542.jpg
มติปปช.ฟันคดีโกงสอบ ไต่สวน6พันคน 2อธิบดีสถ.+พวกไม่รอด ล็อก4กลุ่มโดนกราวรูด ขรก.ยันก๊วนนายหน้า

มติปปช.ฟันคดีโกงสอบ ไต่สวน6พันคน 2อธิบดีสถ.+พวกไม่รอด ล็อก4กลุ่มโดนกราวรูด ขรก.ยันก๊วนนายหน้า

วันพฤหัสบดี ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

มติปปช.ฟันคดีโกงสอบ
ไต่สวน6พันคน
2อธิบดีสถ.+พวกไม่รอด
ล็อก4กลุ่มโดนกราวรูด
ขรก.ยันก๊วนนายหน้า
ดึงตร.DSIลุยสางคดี
บุกค้นคอนโดรองผู้ว่าฯ

มติป.ป.ช.ยกระดับเป็น“คดีพิเศษ”กรณีทุจริตสอบท้องถิ่น ตั้งกก.ไต่สวน ลอตแรกมีผู้ถูกกล่าวหา 6,014 คน ล็อกเป้า 4 กลุ่ม ฟัน ตั้งแต่“อธิบดีสถ.-จนท.จัดแข่งสอบ-ขบวนการนายหน้าเรียกรับเงิน-บุคคลอื่นที่ผิด”จนถึง“ผู้เข้าสอบที่ซื้อคะแนน” ดึง“ตำรวจ-ดีเอสไอ”ร่วมสางคดี พบ“2 อธิบดีสถ.” ติดโผ-ภริยาป.ป.ช.โดนด้วย ขณะ“ปกรณ์”หัวโต๊ะคกก.สอบทุจริตท้องถิ่นนัดแรก ลั่นเป็นโอกาสสำคัญล้างบ้าน ขีดเส้น15 กรกฎาคม ส่งรายงานชุดแรกให้นายกฯด้าน กมธ.ป.ป.ช.สภาฯ รุกสาว“ทุจริตโกงสอบท้องถิ่น” เชิญ “อธิบดีสถ.-อธิการบดีมศว-หน่วยงานหลัก” แจงข้อมูลลั่นต้องดำเนินคดีถึงที่สุด

เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการ ป.ป.ช.ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช.แถลงว่า ตามที่สำนักงานป.ป.ช.ได้เคยแจ้งความคืบหน้าที่จะดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีเจ้าหน้าที่ของรัฐ สังกัดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.)กระทรวงมหาดไทย ดำเนินโครงการจัดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2568 โดยแก้ไขคะแนนสอบและเรียกรับเงินจากผู้สมัครสอบเพื่อช่วยเหลือให้สอบผ่าน โดยจะรวบรวมพยานหลักฐานและเสนอต่อคณะกรรมการป.ป.ช. พิจารณาดำเนินการไต่สวนและดำเนินคดีกับบุคคลที่เกี่ยวข้องนั้น


ปปช.ยกโกงสอบท้องถิ่นเป็นคดีพิเศษ

เลขาธิการป.ป.ช.กล่าวว่าเจ้าหน้าที่ได้มีการรวบรวมข้อมูลและพยานหลักฐานในเรื่องดังกล่าวแล้ว พบว่าจากข้อเท็จจริงมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าอธิบดีสถ.กับพวกดำเนินโครงการจัดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นพ.ศ.2568 โดยแก้ไขคะแนนสอบและเรียกรับเงินจากผู้สมัครสอบเพื่อช่วยเหลือให้สอบผ่านซึ่งมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตต่อไปได้อีกทั้งเรื่องดังกล่าว ยังเป็นเรื่องกล่าวหาที่มีความสำคัญระดับประเทศที่อยู่ในความสนใจของประชาชนและยังเป็นเรื่องที่มีผลกระทบอย่างกว้างขวางซึ่งเข้าลักษณะเป็นคดีพิเศษตามแนวทางในการพิจารณาและการบริหารคดีพิเศษจึงได้นำเสนอคณะกรรมการป.ป.ช. พิจารณารับเรื่องกล่าวหาดังกล่าวไว้ไต่สวนเป็นคดีพิเศษวันนี้

ตั้งคกก.ไต่สวน ‘โกงสอบท้องถิ่น’

นายสุรพงษ์กล่าวว่า คณะกรรมการป.ป.ช.ได้พิจารณาแล้ว มีมติให้ดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริง กรณีดำเนินโครงการจัดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2568 โดยแก้ไขคะแนนสอบและเรียกรับเงินจากผู้สมัครสอบเพื่อช่วยเหลือให้สอบผ่านไว้ไต่สวนเป็นคดีพิเศษ โดยตั้งคณะกรรมการไต่สวนตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 51 เพื่อดำเนินการไต่สวนกลุ่มบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องดังนี้

พุ่ง4กลุ่ม‘อธิบดีสถ.-จนท.-นายหน้า’

1.ผู้บริหารระดับสูงของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น 2.กลุ่มบุคคลที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีหน้าที่เกี่ยวกับการจัดสอบและประกาศผลสอบ 3.กลุ่มบุคคลที่ไม่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ได้แก่ กลุ่มบุคคลที่แก้ไขคะแนนของผู้เข้าสอบกลุ่มนายหน้าเรียกรับเงินจากผู้เข้าสอบ และกลุ่มบุคคลที่ได้รับ การแก้ไขคะแนนในกระดาษคำตอบ4.บุคคลอื่นที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการ
กระทำความผิด

ทั้งนี้ ในการดำเนินการไต่สวนเรื่องกล่าวหาข้างต้น สำนักงาน ป.ป.ช. จะได้ประสานความร่วมมือไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อขอพนักงานเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานดังกล่าวมาเป็นผู้ช่วยเหลือคณะกรรมการไต่สวนต่อไป

ไต่สวน4 กลุ่มผู้ถูกกล่าวหา6,014คน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติเป็นเอกฉันท์รับคำร้องคดีทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นเป็นคดีพิเศษและแต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน โดยมีนายสุชาติ ตระกูลเกษม ประธานคณะกรรมการป.ป.ช.เป็นเจ้าของสำนวน ขณะที่นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ กรรมการ ป.ป.ช.ขอถอนตัวออกจากคดีนี้เนื่องจากภรรยาเป็นกรรมการกลางการสอบแข่งขันถูกกล่าวหา มีส่วนเกี่ยวข้องในคดีนี้

สำหรับคดีนี้มีผู้ถูกกล่าวหา 6,014 คน แบ่งเป็นผู้เข้าสอบ 5,000 คน และข้าราชการที่เกี่ยวข้องอีกกว่า 1,000 คน แบ่งเป็น กลุ่มเจ้าหน้าที่รัฐจัดการสอบและประกาศผลสอบ 22 ราย ในจำนวนนี้ มีรายชื่อระดับอธิบดี 2 คน และกลุ่มผู้ร่วมแก้ไขคำตอบและนายหน้า 33 ราย รวมทั้งสิ้น 55 คน

2อธิบดีสถ.-ภรรยาป.ป.ช.โดนด้วย

โดยรายชื่อ 2 อธิบดีที่ถูกกล่าวหานั้น ได้แก่ 1.ร.ต.ท.ภพชนก ชลานุเคราะห์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ระหว่างวันที่ 29 ก.ค.-11 พ.ย. 2568 2.นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ระหว่างวันที่ 12 พ.ย. 2568-24 มิ.ย. 2569

นอกจากนี้ ยังปรากฏชื่อของนางวรสุดา รัตนสุคนธ์ ผู้แทนปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ซึ่งเป็นภรรยานายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ อดีตอธิบดีกรมการปกครอง ปัจจุบัน เป็นกรรมการป.ป.ช.ด้วย โดยนายแมนรัตน์ได้ขอถอนตัวออกจากที่ประชุมคดีพิเศษในวันนี้ เนื่องจากมีส่วนได้ส่วนเสียในการพิจารณา ซึ่งที่ประชุม ป.ป.ช.อนุญาต

ป.ป.ช.บุกค้นคอนโดย่านพระราม 8

มีรายงานข่าวว่า ช่วงเช้าที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สนธิกำลังกับ กก.2 กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นำหมายศาลเข้าตรวจค้นห้องพักที่คอนโดฯชื่อดัง ย่านพระราม 8ซึ่งเป็นห้องพักของรองผู้ว่าราชการจังหวัดแห่งหนึ่งในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อหาพยานหลักฐานเกี่ยวกับคดีทุจริตสอบข้าราชการของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.)เพิ่มเติม

ภายหลังเข้าตรวจค้นห้องพักดังกล่าวเบื้องต้นไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย หรือพยานหลักฐานใดๆ เนื่องจากห้องดังกล่าวไม่มีผู้อยู่อาศัยมานานแล้ว สอดคล้องกับข้อมูลของนิติคอนโดที่ยืนยันกับเจ้าหน้าที่ว่า เจ้าของห้องดังกล่าว ได้ย้ายไปอยู่ที่อื่นและไม่ได้กลับมาที่ห้องนานกว่าครึ่งปีแล้ว

มีรายงานแจ้งอีกว่า รองผู้ว่าราชการจังหวัดคนดังกล่าวก่อนหน้านี้เคยมีตำแหน่งเป็นผู้ตรวจราชการกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) และเป็นผู้ทำหน้าที่ร่าง TOR สำหรับสอบท้องถิ่นดังกล่าวขึ้นมา

นายกฯรับทราบรายงานบุกค้นแล้ว

วันเดียวกัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณี ป.ป.ช.สนธิกำลังกับตำรวจสอบสวนกลาง บุกค้นคอนโดฯ อดีตรองอธิบดีสถ.ซึ่งถูกระบุว่าเป็นผู้ร่าง TOR จัดสอบข้าราชการท้องถิ่นโดยนายอนุทินตอบเพียงสั้นๆ ว่า “ได้รับทราบรายงานแล้ว”

ปกรณ์ถกคกก.สอบทุจริตท้องถิ่นนัดแรก

ที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณีการทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นปี 2568ครั้งที่ 1 โดยมีกรรมการเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง โดยกล่าวก่อนการประชุมว่า ตนขออนุญาตกล่าวอะไรสักนิด ตนคิดว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะงานปกครอง โดยเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นหลักสำคัญหลักหนึ่งของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข มาตรา 249 ของรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ว่าให้จัดให้มีการปกครองส่วนท้องถิ่นตามเจตนารมณ์ของประชาชนและมีการ
กระจายอำนาจ

ลั่นเป็นโอกาสสำคัญในการล้างบ้าน

“ดังนั้นเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก เป็นเรื่องที่ทำลายความเชื่อมั่นของกระบวนการปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างรุนแรงเป็นสิ่งที่รับไม่ได้อย่างยิ่ง มาตรา 251 ของรัฐธรรมนูญ พูดถึงเรื่องนี้ไว้ว่าเรื่องการบริหารงานส่วนบุคคลจะต้องเป็นไปตามระบบคุณธรรม แต่สิ่งที่เกิดขึ้นมันร้ายแรงเกินกว่าที่จะใช้คำว่าไม่เป็นไปตามระบบคุณธรรมได้ ฉะนั้น คิดว่าคณะกรรมการชุดนี้มีโอกาสสำคัญอย่างยิ่งที่จะล้างบ้านนี้ให้สะอาด”

นายปกรณ์กล่าวว่า ตนไม่คิดว่าเรื่องเวลาเป็นเรื่องที่สำคัญสักเท่าไหร่ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ ต้องจริงจังและนายกฯได้มอบหมาย และสั่งการตนด้วยวาจาไว้ว่าให้เคร่งครัดกับเรื่องนี้ การดำเนินการส่วนใดที่ดำเนินการกันไปแล้ว ทั้งป.ป.ช.ซึ่งเป็นกระบวนการทางอาญา ก็ให้ดำเนินการไป แต่กระบวนการทางวินัยก็สอบ ส่วนที่เกี่ยวข้องคือ เราจะมาดูแลระบบทั้งหมดว่ามีช่องโหว่อย่างไร จะสามารถปิดช่องโหว่เหล่านี้ได้อย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดพฤติกรรมชั่วร้ายและน่าละอายเช่นนี้

ฝากปลัดสปน.-เลขาฯก.พ.เอาผิดจริยธรรม

นายปกรณ์กล่าวอีกว่า ตนไม่คิดว่าคนในห้องนี้ทั้งหมดซึ่งเป็นข้าราชการประจำจะรับเรื่องเหล่านี้ได้ ตนเป็นอดีตข้าราชการเก่า เห็นภาพแล้วสะเทือนใจอย่างยิ่ง และตนจริงจัง วันก่อนพูดกับผู้สื่อข่าวว่าดีใจที่เห็นภาพนี้เพราะจะได้เป็นโอกาสที่จะล้างบ้าน ซึ่งนี่อาจจะเป็นโอกาสสุดท้ายที่เราจะมีโอกาสทำสิ่งดีๆ ให้กับประเทศนี้ เพราะการทุจริตเปรียบเสมือนมะเร็งร้าย ระบบท้องถิ่นของประเทศไทยระบบองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของประเทศไทยถูกทำลายเสียหายยับเยิน และจะเป็นปัญหาอย่างยิ่งต่อการกระจายอำนาจ ซึ่งเป็นหลักสำคัญของรัฐธรรมนูญขอฝากคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฝากปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ให้ช่วยดูแลเรื่องนี้ด้วย

รองนายกฯกล่าวว่า ขอให้เน้นย้ำในคณะกรรมการกระจายอำนาจฯ ว่าเรื่องนี้ต้องเทคแอ๊กชั่นอย่างจริงจัง จะอยู่นิ่งๆ ไม่ได้ และขอฝากไปยังเลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง แต่ยังไม่มีคนพูดถึงเรื่องนี้เลย เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะต้องตรวจสอบนอกจากกฎหมายกฎระเบียบ เอาผู้กระทำผิดมาลงโทษตามปกติแล้ว เรื่องมาตรฐานจริยธรรม ก็ต้องจัดการอย่างจริงจังด้วย หากสาวถึงใคร ใช้มาตรฐานทางจริยธรรมในการจัดการส่วนที่เกี่ยวข้องด้วย เพราะมาตรฐานทางจริยธรรมร้ายแรงถึงขนาดเป็นรัฐมนตรีไม่ได้ ดังนั้น คนที่เข้ามาโดยระบบแบบนี้และใช้ช่องทางนี้หากิน เราไม่ควรให้อยู่ในระบบการเมืองต่อไปด้วยซ้ำจึงขอฝากปลัดสำนักนายกฯและเลขาธิการ ก.พ.ไว้ด้วย

ขีดเส้น15ก.ค.ส่งรายงานชุดแรกให้นายกฯ

ต่อมา นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีแถลงภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณีการทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568 นัดแรกซึ่งใช้เวลาประมาณ 30 นาทีว่ากรอบเวลาการทำงานของคณะกรรมการฯชุดนี้มีเวลา 30 วัน ซึ่งเดือนก.ค.มีวันหยุดหลายวันจึงประชุมกันเร็วเพื่อวางแนว กำหนดวันและเร่งดำเนินการ โดยรายงานชุดแรกจะออกก่อนวันที่ 15 ก.ค.และจะนำเสนอนายกฯวันที่ 15 ก.ค. ส่วนรายงานชุดที่ 2 จะเสร็จสิ้นประมาณวันที่ 27 ก.ค. สำหรับกระบวนการ เราจะตั้งคณะทำงานขึ้นมา เพราะส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางและสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ได้ดำเนินการไปแล้วจึงจะให้เป็นหัวหน้าทีม โดยมีองค์ประกอบทั้งสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน(ก.พ.)สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ป.ป.ท. สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาและสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี

ลั่นใครที่ทำไม่ดีต้องพ้นจากระบบ

นายปกรณ์กล่าวว่า ส่วนที่ใช้เวลาในการประชุมครั้งแรกน้อยนั้น เพราะเรารู้อยู่แล้วว่า ต้องทำอะไรไม่จำเป็นต้องคุยกันนาน ไม่ต้องเสียเวลาประชุม ตอนนี้ทีมงานทำงานกันเลย ขอย้ำว่าการปกครองท้องถิ่นเป็นเรื่องสำคัญในการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เป็นโครงสร้างพื้นฐานส่วนหนึ่งของการกระจายอำนาจที่เราเรียกร้องกัน แต่การกระจายอำนาจต้องโปร่งใส ชัดเจน

“ใครที่ทำไม่ดี ต้องพ้นจากระบบ ส่วนการดำเนินคดีอาญา คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)ดำเนินการอยู่ ส่วนเรื่องวินัย กระทรวงมหาดไทยดำเนินการอยู่ สิ่งที่คณะกรรมการฯชุดนี้รับผิดชอบคือจะดูกระบวนการว่า มีช่องโหว่ตรงไหน ต้องปิดตรงไหน รวมถึงจะดูเรื่องการประพฤติผิดจริยธรรมของข้าราชการและท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง ถือเป็นเรื่องสำคัญ คิดว่าต้องกำจัดคนที่ขาดจริยธรรมให้ออกจากระบบ ป้องกัน ไม่ให้เข้ามาสู่ระบบมากที่สุด เรามุ่งมั่นทำในเรื่องนี้”รองนายกฯระบุ

แจงคกก.ชุดนี้คล้ายชุด‘วิชา’ปิดช่องโกง

เมื่อถามว่าคณะกรรมการฯชุดนี้จะเหมือนกับกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายในคดีขับรถชนตำรวจเสียชีวิต ที่มีนายวิชา มหาคุณ อดีตกรรมการป.ป.ช.เป็นประธานหรือไม่ นายปกรณ์กล่าวว่า โดยสรุปจะเป็นทำนองนั้น เราจะดูว่า กระบวนการทั้งหมดมีช่องโหว่ตรงไหน เพื่อปิดช่องโหว่ไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก รวมไปถึงการเสนอกฎหมายอะไรต่างๆ ว่าควรจะมีหรือไม่ อย่างไรเช่น เมื่อวันที่ 7 ก.ค. พรรคภูมิใจไทยออกมาเปิดเผยว่าเตรียมเสนอร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดในการสอบบรรจุเข้าทำงานในหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. .... ส่วนผู้ที่เกี่ยวข้องหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบจะไปดำเนินการต่อ ทั้งนี้ ข้อสรุปที่คณะกรรมการฯชุดนี้ได้ จะรายงานนายกฯเพื่อมีข้อสั่งการไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ลุยเอาผิดจริยธรรมปิดทางเข้าการเมือง

เมื่อถามว่าการดำเนินการเรื่องจริยธรรมจะดำเนินการอย่างไรนายปกรณ์กล่าวว่า เรื่องจริยธรรมเป็นเรื่องสำคัญ หลายคนอาจจะคิดเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ข้อเท็จจริงคือ เป็นรัฐมนตรีไม่ได้หากประพฤติผิดจริยธรรม เข้าสู่กระบวนการทางการเมืองไม่ได้ เป็นประเด็นสำคัญที่ต้องหยิบมาดู โดยมอบหมายให้ปลัดสำนักนายกฯนำเรื่องนี้เข้าไปหารือในคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพราะการกระจายอำนาจที่ดีจะเกิดขึ้นไม่ได้ หากปราศจากคนที่สุจริต เราต้องป้องกันไม่ให้คนทุจริตเข้ามาในระบบและมอบหมายให้เลขาธิการ ก.พ.ไปดูตามกฎหมายว่าด้วยมาตรฐานจริยธรรมว่า สามารถทำอะไรได้บ้าง เพื่อจัดการคนที่ไม่มีจริยธรรมพวกนี้

เมื่อถามอีกว่ากรณีที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น(สถ.)ตรวจสอบคะแนนกับกระดาษคำตอบพบไม่ตรงกันกว่า 5 พันราย คนเหล่านี้จะต้องออกจากราชการเลยหรือไม่ นายปกรณ์กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องรอข้อมูลจากกระทรวงมหาดไทย โดยมอบหมายให้เลขาธิการก.พ.ทำหนังสือขอข้อมูลในนามของคณะกรรมการฯเข้ามาเพื่อประกอบการพิจารณา เพราะเราไม่มีอำนาจวินิจฉัย เนื่องจากเป็นอำนาจของคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น(กสถ.) เพื่อดูว่า เมื่อเกิดเหตุเช่นนี้ คุณควรจะต้องทำอย่างไร

กมธ.ป.ป.ช.เชิญสถ.-มศว แจงข้อมูล

ด้าน นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ(กมธ.ป.ป.ช.)สภาผู้แทนราษฎรเปิดเผยว่า ในการประชุมกมธ.ฯวันที่ 9 ก.ค. จะมีการพิจารณาเรื่องการทุจริตในการสอบบรรจุข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจน ทางกมธ.ป.ป.ช.ได้เชิญตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 4 ฝ่าย เข้าให้ข้อมูลต่อคณะกรรมาธิการ ดังนี้ 1.อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น 2.ประธานคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น 3.อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ 4.ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย)

นายอาสพลธ์กล่าวด้วยว่านอกจากนี้ที่ประชุมพรรคภูมิใจไทยเมื่อวันที่ 7 ก.ค. มีมติชัดเจนว่าต้องดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดให้ถึงที่สุดผู้ที่ทุจริตจะต้องถูกดำเนินคดีทุกราย ไม่ว่าจะเป็นบุคคลที่มีตำแหน่งใหญ่โตเพียงใดก็ตาม เนื่องจากไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top