542.jpg
ทนายเชาว์ ป้อง อภิสิทธิ์ ย้ำจุดยืนชัด ไม่แตะ ม.112 ชี้ช่วยเยาวชนหลงผิดไม่ใช่เหมาเข่ง

ทนายเชาว์ ป้อง อภิสิทธิ์ ย้ำจุดยืนชัด ไม่แตะ ม.112 ชี้ช่วยเยาวชนหลงผิดไม่ใช่เหมาเข่ง

วันศุกร์ ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 18.38 น.

‘ทนายเชาว์’ป้อง ‘อภิสิทธิ์’ย้ำจุดยืนชัดไม่แก้ ม.112 ชี้เปิดช่องฟื้นฟูเด็กหลงผิด ไม่ใช่เหมาเข่งล้างผิด! อัดยับ พ.ร.บ.นิรโทษฯ สอดไส้คดีอื่น เอื้อประโยชน์พวกพ้อง

วันที่ 10 กรกฎาคม 2569 นายเชาว์ มีขวด อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงคำอภิปรายของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กรณีมาตรา 112 และร่าง พ.ร.บ. สร้างเสริมสังคมสันติสุข (หรือ พ.ร.บ. นิรโทษกรรม) ที่กำลังเป็นประเด็นร้อนแรงในสังคมโดยยืนยันหนักแน่นว่า จุดยืนของนายอภิสิทธิ์ และพรรคประชาธิปัตย์ ไม่เคยเปลี่ยนแปลง นั่นคือ ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไข หรือยกเลิกมาตรา 112 และไม่เห็นด้วยที่จะนำความผิดตามมาตรา 112 ไปรวมไว้ใน พ.ร.บ. นิรโทษกรรม


ส่วนคำอภิปรายของนายอภิสิทธิ์ที่ถูกนำไปตีความนั้น นายเชาว์ชี้แจงว่า เป็นเพียงการเสนอ "ช่องทาง" ในกระบวนการยุติธรรมสำหรับเด็กและเยาวชนที่กระทำความผิด หากสำนึกผิดว่าถูกหลอกหรือหลงผิด และพร้อมกลับตัวเป็นคนดี ก็ควรมีพื้นที่ให้พวกเขาได้เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูเยียวยา เพื่อไม่ให้เป็นการผลักคนเห็นต่างไปเป็นศัตรูถาวร ซึ่งไม่ใช่การ "นิรโทษกรรมแบบเหมาเข่ง" อย่างที่หลายคนเข้าใจผิด

"การเคารพและรักสถาบัน มันต้องรักให้ถูกทางด้วย ไม่ใช่ว่าคนเห็นต่างแล้วเราผลักให้เค้าไปเป็นศัตรู... ต้องฉุกคิดให้ได้ว่า รักสถาบันอย่างไรไม่ให้สถาบันเดือดร้อน รักสถาบันอย่างไรไม่เป็นการเพิ่มศัตรูให้กับสถาบัน" ทนายเชาว์กล่าว

สำหรับประเด็นที่น่าจับตามองและน่ากังวลที่สุดในสายตาของอดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ คือ ร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรม ฉบับนี้ ซึ่งนายเชาว์ มองว่า มีการ "สอดไส้" ฐานความผิดที่ไม่เกี่ยวกับการชุมนุมทางการเมืองเข้ามาด้วยถึง 24 ฉบับ (กว่า 40 ฐานความผิด) เช่น กฎหมายการเลือกตั้ง สว. หรือความผิดตามมาตรา 124 (การนำความลับไปเปิดเผย)

นอกจากนี้ การให้อำนาจเด็ดขาดแก่คณะกรรมการ 9 คน หรือ "9 อรหันต์" (ซึ่งมีนายกฯ หรือผู้แทนเป็นประธาน) ในการชี้ขาดว่าใครจะได้รับสิทธิประโยชน์จาก พ.ร.บ. ฉบับนี้ เป็นเรื่องอันตรายอย่างยิ่ง เพราะคณะกรรมการชุดนี้มีที่มาจากฝ่ายการเมือง ซึ่งอาจใช้ดุลพินิจเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มก้อนหรือพวกพ้องของตนเองได้ ที่ร้ายแรงกว่านั้น ร่างกฎหมายฉบับนี้ ยังแฝงข้อความ "นิรโทษกรรมตัวเอง" ให้กับคณะกรรมการชุดนี้ หากอ้างว่าปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต ซึ่งนายเชาว์ เปรียบเทียบว่า คล้ายคลึงกับการใช้อำนาจของคณะปฏิวัติ

แม้จะเห็นด้วยกับการคืนความยุติธรรมให้กับประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมตลอด 20 ปีที่ผ่านมา แต่ทนายเชาว์เตือนว่า หากคณะกรรมการ 9 คน ใช้กฎหมายฉบับนี้เป็นเครื่องมือทางการเมือง หรือล้างผิดคดีที่ไม่เกี่ยวกับการชุมนุม แทนที่สังคมจะพบกับ "สันติสุข" ตามชื่อร่าง พ.ร.บ. อาจกลายเป็นการจุดชนวนความขัดแย้ง และนำไปสู่การฟ้องร้องครั้งใหม่ที่รุนแรงกว่าเดิม

"การเมือง 20 ปีที่ผ่านมา ทุกคนตกผลึกแล้วว่า ปัญหาทุกปัญหา สุดท้ายผลประโยชน์จะตกอยู่กับกลุ่มนักการเมืองกลุ่มเดียว แต่ผลเสียหรือความเสียหายเกิดกับกลุ่มผู้ชุมนุม... ต้องติดคุกติดตาราง สิ้นเนื้อประดาตัว บ้านแตกสาแหรกขาด เพียงเพราะอุดมการณ์แรงกล้า" ทนายเชาว์กล่าว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top