วันศุกร์ ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ประเด็นการจัดสรรงบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ได้กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์และข้อโต้แย้งอย่างดุเดือดระหว่างผู้บริหารเทศบาลนครหาดใหญ่และหน่วยงานภาครัฐระดับประเทศ ประเด็นดังกล่าวครอบคลุมตั้งแต่ความโปร่งใสในการบริหารจัดการ ไปจนถึงการตั้งคำของบประมาณที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่าไม่สอดคล้องกับความเดือดร้อนของประชาชน เพื่อให้ประชาชนและผู้ที่สนใจเข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรอบด้านและตรงไปตรงมาวันนี้ แนวหน้าออนไลน์ จึงสรุปลำดับเหตุการณ์ ข้อเท็จจริง และรายละเอียดคำสัมภาษณ์ของบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ดังต่อไปนี้
จุดเริ่มต้น สส.สงขลา ชำแหละงบปี 70 ชี้รัฐบาลไร้แผนรับมือน้ำท่วม
เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ที่รัฐสภา นายจูรี นุ่มแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ได้อภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 โดยได้ท้วงติงอย่างหนักแน่นว่า โครงสร้างงบประมาณฉบับนี้เหมือนมีทุกอย่างยกเว้น "อนาคต" เนื่องจากไม่ได้มุ่งเน้นการแก้ปัญหาเชิงยุทธศาสตร์ นายจูรี ได้ยกตัวอย่างการจัดสรรงบของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ที่ได้รับงบรวม 4,800 ล้านบาท แต่ถูกจัดสรรเพื่องานป้องกันเพียง 331 ล้านบาท (ไม่ถึง 7%) ในขณะที่งบกว่า 3,400 ล้านบาทถูกตั้งไว้เพื่อรอเยียวยาหลังเกิดเหตุ และอีกกว่า 1,000 ล้านบาทนำไปจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์
นอกจากนี้ นายจูรี ยังระบุถึงเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่หาดใหญ่เมื่อปี 2568 ว่า ระบบพยากรณ์อากาศและการแจ้งเตือนอพยพเกิดความล้มเหลว ล่าช้า จนสร้างความเสียหายมหาศาลต่อชีวิตและทรัพย์สิน พร้อมวิจารณ์รัฐบาลที่เลือกเพิ่มงบกลางจากปีก่อนขึ้นมาอีก 60,000 ล้านบาท รวมเป็น 690,000 ล้านบาท ซึ่งตรวจสอบยากและหยิบใช้ง่าย โดยระบุว่า "พี่น้องชาวหาดใหญ่ไม่มีใครอยากได้เงินเยียวยาหลักพันหลักหมื่น เพราะมันไม่คุ้มค่ากับความเสียหายทางเศรษฐกิจหลักแสนหลักล้านบาท" พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลตอบให้ชัดเจนว่า โครงการป้องกันน้ำท่วมที่เคยหาเสียงไว้บรรจุอยู่ในบรรทัดใดของงบประมาณปี 2570
การยื่นของบเร่งด่วน 99.5 ล้านบาท และข้อตัดพ้อจากนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่
ต่อมาเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางลงพื้นที่ประชุมร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ในโอกาสนี้ คณะกรรมการร่วมภาคเอกชนจังหวัดสงขลา (กกร.) ได้นำเสนอโครงการเร่งด่วนป้องกันน้ำท่วมหาดใหญ่ วงเงิน 99.5 ล้านบาท ต่อนายพิพัฒน์ เพื่อพิจารณานำเสนอนายกรัฐมนตรีอนุมัติ
อย่างไรก็ตาม ประเด็นเริ่มร้อนระอุเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 นายณรงค์พร ณ พัทลุง นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ (นายกฯ แป้น) ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า "งบเร่งด่วนที่ส่งขอไป ที่รัฐมนตรีพิพัฒน์ ไม่ต้องผ่านครม. ท่านให้ส่ง ไม่มีของเทศบาลหาดใหญ่ สักบาท ขอบคุณครับท่านหอการค้ากับจังหวัดเทศบาลหาดใหญ่ คืออะไร งงน้ำไม่ท่วมหรือ" พร้อมแนบภาพสไลด์โครงการที่ไม่มีรายชื่อเทศบาลนครหาดใหญ่รวมอยู่ด้วย
ภาคเอกชนและรัฐบาลโต้กลับ "เทศบาลปฏิเสธงบเอง"
หลังจากเกิดกระแสวิจารณ์จากโพสต์ดังกล่าว วันที่ 8 กรกฎาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เรียกประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) เป็นวาระพิเศษ
ในส่วนของการชี้แจงข้อเท็จจริง ดร.ไพโรจน์ ชัยจีระธิกุล รองประธานหอการค้าจังหวัดสงขลา ตัวแทน กกร. ได้ออกมาระบุชัดเจนว่า ได้มีการหารือกับรองปลัดเทศบาลนครหาดใหญ่ที่ได้รับมอบอำนาจมาประชุมอย่างต่อเนื่องแล้ว แต่รองปลัดเทศบาลฯ เป็นผู้ยืนยันเองว่า "ไม่เอา จะใช้เงินสะสม" โดยระบุว่ามีงบเงินสะสม 50 ล้านบาทเพื่อขุดลอกคูระบายน้ำแล้ว จึงไม่ขอรับงบประมาณ อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดประเด็นดราม่าขึ้น กกร. ได้ปรับเพิ่มงบให้เทศบาลนครหาดใหญ่อีก 30 ล้านบาทในการประชุมกลางดึกของคืนก่อนหน้า
วันที่ 9 กรกฎาคม 2569 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาชี้แจงว่า รัฐบาลไม่ได้ตัดงบประมาณ แต่แผนเร่งด่วน 9 รายการวงเงิน 99.5 ล้านบาทที่เสนอมานั้น บางรายการมีความซ้ำซ้อนกับแผนงานของกรมชลประทานและ สทนช. จึงต้องนำไปทบทวนใหม่ พร้อมเปิดเผยว่า สทนช. และกรมชลประทาน มีแผนการลงทุนระยะยาวเตรียมไว้ถึง 128 โครงการ วงเงินกว่า 4.57 หมื่นล้านบาท นางสาวรัชดา ยังถ่ายทอดคำยืนยันของนายกรัฐมนตรีว่า รัฐบาลไม่ติดขัดเรื่องวงเงิน หากตรวจสอบได้ว่าโปร่งใส ไม่ซ้ำซ้อน และไม่เปิดช่องให้เกิดการแบ่งซื้อแบ่งจ้าง พร้อมเตือนว่า "อย่าเอาความเดือดร้อนของประชาชนไปสร้างความเข้าใจผิดทางการเมือง"
การแฉข้อมูลสวนกลับ รมต.อัดคลิปซัดปมของบ "เจ็ตสกี 8 ล้าน"
สถานการณ์ทวีความดุเดือดขึ้นในวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 เมื่อนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้อัดคลิปวิดีโอชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อตอบโต้นักการเมืองท้องถิ่น นายภราดร ซัดพฤติกรรมดังกล่าวว่า "โกหกเก่ง ตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ" พร้อมแฉข้อมูลคำขอตั้งงบประมาณปี 2570 ของเทศบาลท้องถิ่นหาดใหญ่ที่เพิ่งผ่านสภาวาระแรกว่า ไม่มีการเสนอโครงการขุดลอกคูคลองหรือแก้ปัญหาน้ำท่วมเข้ามาเลย แต่กลับมีการขออนุมัติงบทำห้องเรียนอัจฉริยะ ทำถนน และขอซื้อเจ็ตสกี
นายภราดร กล่าวในคลิปว่า "ขอเจ็ตสกีมา 8 ล้านบาท นี่จะซื้อเจ็ตสกีหรือว่าจะไปซื้อเรือยอร์ชไม่รู้ฮะ... ท่านลองไปทบทวนสิ่งที่ผมพูด ผมไม่มีโกหกหรอกครับ" พร้อมตั้งคำถามถึงผู้บริหารเทศบาลว่า ปัจจุบันเทศบาลมีเงินสะสมเหลืออยู่กว่า 200 ล้านบาท เหตุใดจึงเก็บไว้เฉยๆ ไม่นำมาทำโครงการแก้ปัญหาน้ำท่วมให้ชาวบ้าน และทิ้งท้ายว่า "สิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่คนเก่ง แต่คือ นักการเมืองที่โกหกเก่ง"
นอกจากนี้ ดร.ไพโรจน์ ชัยจีระธิกุล ยังได้ยื่นหนังสือด่วนถึงนายกรัฐมนตรี ขอให้มอบหมายหน่วยงานตรวจสอบย้อนหลังการใช้จ่ายงบแก้ปัญหาน้ำท่วมของเทศบาลนครหาดใหญ่ตั้งแต่ปลายปี 2568 ได้แก่ (1) โครงการขุดลอกคูระบายน้ำ 130 ล้านบาท (2) โครงการจัดซื้อเรือที่ สำนักงาน ป.ป.ช. และ สตง. กำลังตรวจสอบความโปร่งใสเรื่องราคา และ (3) โครงการขนย้ายขยะหลังน้ำท่วม เพื่อให้เกิดความโปร่งใสสูงสุด
นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ ชี้แจงทุกประเด็นข้อครหา
ในวันเดียวกัน (10 กรกฎาคม 2569) เวลา 13.10 น. ณ บริเวณประตูน้ำ คลอง ร.1 นายณรงค์พร ณ พัทลุง นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ ได้ให้สัมภาษณ์ตอบโต้ข้อกล่าวหาทั้งหมด ในประเด็นเรื่องเจ็ตสกี 8 ล้านบาท นายณรงค์พร ชี้แจงว่า "ไม่รู้ เราประมูล e-bidding เหลือเท่าไหร่ก็เท่านั้น แต่เขาตัดไปแล้ว เสนอไปเขาก็ตัด เหลือแค่เรือยาง 4 ลำ" และระบุว่า งบประมาณที่ขอไปได้เพียงเรือยาง 4 ลำ รถสิบล้อ 3 คัน และถนน 1 สาย ซึ่งยังต้องรอลุ้นในชั้นกรรมาธิการอีก ส่วนโครงการห้องเรียนอัจฉริยะนั้น นายณรงค์พรยืนยันว่าเป็นโครงการสืบทอดมาจากสมัยของพลตำรวจโท สาคร ทองมุณี อดีตนายกเทศมนตรี ไม่ใช่ของยุคตน
สำหรับประเด็นเงินสะสมที่รัฐบาลระบุว่ามีถึง 200 ล้านบาทนั้น นายณรงค์พร ตอบโต้กลับว่า "เหลือ 42 ล้านบาทเอง สามารถดูได้เพราะเป็นวิทยาศาสตร์" โดยอธิบายว่าเมื่อ 2-3 เดือนที่แล้ว ได้นำเงิน 200 ล้านบาทไปใช้ซ่อมแซมโรงเรียน อนามัย ถนน ที่จมน้ำเสียหายทั้งหมด รวมถึงซื้ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เครื่องสูบน้ำ และลอกคูคลองไปกว่า 200 กิโลเมตรแล้ว จึงเหลือเงินสะสมเพียง 42 ล้านบาท
บทสรุป นายกฯ อนุทิน ลงพื้นที่สั่งใช้งบกลาง 400 ล้านบาท
บทสรุปของความขัดแย้งในขณะนี้มาบรรจบที่การลงพื้นที่ของรัฐบาล เมื่อเวลา 13.15 น. ของวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะรัฐมนตรี ได้ลงพื้นที่ตรวจสภาพคันคลองระบายน้ำ ร.1 ที่ถูกกระแสน้ำกัดเซาะ นายอนุทิน ยืนยันว่า ได้สั่งการด่วนให้เร่งดึงงบกลางจำนวนกว่า 400 ล้านบาท ลงมาจัดการอุดรอยรั่วและสร้างคันกั้นน้ำในโครงการคลอง ร.1 โดยกรมชลประทานยืนยันว่าจะซ่อมแซมทันน้ำหลากในปีนี้ พร้อมกำชับเงื่อนไขสำคัญว่า "ต้องเสร็จภายใน 30 ตุลาคมนี้" ก่อนเข้าสู่ฤดูน้ำหลากในเดือนพฤศจิกายน
เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามประเด็นที่มีการตั้งคำถามว่า การจัดสรรงบไม่ทั่วถึงเพราะพื้นที่หาดใหญ่ไม่มี สส.พรรคภูมิใจไทยใช่หรือไม่ นายอนุทิน ได้ตอบกลับอย่างหนักแน่นว่า "คิดแต่เรื่องการเมือง ตรงนี้เป็นหน้าที่ของส่วนราชการ ของรัฐบาล ไม่เกี่ยวกับเรื่องการเมือง ไม่มีพรรคไหนทั้งนั้น มีแต่ประชาชน"
ทั้งนี้ จังหวัดสงขลายังระบุเพิ่มเติมว่า ได้มีการขอสนับสนุนงบประมาณเพื่อป้องกันอุทกภัยอย่างเต็มที่ ทั้งจากงบกระทรวงมหาดไทยจำนวน 34.90 ล้านบาท และโครงการเตรียมความพร้อมเมืองอีก 1,087 ล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณา ท้ายที่สุดแล้ว การบูรณาการร่วมกันของทุกฝ่ายจะเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการปกป้องประชาชนชาวหาดใหญ่จากวิกฤตน้ำท่วมที่กำลังจะมาถึง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี