542.jpg
สภาเดือด! ถกร่างพ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข อภิสิทธิ์ แนะพิจารณาให้รอบคอบ ปม ‘เยาวชน’ ผิด ‘มาตรา112’

สภาเดือด! ถกร่างพ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข อภิสิทธิ์ แนะพิจารณาให้รอบคอบ ปม ‘เยาวชน’ ผิด ‘มาตรา112’

วันพุธ ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 17.19 น.

’สภาฯ‘ ถก ’ร่างพ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข’ หลัง ’วุฒิสภา‘ ส่งฉบับแก้ไขกลับมาให้ยืนยัน ด้าน ’อภิสิทธิ์‘ หวั่น ’สภาสูง‘ เปิดช่องล้างผิด ‘ฮั้ว สว.’ ข้องใจใส่มาในบัญชีแนบท้ายเกี่ยวอะไรกับความขัดแย้งทางการเมืองที่ผ่านมา แนะพิจารณาให้ดี-รอบคอบ ปม ‘เยาวชน’ ผิด ‘มาตรา112’ เพื่อความมั่นคงของสถาบันฯ-เกิดความปรองดอง ขณะที่ ‘ปชน.‘  ซัดไม่จริงใจลดความขัดแย้ง เลือกปรองดองแค่บางกลุ่ม จงใจตัดออกตั้งแต่ต้น ส่วน ’เพื่อไทย’ หนุนถึงแม้ไม่สมบูรณ์แบบ แต่ต้องก้าวไปให้ไกลที่สุดเท่าที่ทุกฝ่ายยอมรับได้ ดีกว่าหยุดอยู่กับที่

วันที่ 8 กรกฎาคม 2569 เมื่อเวลา 14.00 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีน.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)สร้างเสริมสังคมสันติสุข หลังจากที่วุฒิสภาส่งร่างกฎหมายที่แก้ไขกลับมาให้สภาฯพิจารณาว่าจะยืนยันให้ความเห็นชอบหรือไม่ โดยวุฒิสภามีการแก้ไขเนื้อหาเพิ่มเติมจากในชั้นสภาผู้แทนราษฎร ไม่ให้นิรโทษกรรมความผิดมาตรา112 แก่เด็กและเยาวชน อายุต่ำกว่า 18ปี  


ทั้งนี้นายสหัสวัต คุ้มคง สส.ชลบุรี พรรคประชาชน อภิปรายว่า ไม่เห็นด้วยกับการที่วุฒิสภาแก้ไขความผิดมาตรา112 ไม่ให้รวมถึงเด็กอายุ 18ปี ที่ผ่านมามาตรา112 ถูกใช้เป็นเครื่องมือการเมือง ทำให้ประชาชนจำนวนหนึ่งกลายเป็นจำเลย เพราะการตั้งคำถาม หรือเรียกร้องการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองโดยสันติ การตัดความผิดมาตรา112 ตั้งแต่ต้น ไม่ใช่การปรองดอง เป็นการเลือกปรองดองเฉพาะบางฝ่าย  ให้อภัยเฉพาะบางคน ปัญหามาตรา112 คือ การตีความที่ไม่มีความแน่นอน แต่มีโทษรุนแรง จำคุก 3-15ปี ที่เป็นผลมาจากการรัฐประหาร หลังเหตุการณ์ 6ต.ค.2519 โดยคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน แก้ไขเพิ่มโทษมาตรา112 เพราะเชื่อว่า มรดกความมั่นคงคือ การทำให้ประชาชนเงียบ โครงสร้างโทษดังกล่าวอยู่กับสังคมไทยถึงปัจจุบัน ทำให้เยาชนต้องมาแบกรับผลดังกล่าว ถูกดำเนินคดี คุมขัง เพียงเพราะเกิดมาในยุคที่กล้าตั้งคำถามมากขึ้น

นายสหัสวัต กล่าวต่อว่า ความขัดแย้งไม่เคยแก้ได้ด้วยการเอาคนเห็นต่างไปขังคุก ปัญหามาตรา 112 มี 4ชั้นคือ 1.ความไม่ชัดเจนของกฎหมาย ถ้อยคำหมิ่นประมาท อาฆาตมาดร้าย ควรมีขอบเขตชัดเจนมากกว่ากฎหมายอาญาทั่วไป บางครั้งแค่พูดในแง่วิชาการก็ถูกตีความเป็นความผิด ทำให้คนมีอำนาจได้เปรียบ ประชาชนต้องเซ็นเซอร์ตัวเอง 2.โทษไม่ได้สัดส่วน จำคุก 3-15ปี ต่อกรรม เป็นโทษที่รุนแรง 3.กระบวนการยุติธรรมก่อนคำพิพากษา ถูกลงโทษตั้งแต่วันที่ถูกกล่าวหา หลายคนถูกปฏิเสธประกันตัว จำกัดสิทธิเสรีภาพ แม้ในที่สุดจะถูกยกฟ้อง แต่ถูกลงโทษไปแล้ว 4.ปัญหาการเมืองและสังคม มีการใช้คดีเป็นเครื่องมือเล่นงานคู่ขัดแย้ง ทำให้สถาบันถูกดึงมาอยู่ในความขัดแย้ง การปกป้องสถาบันต้องไม่ทำลายหลักนิติรัฐ สิทธิขั้นพื้นฐานประชาชน ดังนั้นหากจะนิรโทษกรรมคดีทางการเมืองอย่างจริงใจ ต้องไม่ถูกตัดออกจากการพจารณาโดยอัตโนมัติ ถ้าไม่แตะคดี 112 จะไม่สามารถปิดบาดแผลทางการเมองได้ 

ด้านนายธงธรรม เวชยชัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอร่วมสนับสนุนกฎหมายฉบับนี้ และยอมรับว่ากฎหมายฉบับนี้ไม่สมบูรณ์แบบ สิ่งที่สว.แก้ไขไม่ให้เด็กอายุ 18ปี ได้รับนิรโทษกรรม ความผิดมาตรา112 เข้าใจถึงความผิดหวังนี้ แต่การเมืองในโลกแห่งความเป็นจริง ไม่มีกฎหมายใดที่ทำให้ทุกฝ่ายได้ทุกอย่างตามที่ต้องการ แต่ถ้าหากสภาฯเลือกใช้วิธีตั้งกรรมาธิการร่วมฯ สิ่งที่ต้องเจอคือ การรอคอยอย่างน้อย 1ปี ทำให้ประชาชนหลายพันคนไม่มีโอกาสกลับไปใช้ชีวิตตามปกติ และระหว่างรอก็ไม่ได้หมายความว่า จะเปลี่ยนแปลงอะไรได้ เพราะหลักการกฎหมายถูกกำหนดไว้ตั้งแต่วาระที่1 โอกาสเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญกฎหมาย แทบเป็นไปไม่ได้ หากมองตามข้อเท็จจริงในวันนี้ ก็ไม่มีเยาวชน 18ปี ถูกคุมขังตามความผิดมาตรา112 ดังนั้นการรอ 1ปี ก็อาจไม่มีผลลัพท์ทางปฏิบัติตามที่หลายฝ่ายคาดหวัง และโอกาสที่กมธ.ร่วมจะเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญทางกฎหมายก็มีอย่างจำกัด ดังนั้นต้องเลือกจะให้ประเทศเดินหน้าได้ทันที หรือให้ทุกอย่างหยุดรอ โดยไม่มีหลักประกันสิ่งที่หวังจะเกิดขึ้นจริง หัวใจกม.นี้คือ การก้าวไปให้ไกลที่สุดเท่าที่สังคมยอมรับได้ ไมมีใครได้ทั้งหมด ไม่มีใครเสียทุกอย่าง กฎหมายฉบับนี้จึงเป็นก้าวแรกที่เกิดขึ้นจริง ย่อมมีค่ามากกว่าก้าวที่สมบูรณ์แบบแต่ไม่มีวันเกิดขึ้นจริง อย่าให้การต่อสู้ไปพรากโอกาสของคนอีกหลายพันคน จุดยืนพรรคเพื่อไทยคือ การหาทางที่ทุกฝ่ายยอมรับร่วมกันได้ และก้าวไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ในอนาคตถ้าสังคมไทยมาถึงจุดที่พร้อมจะพูดคุยในเรื่องละเอียดอ่อนได้ ก็สามารถกลับมาพูดคุยกันอีกครั้งได้ 

ขณะที่นายบุญรวี ยมจินดา สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรครวมใจไทย กล่าวว่า การไม่นิรโทษกรรม เด็กอายุ 18ปี ที่มีความผิดมาตรา112 เป็นเรื่องละเอียดอ่อน น่าเห็นใจ แต่เยาวชนมีกฎหมายเฉพาะคอยช่วยเหลืออยู่แล้ว ที่ผ่านมาศาลก็ตัดสินยกฟ้องเยาวชนจำนวนมาก การนิรโทษกรรมต้องไม่ช่วยทุกคน ทุกฝ่าย หมวด2ของรัฐธรรมนูญระบุว่า สถานะของพระมหากษัตริย์ ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะผู้ใดจะละเมิด กล่าวหาหรือฟ้องร้องในทางใดๆมิได้การไปนิรโทษกรรมเยาวชนเหล่านี้ มั่นใจได้อย่างไรว่า ในอนาคตจะไม่สร้างปัญหาความขัดแย้ง  มาตรา112 จึงเป็นกำแพงป้องกันไม่ให้ใครมาเซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบัน

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า หน้าที่ของเราคือต้องพิจารณาสิ่งที่สว.แก้ไขสิ่งที่สภาฯชุดนี้ หรือหลายๆพรรคการเมืองได้เห็นชอบไป มันมีนัยยะสำคัญอย่างไร ตนมี2ประเด็นที่ทางพรรคประชาธิปัตย์ เห็นสมควรให้พิจารณาเพิ่มเติมคือ 1.การแก้ไขของสว.ในมาตรา11 ที่เกี่ยวข้องกับเยาวชนในมาตรา112 มาตรานี้ไม่ได้ไปยกเว้นมาตรา3ที่เป็นมาตราหลัก จะแก้ไขหรือไม่ อย่างไรเสียผู้กระทำความผิดมาตรา112ไม่ได้รับการนิรโทษกรรม แต่มาตรานี้เป็นเรื่องของผู้ที่ไม่ได้รับการนิรโทษกรรมเพราะเข้าข่ายข้อเยกเว้นที่ว่า แต่กระทำความผิดในขณะที่เป็นเยาวชน หลักสำคัญที่สภาฯเสนอไปยังสว. คือกรณีเช่นนี้ด้วยความเป็นเยาวชน เขาควรมีทางเลือก 

”พูดง่ายๆคือในมาตรา11ต้องเป็นเฉพาะกรณีที่เขาร้องขอจากคณะกรรมการ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้พิจารณาทำแผนบำบัดฟื้นฟูให้กับเขาได้หรือไม่ ถ้าเขาไม่ขอ เขาก็ถูกดำเนินคดีเหมือนเดิม ถึงเขาขอเขาก็ไม่ได้รับการนิรโทษกรรม แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ เขาได้มองเห็นแล้วว่าเขาต้องการการบำบัดฟื้นฟู และกฎหมายฉบับนี้เปิดทางให้ ถ้าเราอยากสร้างความสันติสุขจริงๆ เยาวชนควรได้รับโอกาสในการบำบัดฟื้นฟูหรือไม่ เราคิดว่าความสัมพันธ์กับ เยาวชนกับสถาบันพระมหากษัตริย์ จะมีความแน่นแฟ้นดีขึ้น จากกระบวนการนี้หรือไม่ หรือเราคิดว่าการไปเขียนข้อยกเว้นจากวุฒิสภาจะสร้างความมั่นคงให้กับสถาบันฯมากกว่า“ นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ตนเข้าใจว่าเราอาจมีความเห็นแตกต่างหลากหลาย แต่มันไม่ใช่จะสรุปได้ว่าฝ่ายหนึ่งถูก ฝ่ายหนึ่งผิด ฝ่ายหนึ่งจงรักภักดี ฝ่ายหนึ่งไม่จงรักภักดี ตนคิดว่ามีคนจำนวนไม่น้อยที่มองว่าการเปิดโอกาสให้เยาวชนที่จะเข้ามาช่องทางนี้ น่าจะเป็นวิธีการที่ทำให้ความขัดแย้งที่เกี่ยวข้องกับสถาบันฯลดลง ส่วนที่มีสมาชิกบางรายอภิปรายว่าถ้าทำเช่นนี้จะเป็นการส่งเสริมให้มลทำผิดในวันข้างหน้านั้น ไม่เกี่ยว เพราะใครทำผิดตั้งแต่วันนี้ก็ต้องรับโทษ ไม่ได้รับอานิสงส์ใดๆทั้งสิ้น พรรคประชาธิปัตย์จึงเห็นควรให้พิจารณาอย่างรอบคอบอย่างถ่องแท้เพื่อความมั่นคงของสถาบันหลักชาติและให้เกิดความปรองดองสมานฉันท์ 

นายอภิสิทธิ์ กล่าวด้วยว่า ในประเด็นที่2.คือการที่สว.ไปเพิ่มในบัญชีท้ายพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2561 มีการกำหนดเงื่อนไขว่าเฉพาะที่ไม่เกี่ยวพันกับการเลือกโดยทุจริต การเลือกที่ไม่เป็นธรรม และคุณสมบัติอันเป็นเท็จ ตนรู้สึกประหลาดใจ และไม่สบายใจ เพราะไม่เคยทราบเลยว่าเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองที่เรากังวลกันทุกวันนี้ ไปเกี่ยวข้องกับการเลือกสว.ครั้งที่ผ่านมาอย่างไร ยังไม่มีใครบอกตนได้เลยว่ามีใครที่จะมีปัญหาในคดีนี้ที่เป็นเรื่องสืบเนื่องมาจากการชุมนุมทางการเมือง แต่เมื่อมีการใส่เรื่องนี้เข้ามา ต่อไปหากใครถูกดำเนินคดีเรื่องนี้ก็สามารถให้คณะกรรมการที่มีนายกฯเป็นประธาน ชี้ขาดได้ง่าสมควรได้รับการนิรโทษกรรมหรือไม่

”ที่บอกว่าฮั้ว สว. อาจเกี่ยวกับการเลือกตั้งไม่เป็นธรรม ผมขอชวนคิดว่า การเลือกตั้งที่ไม่เป็นธรรมหรือมีการทุจริต ก็จะไปจบลงที่การวินิจฉัยของ กกต. ว่าต้องเลือกตั้งใหม่หรือไม่ ต้องให้ใบเหลืองใบแดงใคร หรือเพิกถอนสิทธิ์ใครอย่างไร แต่มันมีความผิดอื่นตามกฎหมายว่าด้วยเลือกสว. เช่น กรณีที่พรรคการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องสนับสนุน สมมุติว่าวันข้างหน้า ในการดำเนินคดีเกี่ยวกับสว. กกต.อาจดูเหตุการณ์ทั้งหมดแล้วบอกว่าไม่มีปัญหาทุจริต แต่พบหลักฐานชัดเจนว่ามีคนของพรรคการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้อง คนที่ไปเกี่ยวข้องก็จะอ้างว่านี่เป็นความผิดตามกฎหมายฉบับนี้ แต่ไม่เกี่ยว เพราะการเลือกตั้งไม่ได้ถูกวินิจฉัยว่าทุจริต ก็จะได้รับอานิสงส์จากการนิรโทษกรรมตามกฎหมาย ผมอาจตีความผิดก็ได้ แต่เป็นประเด็นที่สภาฯต้องพิจารณาให้ถ่องแท้และสบายใจ เพราะหากไม่พิจารณา 2 ประเด็น สุดท้ายจะสร้างปมขัดแย้งขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งเรื่องเกี่ยวข้องสถาบันสูงสุดและอีกเรื่องจะบานปลายเป็นการใช้อำนาจของนักการเมือง หากเกิดเหตุตามสิ่งที่ตนพูด ใครในสภาฯที่เห็นชอบน่าจะปฏิบัติขัดกับรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการทำหน้าที่ขัดกันของผลประโยน์ ตามข้อห้ามมาตรา 114  ของรัฐธรรมนูญ“ นายอภิสิทธิ์ กล่าว

////

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top