542.jpg
ธนพร ชมนายกฯ ทำตามนโยบายที่แถลงต่อรัฐสภา หลังราชกิจจาฯ ประกาศใช้ พ.ร.บ.อำนวยความสะดวกฯ

ธนพร ชมนายกฯ ทำตามนโยบายที่แถลงต่อรัฐสภา หลังราชกิจจาฯ ประกาศใช้ พ.ร.บ.อำนวยความสะดวกฯ

วันศุกร์ ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 18.09 น.

"ธนพร" ชมนายกฯ ทำตามนโยบายที่แถลงต่อรัฐสภา หลังราชกิจจาฯ ประกาศใช้ พ.ร.บ.อำนวยความสะดวกฯ ชี้เป็นก้าวสำคัญปฏิรูประบบราชการ-ปราบทุจริต

นายธนพร ศรียากูล นักวิเคราะห์การเมือง กล่าวถึงกรณีราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ พระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. 2569 ว่า ถือเป็นอีกหนึ่งผลงานสำคัญของรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่สามารถผลักดันนโยบายซึ่งแถลงต่อรัฐสภาให้เกิดผลเป็นรูปธรรม


นายธนพร ศรียากูล

นายธนพร กล่าวว่า กฎหมายฉบับนี้มีเป้าหมายสำคัญในการปฏิรูประบบราชการให้ทันสมัย ลดขั้นตอนการอนุญาตและการให้บริการประชาชน เพิ่มความรวดเร็ว โปร่งใส และตรวจสอบได้ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนของประชาชนและภาคธุรกิจ รวมถึงลดดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ อันเป็นช่องทางสำคัญของการทุจริตคอร์รัปชัน

"นี่คือสิ่งที่รัฐบาลเคยประกาศไว้ตั้งแต่วันแถลงนโยบายต่อรัฐสภา วันนี้สามารถผลักดันจนประกาศใช้เป็นกฎหมายได้แล้ว สะท้อนว่ารัฐบาลไม่ได้มีเพียงนโยบายบนกระดาษ แต่มีความมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนให้เกิดผลจริง" นายธนพร กล่าว

นายธนพร ศรียากูล

นายธนพร ระบุว่า ก่อนหน้านี้ รัฐสภามีมติเห็นชอบร่างกฎหมายดังกล่าวด้วยคะแนนเสียง 435 เสียง ก่อนผ่านการพิจารณาของวุฒิสภา และล่าสุดได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา มีผลบังคับใช้เป็นที่เรียบร้อย ถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับประสิทธิภาพของภาครัฐ

พร้อมกล่าวว่า หากพิจารณาจากการดำเนินงานของรัฐบาลที่ผ่านมา จะเห็นว่ามีการเดินหน้าปฏิรูประบบราชการควบคู่กับการปราบปรามการทุจริตอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเร่งพัฒนาระบบบริการภาครัฐ การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เพิ่มความโปร่งใส รวมถึงการดำเนินการอย่างจริงจังกับปัญหาการทุจริตในหน่วยงานของรัฐ

"กฎหมายฉบับนี้จึงไม่ใช่เพียงการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างระบบราชการที่โปร่งใส ลดโอกาสการเรียกรับผลประโยชน์ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและภาคเอกชน ซึ่งจะส่งผลดีต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว"

นายธนพร กล่าวทิ้งท้ายว่า การประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้เป็นตัวอย่างของการบริหารงานแบบ "พูดแล้วทำ" ที่รัฐบาลสามารถผลักดันนโยบายสำคัญจนเกิดผลในทางปฏิบัติ โดยเฉพาะใน 2 มิติหลัก คือ การปฏิรูประบบราชการ และ การลดการทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการยกระดับการบริหารประเทศในอนาคต.

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top