา
เมื่อถามว่าคะแนนนิยมของรัฐบาลที่ลดลงมองว่าเกิดจากอะไร นายภราดร กล่าวว่ารัฐบาลนี้เกิดขึ้นบนความคาดหวังของประชาชน ในทุกเรื่องที่ได้สัญญาไว้กับประชาชนทั้งในเรื่องของนโยบายพรรค หรือปัญหาอย่างที่เป็นปัญหาเฉพาะหน้าที่เกิดขึ้นมา รัฐบาลเผชิญกับปัญหาแบบไหนและแก้ปัญหาแบบไหน รวมถึงเรื่องของโครงสร้าง รัฐบาลพยายามที่จะไปแตะโครงสร้างแก้ไขปัญหาให้เห็นผลในระยะยาวกันแบบไหน
ขอเวลา‘ลูกเทพ’ทำงานพิสูจน์
เมื่อถามถึงกรณีนายกฯบอกให้มีการปรับเรื่องการสื่อสารประชาสัมพันธ์นายภราดร กล่าวว่าเรื่องนี้ต้องเร่งทำความเข้าใจกับประชาชน บางครั้งก็อาจจะเป็นเรื่องที่ทางตัวรัฐมนตรีเองควรจะต้องพยายามสื่อสารกับพี่น้องประชาชนในประเด็นทางสังคมต่างๆที่ต้องให้ละเอียด และสร้างความเข้าใจกับประชาชนให้มากขึ้น
เมื่อถามว่า ตัวของนายภราดรเองก็เป็นหนึ่งในลูกเทพ มองการถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการทำงานอย่างไร นายภราดร กล่าวว่าระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน เรื่องนี้คงต้องใช้เวลา ซึ่ง3 เดือนที่ผ่านมาตนมองว่าทุกคนในรัฐบาลชุดนี้ก็พยายามที่จะทำงานอย่างเต็มที่ แต่ผลที่ออกมาในปลายทางสุดท้ายต้องมาวัดกันอีกครั้ง ว่าประสบความสำเร็จมากน้อยแค่ไหน
ลั่นภท.ไร้ปัญหาการเมืองภายใน
เมื่อถามว่าบางส่วนมองว่าเกี่ยวข้องกับการเมืองภายใน นายภราดร กล่าวว่าการเมืองภายในพรรคไม่มีแน่นอน ยืนยันว่าในพรรคภูมิใจไทย นายอนุทินในฐานะหัวหน้าพรรค และนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะเลขาธิการพรรค เป็นเบอร์หนึ่งกับเบอร์สองของพรรคอยู่แล้วหรือแม้กระทั่ง นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและรมว.คมนาคม แกนนำใหญ่ของพรรคก็ได้ออกมาให้ข่าวแล้วว่าพรรคมีความเป็นปึกแผ่นไม่มีรอยร้าวใดๆเมื่อถามว่าเป็นหนึ่งในรัฐมนตรีที่นายกฯ เรียกไปคุยหรือไม่นายภราดรหัวเราะพร้อมแซวตัวเองว่า “ไม่ได้เรียก แต่จะเดินไป”ก่อนเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าไปพบนายกรัฐมนตรี
สุชาติไม่หวั่นเป็นรมต.โลกลืม
นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกล่าวถึงการกระแสปรับครม.ที่นายกฯจะใช้ผลงานเป็นตัวชี้วัดว่าตนไม่รู้เรื่องเลย แต่เรื่องการตั้งหรือปรับ ครม.เป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรี ตนยังไม่ได้ข่าวเรื่องนี้ เมื่อถามย้ำว่านายกฯบอกว่าถ้าเป็นรัฐมนตรีโลกลืม นายกฯก็ลืมด้วย นายสุชาติหัวเราะก่อนบอกว่า ทุกสิ่งทุกอย่างเราเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของนายกฯทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ที่ผู้บังคับบัญชาให้ความไว้เนื้อเชื่อใจมากกว่า
“ในส่วนที่เราทำงาน ตื่นมาก็ตั้งตาทำงาน เรื่องที่ตกค้างมายาวนานหลาย 10 ปีทุกเรื่อง ทุกวันนี้ตนก็ไปทำเรื่องโมเดลภูเก็ตที่นายกฯกำชับไปติดป้ายตามมาตรา 25สิ่งก่อสร้าง 22 รายการในหาดฟรีดอมซึ่งต่อเนื่องมาจากกรณีหาดนุ้ยคืนสิ่งที่ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีให้ทวงคืน หาดต่างๆให้กับประชาชน เราก็ดำเนินการและรายงานนายกอย่างต่อเนื่อง”นายสุชาติและว่าเป็นความโชคดีของตนที่มาอยู่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพราะปลัดและอธิบดีของกระทรวงฯมีศักยภาพ ที่จะบริหารหน่วยงานของตนเอง สิ่งที่เป็นนโยบายของรัฐบาล และนายกฯ
โวผลงานทส.เพียบเดินหน้าเต็มที่
เมื่อถามย้ำว่ายืนยันว่าทำงานเต็มที่และมีผลงานใช่หรือไม่ นายสุชาติกล่าวว่า จริงๆกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯงานเยอะมาก สื่อมวลชนก็เห็นว่าตนทำงานหนักทุกวัน ก็พยายามทำให้เต็มที่เพราะเราแข็งแรง มีแรงที่จะเดินทางขึ้นเหนือล่องใต้ ทุกอาทิตย์ ก็ทำงานอยู่ เชื่อว่าทั้งหมดที่สื่อถาม นายกรัฐมนตรีเป็นผู้บังคับบัญชา รัฐมนตรีทุกคนเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา ที่ถูกแต่งตั้งจากนายกรัฐมนตรี ทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรี ที่จะพิจารณา ว่าใครทำงานแล้วสนองนโยบายรัฐบาล
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังให้สัมภาษณ์ นายสุชาติ หันไปแซวนายพิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ว่า “ถ้าอธิบดีไม่มีผลงาน ผมก็ลืมเหมือนกัน” ก่อนที่ นายพิรุณ จะหัวเราะพร้อมยกมือไหว้และตอบว่า “ทำงานเต็มที่ครับ”
‘สรรเพชญ’ส่งสัญญาณกระตุ้นทำงาน
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสรรเพชญ บุญญามณี รมช.คมนาคม กล่าวถึงกรณีนายกฯประกาศจะวัด KPI รัฐมนตรีโลกลืมจะมีปรับการทำงานอย่างไร ว่า เราพยายามทำงานทุกคน คณะรัฐมนตรีทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อตอบสนองนโยบายของนายกรัฐมนตรีเมื่อถามว่า มีการส่งสัญญาณปรับตำแหน่งในครม.หรือไม่ นายสรรเพชญ กล่าวว่า เป็นการกระตุ้นในการทำงาน ซึ่งนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่าต้องทำงานให้มากขึ้น และตรงจุด ย้ำว่าคณะรัฐมนตรีทุกคนทำงานอย่างหนัก แต่บางสิ่งเราก็ต้องสื่อสารให้ประชาชนรับทราบ ส่วนของตนก็พยายามทำงานและสื่อสาร เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง
‘ยศชนัน’เผยยังไม่มีสัญญาณปรับครม.
ด้านนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯและรมว.การอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม กล่าวถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีเตรียมวาง KPI วัดผลงานรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยภูมิใจทางพรรคเพื่อไทยมีการพูดคุยถึงกรณีดังกล่าวหรือไม่ว่าเดี๋ยวจะเข้าไปคุย เมื่อถามย้ำว่ามองว่าการประเมินเช่นนี้จะมีการขยับปรับรัฐมนตรีใช่หรือไม่ นายยศชนัน เลี่ยงตอบคำถามโดยบอกว่าขอรอการประชุมคณะรัฐมนตรีให้แล้วเสร็จ แล้วจะลงมาใหม่ ก่อนย้ำว่า”ไม่มีการส่งสัญญาณการปรับครม.มาจากพรรคภูมิใจไทย”
จุลพันธ์รับนายกฯเร่งสื่อสารงานภาพรวม
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการหารือร่วมกับนายกรัฐมนตรีได้มีเรื่องประเมิน KPIของรัฐมนตรีหรือไม่ว่าการวัดKPIมีอยู่ตลอดอยู่แล้วซึ่งต้องทบทวนตัวเองและดูในเรื่องการทำงานที่ผ่านมา พยายามขับเคลื่อนให้ดีที่สุดและสุดท้ายประชาชนจะเป็นคู่ชี้วัดซึ่งนายกฯในฐานะเป็นผู้กำกับดูแลรัฐบาลคงติดตามอยู่แล้ว ยืนยันว่าการพูดคุยกันเมื่อช่วงเช้านี้ ไม่ได้มีการพูดคุยถึงกรณีดังกล่าวแต่เป็นการพูดคุยถึงการทำงานในภาพรวม
เมื่อถามว่าฝั่งพรรคภูมิใจไทยมีการกำชับรัฐมนตรีโลกลืมในฝั่งพรรคเพื่อไทยจะมีการกำชับในการทำผลงานของรัฐมนตรีหรือไม่ นายจุลพันธ์กล่าวว่า เรายังไม่มีเหตุ และหากติดตามดูการทำงานของทุกคนจะรู้ว่าพวกเราพยายามขับเคลื่อนการทำงานอย่างเต็มที่ ขณะนี้สิ่งสำคัญคือ การสื่อสารกับประชาชน ซึ่งนายกฯได้เน้นย้ำในที่ประชุมครม.ว่าอะไรที่ทำแล้วเป็นประโยชน์ต่อประชาชน หรืออะไรที่ขับเคลื่อนออกไปแล้วประชาชนได้ประโยชน์ ต้องสื่อสารให้ชัดเจน ซึ่งพวกตนจะพยายามทำให้ดีขึ้นในการสื่อสารหากมีอะไรขาดตกบกพร่อง
ยังไม่ประเมินKPIเพิ่งเริ่มงาน3เดือน
เมื่อถามว่าขณะนี้พอใจกับผลงานของรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยใช่หรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ถึงเวลาก็ต้องมานั่งดูและทบทวนกัน แต่ยังไม่ใช่เวลานี้ นี่เพิ่งเริ่มมาแค่ 3 เดือนจะต้องให้เวลาทุกคนได้ทำความคุ้นเคย ในการพิสูจน์ตัวเอง เพื่อพิสูจน์ผลงาน เมื่อถามว่าแล้วระยะเวลาที่เหมาะสมในการประเมินคือเมื่อใด นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ไม่ได้มีกำหนด แต่ต้องดูเป็นระยะไป เมื่อถามย้ำว่าการทำงาน 3 เดือนที่ผ่านมาเป็นไปตามเป้าหมายหรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า เป็นไปตามเป้าหมายและจะมีการรวบรวมผลงานเพื่อสื่อสารต่อสังคม ว่าได้ทำอะไรไปแล้วบ้าง และจะวาดภาพให้สังคมเห็น ในวิสัยทัศน์และทิศทางของหน่วยงานในการกำกับดูแล
มติพท.โหวตรับกม.นิรโทษฯที่สว.แก้ไข
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์รมว.แรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทยกล่าวถึงจุดยืนของพรรคเพื่อไทยต่อร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)เสริมสร้างสังคมสันติสุขว่าจากที่มีการคุยกันเบื้องต้น เราคงจะเห็นชอบกับการแก้ไขของสมาชิกวุฒิสภา(สว.)เพื่อให้ตัวกฎหมายนี้สามารถออกใบประกาศใช้และมีผลบังคับใช้เพื่อที่จะเป็นประโยชน์กับคนที่จะได้รับการนิรโทษกรรมผ่านทาง พ.ร.บ.เสริมสร้างสังคมสันติสุข โดยเร็ว สิ่งที่สว.แก้ไข จากการสอบถามจากนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อซึ่งเป็นประธานคณะกรรมาธิการในการทำกฏหมายนี้เมื่อสมัยที่แล้ว ได้บอกว่าประเด็นที่ สว.แก้มาไม่ได้กระทบกับสิทธิของใครเลย เพราะสิทธิอย่างเช่นเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ก็มีสิทธิ์ตามกฎหมายในการดำเนินการได้อยู่แล้ว ไม่มีการปรับแก้ที่จะทำให้ไปลิดรอนสิทธิใดๆเพราะฉะนั้น เรื่องการแก้ไขของสว. เราคงจะรับเพื่อให้ออกมาเป็นกฎหมายโดยเร็ว
นายจุลพันธ์ เห็นว่าการตั้งกรรมาธิการร่วมกลับจะทำให้เกิดความเสี่ยงด้วยซ้ำ เพราะเราไม่รู้ผลว่า กรรมาธิการร่วมจะพิจารณาอย่างไร และเราก็รู้สภาพของโครงสร้างของกรรมาธิการร่วมเป็นอย่างดี เวลาตั้งกรรมาธิการร่วมของ สส.และสว. สัดส่วนเท่ากัน สัดส่วนของ สส. สัดส่วนของพรรคการเมือง เสียงส่วนใหญ่ในการตั้งกรรมาธิการร่วมที่ผ่านมาก็จะเป็นไปตามทิศทางที่ สว.เห็นชอบเป็นส่วนใหญ่ เพราะฉะนั้น กรณีนี้เรารู้อยู่แล้วว่า สุดท้ายผลลัพธ์มันแก้ไขลำบาก ดังนั้น เราพร้อมที่จะเดินหน้าเพื่อให้ประโยชน์ที่เกิดจากกฎหมายฉบับนี้จะเกิดผลได้เร็วที่สุด
เดินหน้าโหวตล้างผิด 6 พันคน
นางมนพร เจริญศรี สส.นครพนม และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงพรรคเพื่อไทยจะเห็นพ้องร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมตามมติวิปรัฐบาลทั้งหมดหรือไม่ว่าแม้พรรคเพื่อไทยอาจมีความเห็นต่างในรายละเอียดเล็กน้อยแต่สามารถใช้วิธีอภิปรายในที่ประชุมสภาฯ ได้ เป้าหมายหลักของพ.ร.บ.ฉบับนี้คือต้องการเห็นคนหลายกลุ่ม หลายสีเสื้อ กลับมาสมานฉันท์และสามัคคีกัน ซึ่งมีผู้ที่จะได้รับการนิรโทษกรรมประมาณ 6,000 กว่าคน
ไม่จำเป็นต้องตั้งกมธ.ร่วม2สภา
“หากเราเลือกที่จะตั้งกรรมาธิการร่วม 2 สภา จะส่งผลให้กระบวนการลากยาวออกไป และทำให้ประชาชนกว่า 6,000 คนที่กำลังรอคอยการนิรโทษกรรมต้องเลื่อนเวลาออกไปอีก พรรคเพื่อไทยมองว่ากฎหมายฉบับนี้ผ่านการพิจารณาอย่างรอบด้านในวาระ2และ3ของสภาฯ มาแล้ว ถือว่าความคิดเห็นตกผลึกแล้ว เมื่อสว.แก้ไขและส่งกลับมา จึงไม่มีความจำเป็นต้องตั้ง กมธ.ร่วมให้เกิดความล่าช้า”นางมนพรย้ำ
มติกกต.รับรอง’ชัชชาติ-ปรเมศวร์’
วันเดียวกัน มีรายงานว่าที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)มีมติเห็นชอบให้ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครที่นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้รับเลือกตั้งมาด้วยคะแนนน 1,537,784 คะแนน รวมถึงสมาชิกสภากรุงเทพมหานครทั้ง 50 คน รวมทั้งประกาศรับรองผลการเลือกตั้งนายกเมืองพัทยา ที่นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ รับเลือกตั้งมาด้วยคะแนน 20,184 คะแนน รวมถึงสมาชิกสภาเมืองพัทยาทั้ง 6 คนตามที่สำนักงานกกต.เสนอ เนื่องจากไม่มีเรื่องร้องเรียนว่าในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 28 มิ.ย.ที่ผ่านมามีเหตุที่จะทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริตและโปร่งใส แต่ทั้งนี้ไม่ตัดอำนาจ กกต.ในการที่จะสืบสวนสอบสวนหลังการประกาศรับรองผลแล้วกรณีหากมีเรื่องร้องเรียนหรือร้องคัดค้านการประกาศผลการเลือกตั้ง ทั้งนี้ คาดว่าสำนักงานกกต.จะให้ผู้ที่ได้รับการประกาศรับรองผลเข้ารับหนังสือรับรองได้ตั้งแต่ในวันพรุ่งนี้(8ก.ค.)เป็นต้นไป
นายกฯสั่ง‘เอกนัฏ’หาทางลดราคาน้ำมัน
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทยเปิดเผยว่าวันนี้ได้สั่งการให้นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน ไปหาทางในการลดราคาขายปลีกน้ำมันลงให้ได้ เหตุผลคือประชาชนทั่วไปได้รับทราบราคาน้ำในตลาดโลกได้ลดลงแล้วและราคาอยู่ในระดับที่ทรงตัวราคาขายปลีกในประเทศก็สมควรที่จะลดลง โดยต้องนึกถึงค่าครองชีพ ค่าใช้จ่ายของพี่น้องประชาชน และต้นทุนของผู้ประกอบการที่ทำมาหากินเป็นหลัก รัฐบาลจึงมีนโยบายที่จะลดค่าน้ำมันลงให้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้
“ผมก็แค่บอกกับรมว.พลังงานในฐานะผู้บริหารว่าตอนราคาในตลาดโลกขึ้น เราก็ไปขอประชาชนขึ้น ตอนนี้ราคาน้ำมันในตลาดโลกลงแล้ว เราก็ไม่ต้องไปขอประชาชนในการลดราคาลงก็ลงให้เขาไปเลย ลงทันที และลงให้เป็นเรื่องเป็นราว ไม่ใช่ค่อยๆปรับลง ซึ่งรัฐมนตรีพลังงานก็ได้รับนโยบายในเรื่องนี้ไป”นายกฯย้ำ
เมื่อถามว่ามีกรอบระยะเวลาในการลดราคาน้ำมันหรือไม่ นายกฯล่าวว่าไม่มีกรอบเวลา ทางกระทรวงพลังงานต้องไปทำงานซึ่งมีกลไกในการประชุมคณะกรรมการชุดต่างๆเช่นคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง(กบน.)โดยนายกรัฐมนตรีได้ให้นโยบายไปแล้วว่าราคาต้องลดลง ท่านคิดว่ารัฐมนตรีจะกลับมา แล้วบอกว่าไม่ลดราคาหรือเปล่าล่ะ
มอบ‘ศุภจี’ไปดูแลราคาอาหาร
เมื่อถามว่ากรณีของราคาอาหารที่กระทรวงพาณิชย์ดูแลอยู่ได้ให้นโยบายอย่างไร นายอนุทินกล่าวว่าในเรื่องนี้นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ ได้ทราบเรื่องนี้แล้ว ซึ่งก็ต้องไปดำเนินการ โดยรัฐบาลมีนโยบายที่จะลดค่าใช้จ่ายให้ประชาชนในการดำรงชีวิตประจำวัน โดยในเรื่องของการลดราคาน้ำมันจะมีผลในเรื่องที่ทำให้ราคาสินค้าต่างๆ ลดลง ส่วนนโยบายของเรื่องการทำสินค้าธงฟ้าราคาประหยัด การตรึงราคาสินค้าต่างๆก็ต้องดำเนินต่อไป ทั้งนี้ในเรื่องของโครงการไทยช่วยไทยพลัสก็จะช่วยในเรื่องของการลดค่าครองชีพได้บ้าง
เมื่อถามว่าหากอัตราเงินเฟ้อยังคงสูงอยู่ นโยบายเศรษฐกิจที่ต้องทำควรเป็นอย่างไร นายกฯล่าวว่าเรื่องนี้รัฐบาลก็ต้องดำเนินนโยบายต่างๆ เราไม่ได้มองเป็นจุดเดียว แต่ต้องดูถึงคุณภาพชีวิตประชาชนในทุกมิติ
‘เอกนัฏ’เรียกถก‘กบง.-กบน.’ด่วนเย็นนี้
ด้านนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน รับข้อสั่งการจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ให้เร่งดำเนินมาตรการปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศ โดยได้เรียกประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) และคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) เป็นการด่วนในช่วงเย็นวันนี้ เพื่อพิจารณาแนวทางลดราคาน้ำมันให้สอดคล้องกับต้นทุนที่ปรับลดลง
ทั้งนี้ ในการประชุม กบง. และ กบน.ช่วงเย็นวันที่ 7 ก.ค.นี้ จะเร่งพิจารณามาตรการปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันโดยเร็ว เพื่อให้ราคาภายในประเทศสะท้อนต้นทุนที่ลดลง และให้ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างรวดเร็ว โดยไม่จำเป็นต้องรอการอ้างอิงราคาน้ำมันสำเร็จรูปจากตลาดสิงคโปร์ หากต้นทุนน้ำมันดิบได้ปรับลดลงแล้ว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี