542.jpg
สีหศักดิ์ เผย สหรัฐฯ พร้อมสนับสนุนไทยด้านความมั่นคง เพิ่มความพร้อมการป้องกันประเทศ

สีหศักดิ์ เผย สหรัฐฯ พร้อมสนับสนุนไทยด้านความมั่นคง เพิ่มความพร้อมการป้องกันประเทศ

วันพุธ ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 14.05 น.

สีหศักดิ์ เผย สหรัฐฯ พร้อมสนับสนุนไทยด้านความมั่นคง เพิ่มความพร้อมการป้องกันประเทศ

เมื่อวันที่ 8 ก.ค.2569 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงผลการพบและหารือกับ พลเรือเอก ซามูเอล ปาปาโร (Admiral Samuel J. Paparo) ผู้บัญชาการกองกำลังสหรัฐฯ ภาคพื้นอินโด-แปซิฟิก (U.S. Indo-Pacific Command หรือ USINDOPACOM) ที่รัฐฮาวาย ประเทศสหรัฐอเมริกา ว่า ได้มีการคุยกันถึงสถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาค และได้แลกเปลี่ยนความเห็นว่าฝ่ายไทยมองความมั่นคงในภูมิภาคว่ามีประเด็นอะไรบ้างที่สำคัญ ซึ่งสหรัฐก็มีมุมมองของสหรัฐ และได้หารือถึงการกระชับความร่วมมือด้านความมั่นคงกับสหรัฐ ซึ่งก็ถือว่าไทยเป็นพันธมิตรกับสหรัฐที่เก่าแก่ที่สุดของสหรัฐในภูมิภาคนี้ แต่เรื่องความมั่นคงก็ขอทำความเข้าใจว่าในช่วงท่ามกลางการแข่งขันระหว่างจีนกับสหรัฐนี้ เราไม่ได้เข้าข้างประเทศใด เราต้องการส่งเสริมความร่วมมือด้านความมั่นคงกับสหรัฐก็เพื่อความมั่นคงของไทยเอง แล้วเราก็จะทำเช่นเดียวกับจีนด้วย


ส่วนที่มีคนเกรงว่าการมาครั้งนี้ของตน เหมือนจะเป็นการเลือกข้าง ซึ่งเราไม่เลือกข้างอยู่แล้ว แต่เราเอาความมั่นคงของไทยเป็นหลัก เราต้องมีสิทธิจะเลือกในเรื่องของความมั่นคง กับจีนเราก็มีความร่วมมือด้านความมั่นคง  เรารักษาความสมดุลย์ในความสัมพันธ์ระหว่างมหาอำนาจทั้งสอง โดยยึดผลประโยชน์ของไทยเป็นหลัก  แล้วเราก็เห็นว่าในเรื่องความมั่นคงในภูมิภาค สำหรับประเทศไทยก็คือ หนึ่งต้องเป็นภูมิภาคที่เน้นระเบียบกติการะหว่างประเทศ และก็เป็นระเบียบที่เปิดกว้างให้กับทุกประเทศ ไม่มีการกีดกันประเทศใดประเทศหนึ่ง ขณะเดียวกันแน่นอนความสัมพันธ์ความร่วมมือด้านความมั่นคงกับสหรัฐเราก็มีมาช้านาน ที่ผ่านมากับสหรัฐไทยก็ได้ร่วมมือกันเพื่อเผชิญหน้ากับความท้าทายต่างๆโดยเฉพาะในช่วงสงครามเย็น ปัจจุบันโลกเปลี่ยนแปลงไป เราก็ต้องทำให้ความร่วมมือด้านความมั่นคงมีความทันสมัยมากขึ้น ตอบสนองต่อความท้าทายใหม่ ๆ และแน่นอนไม่ใช่เป็นการจะมุ่งไปที่ประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่เราก็ต้องเตรียมพร้อม สำหรับสถานการณ์ต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้นได้

และประเด็นใหม่ที่หารือกันมากคือ เรื่องความมั่นคงในโลกไซเบอร์ เนื่องจากขณะนี้ภัยคุกคามที่เราเผชิญอยู่หลายๆภัยคุกคาม ผ่านมาจากโลกไซเบอร์ ดังนั้น ความมั่นคงด้านไซเบอร์จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ไทยมีความเป็นห่วงเป็นพิเศษ และสหรัฐเองก็เป็นห่วงเรื่องการแพร่ขยายของอาชญากรรมทางไซเบอร์ โดยเฉพาะออนไลน์สแกมทั้งหลาย ซึ่งสหรัฐก็พร้อมจะสนับสนุนไทยในเรื่องนี้ และไทยก็ได้จัดการประชุมระหว่างประเทศไปเมื่อปีที่แล้ว สหรัฐจึงสนับสนุนให้ประเทศไทยเดินหน้าต่อไป เพราะสหรัฐก็ได้รับผลกระทบคนที่ถูกฉ้อโกงเงินมหาศาลก็อยู่ในอเมริกา แต่กลุ่มที่ทำในเรื่องนี้อยู่ในภูมิภาคเราเยอะ แต่ผลกระทบไปทั่วโลก สหรัฐจึงอยากสนับสนุนประเทศไทยในการระดมความร่วมมือระหว่างประเทศ เพราะมีหลายมิติ ทั้งมิติเกี่ยวกับความมั่นคง มิติเกี่ยวกับเรื่องของการค้ามนุษย์ ซึ่งสหรัฐก็ชื่นชมว่าไทยมีบทบาทสำคัญในเรื่องนี้

อีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญก็คือเราอยากพัฒนาขีดความสามารถของเราในด้านการป้องกันประเทศหมายความว่าเราก็ต้องมีอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัยที่สุด ขณะนี้เราก็ได้มีการซื้ออาวุธยุทธโธปกรณ์จากสหรัฐ บางส่วนก็เป็นเรื่องของการให้เงินกู้อัตราดอกเบี้ยต่ำ ซึ่งเราก็ได้ยื่นรายการไปแล้วเพื่อให้สหรัฐช่วยจัดสรรอาวุธยุทโธปกรณ์ให้ไทย      

อีกเรื่องหนึ่งก็คือ ประเทศไทยกำลังพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศในเรื่องอาวุธยุทโธปกรณ์เราก็อยากพัฒนาขีดความสามารถของเราในการที่จะพึ่งตัวเอง ซึ่งทางสหรัฐก็ยินดีที่จะสนับสนุนไทยในเรื่องนี้ด้วย

เมื่อถามว่าการหารือครั้งนี้ถือว่าประสบความสำเร็จในการฟื้นความความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสหรัฐให้กลับมาแน่นแฟ้นเหมือนก่อนหรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ความสัมพันธ์ไทยกับสหรัฐก็มีมาในอดีตพอสมควร ทั้งสองฝ่ายก็เห็นตรงกันว่าควรจะยกระดับความร่วมมือในด้านความมั่นคงระหว่างประเทศทั้งสอง แต่ที่ผมยืนยันคือไม่ได้เป็นความร่วมมือที่เรามุ่งไปประเทศอื่น แต่เรามุ่งในเรื่องของการเตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์ต่างๆ และประเด็นที่ท้าทายด้านความมั่นคงในรูปแบบใหม่ๆ

เมื่อถามต่อว่า ทางสหรัฐได้สอบถามเรื่องที่ทับซ้อนทางทะเลระหว่างไทยกัมพูชาหรือไม่ นายสีหกดิ์ กล่าวว่า สหรัฐไม่ได้สอบถามเรื่องนี้  สหรัฐก็อยากให้ไทยกับกัมพูชาสามารถที่จะพูดคุยกันในทวิภาคี สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ พยายามที่จะก้าวข้ามความขัดแย้ง และเรื่องสถานการณ์ในเมียนมาร์ด้วย สหรัฐก็ให้ความสำคัญกับบทบาทของไทย ช่วงหลังนี้ไทยก็พยามที่จะดำเนินนโยบายที่จะกลับไปมีปฏิสัมพันธ์กับเมียนมาร์ เพื่อที่เมียนมาจะกลับสู่อาเซียน แต่มันก็เป็นถนนสองเส้นทาง ที่เมื่อเรายื่นมือออกไปฝ่ายเบียนมาร์ก็ต้องยื่นมือตอบสนองต่อข้อกังวลต่างๆที่ฝ่ายอาเซียนมีต่อสถานการณ์ในเมียนมาร์ หลังจากเลือกตั้ง ซึ่งเลือกตั้งก็ยังไม่จบทีเดียว ก็ควรจะมีการพูดคุยเพื่อสันติภาพ สร้างความปรองดองในประเทศเมียนมาร์

ซึ่งในวันที่ 12 กรกฎาคมนี้ ตนได้เชิญรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน มาที่กรุงเทพฯ เพื่อพบกับรัฐมนตรีต่างประเทศของเมียนมาร์  ซึ่งตรงนี้ก็เป็นอีกก้าวหนึ่งของนโยบายที่จะกลับไปมีปฏิสัมพันธ์กับเมียนมาร์ ที่ไทยเป็นคนผลักดัน การประชุมที่กรุงเทพฯก็เพื่อให้รัฐมนตรีต่างประเทศเมียนมาร์ได้มาบรรยายสรุปและมาเล่าให้รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนอื่นๆได้ทราบว่าพัฒนาการไปทางไหน เพื่ออาเซียนจะได้พิจารณาว่าเราควรจะกลับไปมีปฏิสัมพันธ์กับเมียนมาร์ นำเมียนมาร์กลับมาอาเซียนหรือยัง และในระดับไหน ซึ่งการประชุมครั้งนี้ รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนตอบรับที่จะเดินทางมาแล้ว ส่วนประเทศกัมพูชาอาจจะไม่สะดวกมา ตอนแรกฝ่ายกัมพูชาจะขอประชุมผ่านทางออนไลน์แต่คงลำบากที่จะประชุมผ่านทางออนไลน์

เมื่อถามต่อว่า ล่าสุดฝ่ายกัมพูชากล่าวหาว่าฝ่ายไทยฟ่างระเบิดเข้าไปในฝั่งกัมพูชา ไทยได้ประท่วงกลับไปหรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ไทยได้ชี้แจงไปแล้ว ว่าไม่น่าจะเป็นไปตามนั้น เข้าใจว่าเหตุการอาจจะเกิดจากการเหยียบกับระเบิดของทหารกัมพูชาเอง เพราะเรายึดปฏิบัติตามข้อตกลที่เรามี ในเรื่องของการหยุดยิง ที่เรียกว่าแถลงการณ์ร่วมระหว่างทั้งสองฝ่าย เราก็ปฏิบัติตามนั้น         

“เราก็ได้ชี้แจงกลับไปแล้วและชี้แจงเพิ่มเติมไปด้วยว่า การนำเสนอฝ่ายเดียว บางครั้งเหตุการณ์แบบนี้ กัมพูชาควรจะมาตรวจสอบ หรือพูดคุยกันก่อน ไม่ควรจะไปนำเสนออะไรที่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง หรืออะไรที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิด ช่วงนี้การหยุดยิงก็ยังบอบบางอยู่ เราก็ต้องระมัดระวัง ตรวจสอบกันถ้ามีเหตุการณ์อะไร เพื่อไม่ให้เกิดการเข้าใจผิด หรือนำไปสู่การกระทบกระทั่งระหว่างกัน” 
 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top