วันเสาร์ ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
นายกฯลุยหาดใหญ่
สั่งเร่งรับมือน้ำท่วม
นายกฯนำคณะลงพื้นที่ตรวจสภาพคันคลองระบายน้ำคลอง ร.1 หาดใหญ่ ที่ถูกกระแสน้ำกัดเซาะ มั่นใจซ่อมคันคลองระบายน้ำ ทันก่อนฤดูน้ำมา ลั่นรัฐบาลบูรณาการทุกกระทรวง เตรียมพร้อมรับมืออีกไม่กี่เดือนถึงหน้าน้ำ ย้ำถอดบทเรียนน้ำท่วมหาดใหญ่ ไม่ให้ประชาชนเดือดร้อนอีก ด้าน“ภราดร”อัดคลิปโต้เปิดเบื้องหลังงบ 99.5 ล้าน – เทศบาลนครหาดใหญ่ปัดรับความช่วยเหลือเอง แฉเมินงบแก้น้ำท่วม แต่ขอ“เจ็ตสกี8ล้าน”ขณะที่“นายกฯแป้น” โวยงบแก้ปัญหาน้ำท่วมหาดใหญ่ ปี’70 ถูกตัดเกือบหมด ยันงบเทศบาลเหลือแค่ 42 ล้าน ไม่ใช่ 200 ล้าน
เมื่อเวลา 10.45 น. วันที่ 10 กรกฎาคม 2569 ที่อาคารรับรอง ด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ จังหวัดสงขลา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ได้เป็นสักขีพยานในพิธีรับมอบความช่วยเหลือแบบให้เปล่าจากธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank: ADB) จำนวน 2 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อสนับสนุนการบรรเทาผลกระทบและฟื้นฟูความเสียหายจากสถานการณ์มหาอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดสงขลา โดยกระทรวงการคลังได้ลงนามรับความช่วยเหลือแบบให้เปล่าจาก ADB ภายหลังคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติให้รับความช่วยเหลือดังกล่าวในนามรัฐบาลไทย เพื่อนำไปฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในจังหวัดสงขลาเมื่อปี 2568
ตรวจคันคลองระบายน้ำ ร.1
ต่อมา เวลา 13.15 น. นายอนุทิน ลงพื้นที่ตรวจสภาพคันคลองระบายน้ำ ร.1 (คลอง ร.1) อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ที่ถูกกระแสน้ำกัดเซาะได้รับความเสียหาย โดยมีรัฐมนตรีร่วมคณะ อาทิ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ และมี นายนิพนธ์ บุญญามณี แกนนำพรรคภูมิใจไทย ให้การต้อนรับ โดย นายกฯ รับฟังสรุปการจัดการน้ำในพื้นที่ และได้เดินไปดูจุดที่ได้รับความเสียหายจากกระแสน้ำกัดเซาะ พร้อมสอบถามถึงการซ่อมแซมและกำชับให้เร่งดำเนินการ
มั่นใจซ่อมเสร็จก่อนฤดูน้ำมา
จากนั้น นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์กรณีการซ่อมแซม คลอง ร. 1 ที่เสียหาย จะทันระยะเลาน้ำหลากหรือไม่ กล่าวว่าซ่อมแซมต้องทันน้ำที่จะมาในปีนี้ อธิบดีกรมชลประทานก็ยืนยันว่าทัน ตอนนี้กรมชลประทานเตรียมการแก้ไขไว้แล้ว วันนี้จึงมาดูพื้นที่จริง เพราะต้องดูงบประมาณกรมชลประทานของบมาเป็นงบกลางเราก็ต้องเร่ง โดยงบกลางจะต้องอนุมัติให้เสร็จสิ้นก่อนสิ้นปีงบประมาณนี้
เมื่อถามว่าอยากให้นายกฯ เน้นย้ำว่าในพื้นที่ภาคใต้จะปลอดภัย นายอนุทิน กล่าวว่า เน้นย้ำว่าการเตรียมการป้องกันลดความเสียหาย เราเตรียมการไว้หมด เมื่อถามว่า มีการตั้งคำถามงบกลางจำนวน 99 ล้านบาท ในพื้นที่ที่ไม่มีส.ส. พรรคภูมิใจไทยไม่ได้รับการจัดงบดังกล่าว นายอนุทิน กล่าวว่า คิดแต่เรื่องการเมือง ตรงนี้เป็นหน้าที่ของส่วนราชการ ของรัฐบาล ไม่เกี่ยวกับเรื่องการเมือง ไม่มีพรรคไหนทั้งนั้น มีแต่ประชาชน
ลั่นไม่ให้สงขลาเสียหายซ้ำรอย
จากนั้น เวลา 13.35 น. ที่วัดท่าช้าง อ.บางกล่ำ จ.สงขลา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะ เดินทางพบปะประชาชนในพื้นที่ ตำบลท่าช้าง อำเภอบางกล่ำ โดยกล่าวว่า วันนี้ได้ใช้โอกาสอย่างเต็มที่ ซึ่งช่วงเช้าอยู่ที่ประเทศมาเลเซีย ก่อนมาที่พรมแดนสะเดาพบกับนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เพื่อเปิดด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ และถนนเชื่อมให้การสัญจรข้ามพรมแดนระหว่างประเทศมาเลเซียกับประเทศไทยมีความสะดวกมากยิ่งขึ้น วันนี้ทุกคนคงกลับบ้านด้วยรอยยิ้ม เพราะนอกจากตนแล้ว ยังมีรัฐมนตรีหลายท่านมาร่วมพบปะกับพี่น้องประชาชนด้วย
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า วันนี้ไม่ใช่แค่มาพบปะทักทายกัน แต่มาพูดถึงการเตรียมความพร้อมในการป้องกันภัยธรรมชาติ ซึ่งอีกไม่กี่เดือนหน้าน้ำจะมาถึง โดยปีที่แล้วเกิดความเสียหายมากในพื้นที่จังหวัดสงขลา รัฐบาลถอดบทเรียนต่างๆ และเตรียมตัวอย่างเต็มที่ เพื่อไม่ให้ความเสียหายเกิดซ้ำขึ้นอีก ประชาชนจะได้ไม่ประสบความยากลำบาก วันนี้ทุกคนคงเห็นว่าถ้ารัฐบาลไม่ตั้งใจ และอยากให้ทุกอย่างเรียบร้อยก่อนสิ้นปี คงไม่พร้อมหน้าพร้อมตากันมาพบกับทุกคน
รบ.เตรียมพร้อมรับเหตุฉุกเฉิน
“แม้ว่าวันนี้เรามาด้วยความกลัวว่าถ้าหากทำไม่ได้จะทำอย่างไร ตนจึงนำจำเลยทั้งหมดมาด้วยกันกับตน ตนเป็นจำเลยที่ 1 แน่นอนอยู่แล้ว แต่วันนี้ต้องมีจำเลยร่วมด้วยกัน ให้ทุกคนมีส่วนร่วมทั้งหมด เช่น กระทรวงคมนาคมดูเรื่องการสัญจร กระทรวงการคลังดูเรื่องงบประมาณต่างๆ กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาดูว่าทำอย่างไรที่จะทำให้นักท่องเที่ยวไม่น้อยลง รวมถึงหาวิถีทางที่ให้คนมาเที่ยวหาดใหญ่ด้วยความปลอดภัย กระทรวงสาธารณสุขที่ปีที่แล้วมีปัญหาเรื่องการรักษาพยาบาล เพราะได้รับผลกระทบจากอุทกภัยครั้งใหญ่ รัฐบาลจึงมาเตรียมตัวทุกด้านไม่ให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น และให้เกิดความพร้อมในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน” นายอนุทิน กล่าว
ช่วยปชช.ต้องไม่ขาดเหลือ-ไม่ล่าช้า
นายกฯกล่าวต่อว่า รัฐมนตรีทุกคนที่อยู่ตรงนี้ ตอนน้ำท่วมหาดใหญ่ปีที่ผ่านมาทุกคนได้ลงพื้นที่ เห็นสภาพความเสียหายเกิดขึ้นก็กลับไปบอกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้คิดแผนงานการป้องกันไม่ให้เหตุการณ์เกิดขึ้นมาทำร้ายพวกเราอีก เราป้องกันไม่ให้ฝนตกไม่ได้ เรารู้ว่าน้ำหลั่งไหลมาจากทั่วทุกสารทิศ แต่ไม่ว่าน้ำจะมามากขนาดไหน เราต้องบอกประชาชนได้ว่าเราได้วางแผนการป้องกันอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะเรื่องระบบให้การช่วยเหลือประชาชนที่จะต้องไม่ขาดเหลือ และต้องไม่ล่าช้าอีกต่อไป
พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีได้ขอความเห็นใจให้คนทำงานในช่วงที่เกิดเหตุ ยืนยันได้ว่าทหารตำรวจข้าราชการทุกกระทรวงทบวงกรมที่อยู่ในพื้นที่ ผู้ว่าราชการจังหวัด ท้องถิ่นทุกคน สุมหัวกันอยู่ที่นี่เพื่อแก้ปัญหา ตนจำได้วันเสาร์ตอนเช้ายังอยู่ที่จังหวัดขอนแก่น แต่หลังรับประทานอาหารเที่ยงเสร็จลูกน้องมาบอกว่าตอนนี้น้ำท่วมที่สงขลาค่อนข้างรุนแรง ตนรีบบินจากขอนแก่นลงมาถึงที่หาดใหญ่ และได้ลงพื้นที่ทันทีก็ได้เห็นสภาพ สิ่งสำคัญที่ขาดหายไปคืออาหาร พวกเราตกใจมากว่าทำไมอาหารแม้แต่ก๋วยเตี๋ยวสักชามยังไม่มี เพราะทุกคนเร่งตุนไว้ในบ้าน รวมถึงบางส่วนเกิดความเสียหาย ทั้งหมดนี้เราจะจัดลำดับความสำคัญ และเตรียมการไว้แล้วว่าจะช่วยเหลือประชาชนอย่างไร
หาดใหญ่กลับเป็นปกติใน1-2เดือน
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า งานใหญ่หลังน้ำท่วมคือการปัดกวาดทำความสะอาดหลังน้ำลด ซึ่งใช้เวลา 1-2 เดือน หาดใหญ่ก็กลับสู่สภาพปกติ ย้ำว่า ขอให้มั่นใจว่ารัฐบาลไม่เคยทอดทิ้ง และระดมทรัพยากรต่างๆ เข้ามาช่วยเหลือแก้ไขให้กับประชาชนทุกคน
นายกฯยังกล่าวถึงการลงพื้นที่ตรวจสอบคลอง ร.1 ว่ายังพบความเสียหายอยู่ แต่ไม่ต้องเป็นห่วง เพราะกรมชลประทานจะดำเนินการซ่อมแซม รวมถึงกรมทางหลวงจะซ่อมถนน โดยใช้งบกลางที่จะนำมาให้กับพี่น้องชาวสงขลา เพื่อป้องกันปัญหาน้ำที่อาจเกิดขึ้นช่วงสิ้นปีนี้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ อย่างไรก็ตาม ขอให้มีความเชื่อมั่นว่าจังหวัดสงขลาเป็นจังหวัดที่มีความสำคัญของประเทศ ยิ่งตนได้ไปเยือนประเทศมาเลเซียพบว่าการค้าขายของทั้งสองประเทศ มีมูลค่ากว่า 8 แสนล้านบาท เราตั้งเป้าไว้ว่าภายในปี 2570 จะต้องถึง 1 ล้านล้านบาท ฉะนั้น ถ้าเทียบแล้วสงขลาคือส่วนสำคัญที่ทำให้การค้าขายของประเทศมีความคล่องตัวมากขึ้น
‘ภราดร’โต้ปมตัดลดงบแก้น้ำท่วม
ทางด้าน นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมาอัดคลิปวิดีโอ ชี้แจงข้อเท็จจริง โต้กลับเพจเฟซบุ๊ก“ลม ฟ้า อากาศ” และกระแสวิจารณ์จากนักการเมืองท้องถิ่นที่ระบุว่า รัฐบาลใจดำและอำมหิตที่ตัดลดงบประมาณแก้ปัญหาน้ำท่วมของพี่น้องชาวหาดใหญ่ โดยชี้ให้เห็นเบื้องลึกเบื้องหลังการจัดสรรงบ พร้อมซัดกลับพฤติกรรม “โกหกเก่ง ตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ”
นายภราดร ชี้แจงถึงกรณีที่ทางปลัดเทศบาลนครหาดใหญ่ออกมาโวยวายว่ารัฐบาลไม่ให้ความสำคัญ ทั้งที่หาดใหญ่เป็นพื้นที่ที่เสี่ยงน้ำท่วมหนักที่สุด โดยเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) นัดพิเศษ ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ทาง กกร. สงขลา ได้เสนองบเพื่อแก้ปัญหาระยะสั้น 99.5 ล้านบาท แต่ข้อเท็จจริงในที่ประชุมคือ เมื่อคณะกรรมการสอบถามความต้องการ ทางปลัดเทศบาลกลับแจ้งกับ กกร. หาดใหญ่เองว่า “ไม่เอา จะใช้เงินสะสม” จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมงบส่วนนี้จึงไม่ได้ถูกจัดสรรไปที่เทศบาลนครหาดใหญ่ตามที่ถูกนำไปบิดเบือน
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยนายกรัฐมนตรีได้สั่งการด่วนให้ สทนช. และกรมชลประทาน โดยมีนายพิพัฒน์ รองนายกฯ ลงมาดูรายละเอียดโครงการที่ทำได้ทันที ล่าสุดได้ข้อสรุปในการดึงงบกลางจำนวนกว่า 400 ล้านบาท ลงมาจัดการอุดรอยรั่วและสร้างคันกั้นน้ำในโครงการคลอง ร.1 โดยนายกฯ กำชับเงื่อนไขสำคัญว่า “ต้องเสร็จภายใน 30 ตุลาคมนี้” ก่อนที่ฤดูน้ำหลากจะมาถึงในเดือนพฤศจิกายน
ชำแหละคำของบปี’70ไร้แก้น้ำท่วม
ประเด็นที่สร้างความฮือฮาที่สุด คือการเปิดเผยคำของบประมาณปี 2570 ของเทศบาลท้องถิ่นหาดใหญ่ ที่เพิ่งผ่านสภาวาระแรก ซึ่งสวนทางกับความเดือดร้อนของประชาชนอย่างสิ้นเชิง นายภราดรระบุว่า ไม่มีการเสนอโครงการขุดลอกคูคลองหรือแก้ปัญหาน้ำท่วมเข้ามาเลย แต่กลับมีการขออนุมัติงบทำห้องเรียนอัจฉริยะ 4 ห้อง ทำถนน และที่น่าตกใจที่สุดคือการขอซื้อ “เจ็ตสกีมูลค่า 8 ล้านบาท”
“ขอเจ็ตสกีมา 8 ล้านบาท นี่จะซื้อเจ็ตสกีหรือว่าจะไปซื้อเรือยอร์ชไม่รู้ฮะ... ท่านลองไปทบทวนสิ่งที่ผมพูด ผมไม่มีโกหกหรอกครับ” นายภราดรกล่าว พร้อมตั้งคำถามตัวโตถึงผู้บริหารเทศบาลว่า ปัจจุบันเทศบาลมีเงินสะสมเหลืออยู่กว่า 200 ล้านบาท เหตุใดจึงเก็บไว้เฉยๆ และไม่นำมาจัดทำโครงการแก้ปัญหาน้ำท่วมให้ชาวบ้าน
ในช่วงท้าย นายภราดรได้ฝากข้อคิดเตือนใจพี่น้องชาวหาดใหญ่ว่า สิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่คนเก่ง แต่คือ “นักการเมืองที่โกหกเก่ง” ที่หยิบยกความจริงมาพูดเพียงครึ่งเดียวเพื่อหวังผลทางการเมือง พร้อมยืนยันว่าตนไม่กลัว และพร้อมนำข้อมูลจริงมาเปิดเผยเพื่อให้ประชาชนได้รับฟังความจริงครบทั้งสองด้าน
‘แป้น’โวยงบแก้น้ำท่วมถูกตัด
ด้าน นายณรงค์พร ณ พัทลุง นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายภราดร อัดคลิปชี้แจงกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการตัดงบปี 70 แก้ปัญหาน้ำท่วมให้กับอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยนายณรงค์พร ย้ำว่า งบถูกตัดหมด ส่วนเรื่องห้องเรียนอัจฉริยะเป็นสมัยของพล.ต.ท.สาคร ทองมุณี อดีตนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ ไม่ใช่ยุคของตน ซึ่งที่เราขอไปได้เพียงเรือยาง 4 ลำ รถสิบล้อ 3 คัน และถนน 1 สาย ซึ่งยังไม่ทราบว่าจะได้หรือไม่ได้ ต้องเข้ากรรมาธิการงบฯ ในปีหน้าอีก
นายณรงค์พร กล่าวถึงการจัดซื้อเจ็ตสกีว่า เราก็ขอไป เพราะต้องใช้ แต่เขาตัดหมดแล้ว จึงได้เรือยางแค่มา 4 ลำ เมื่อถามว่า การซื้อเจ็ตสกีมีราคา 8 ล้านตามที่ข่าวออกมาหรือไม่ นายณรงค์พร ระบุว่า ไม่รู้ เราประมูล e-bidding เหลือเท่าไหร่ก็เท่านั้น แต่เขาตัดไปแล้ว เสนอไปเขาก็ตัด เหลือแค่เรือยาง 4 ลำ ส่วนวันนี้ที่จะได้เจอนายกรัฐมนตรีด้วยตนเองจะมีการพูดคุยเรื่องนี้ด้วยหรือไม่ นายณรงค์พร กล่าวว่า ไม่ได้คุย ตนแค่มาต้อนรับตามปกติ เมื่อถามต่อว่า ของบประมาณไปแล้วแต่ถูกตัดจะทำเสียกำลังใจหรือไม่ นายณรงค์พร ยืนยันว่า ไม่เป็นไร ก็แล้วแต่เขาให้อะไรก็เอา เราก็มาบริหารจัดการเพิ่มเติม
เทศบาลหาดใหญ่เหลืองบ42ล.
ส่วนกรณีที่รัฐบาลบอกว่าเทศบาลนครหาดใหญ่เหลืองบ 200 ล้านบาท นายณรงค์พร ตอบกลับว่า เหลืออยู่ 42 ล้านบาท สามารถดูได้เพราะเป็นวิทยาศาสตร์ ซึ่ง 2-3 เดือนที่แล้ว 200 ล้านบาท เราใช้ซ่อมโรงเรียนและถนน รวมถึงซ่อมอนามัยเพราะจมน้ำหมด และยังรวมถึงการซื้ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เพราะเทศบาลจมทั้งหมด นอกจากนี้ยังมีการลอกคูคลอง ซื้อเครื่องสูบน้ำกว่า 200 ล้าน เมื่อสองเดือนที่แล้ว ก็เลยเหลือ 42 ล้าน ฉะนั้นสามารถไปดูได้
เมื่อถามว่า ประเมินสถานการณ์อุทกภัยปีนี้ว่าอย่างไร นายณรงค์พร กล่าวว่า ก็ทำตามหน้าที่อย่างเต็มที่ ส่วนของที่ได้มาจะเพียงพอต่อการรับมือหรือไม่ นายณรงค์พร ย้ำว่า ปีหน้าก็ไม่รู้จะมาหรือไม่ เพราะงบประมาณนี้เป็นของปี 70 และยังต้องผ่านกรรมาธิการอีก ประชุมอีก 3-4 รอบ สำหรับความคืบหน้าในการขุดลอกคูคลองในขณะนี้ นายณรงค์พร ระบุว่า ได้ 200 กว่ากิโลแล้ว
ปภ.เตือนฝนตกหนัก10-15ก.ค.
วันเดียวกัน นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้ติดตามสภาวะอากาศและพิจารณาปัจจัยเสี่ยง ประกอบกับกรมอุตุนิยมวิทยา ได้มีประกาศ เรื่อง คลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนและฝนตกหน้าถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันตก ด้านตะวันตกของภาคกลาง และภาคตะวันออก (มีผลกระทบในช่วงวันที่ 10-15 ก.ค.) ฉบับที่ 2 (118/2569) แจ้งว่า ในช่วงวันที่ 10 -15 ก.ค.มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรง ส่งผลให้คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2 – 4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองจะมีคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร
ส่วนอ่าวไทยตอนบนและทะเลอันดามันตอนล่างมีคลื่นสูง 2 – 3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร โดยในช่วงวันที่ 11 – 14 ก.ค.ภาคใต้ฝั่งตะวันตก ด้านตะวันตกของภาคกลาง และภาคตะวันออก มีฝนตกหน้าถึงหนักมากบางแห่ง
หลายจังหวัดเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน
โดยมีพื้นที่คาดว่าจะเกิดฝนตกหนัก อาจเกิดน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำท่วมขัง ดินโคลนถล่ม และคลื่นลมแรง ระหว่างวันที่ 10 – 15 ก.ค.แยกเป็น พื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำท่วมขัง และดินโคลนถล่ม ภาคกลาง 10 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี ราชบุรี นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ระยอง จันทบุรี ตราด เพชรบุรีประจวบคีรีขันธ์ ภาคใต้ 6 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่
พื้นที่เฝ้าระวังคลื่นลมแรง ภาคกลาง 4 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี (อำเภอเมืองชลบุรี ศรีราชา เกาะสีชัง บางละมุง และอำเภอสัตหีบ) ระยอง (อำเภอเมืองระยอง บ้านฉาง และอำเภอแกลง) จันทบุรี (อําเภอนายายอาม ท่าใหม่ แหลมสิงห์และอำเภอขลุง) ตราด (อำเภอเมืองตราด แหลมงอบ คลองใหญ่ เกาะช้าง และอำเภอเกาะกูด) ภาคใต้ 4 จังหวัด ได้แก่ ระนอง (อำเภอเมืองระนอง อำเภอสุขสำราญ และอำเภอกะเปอร์) พังงา (อำเภอเกาะยาว อำเภอตะกั่วทุ่ง อำเภอท้ายเหมือง อำเภอตะกั่วป่า และอำเภอคุระบุรี) ภูเก็ต (ทุกอำเภอ) กระบี่ (อำเภอเมืองกระบี่ อำเภอคลองท่อม อำเภอเกาะลันตา อำเภอเหนือคลอง และอำเภออ่าวลึก) ตรัง (อำเภอกันตัง สิเกา ปะเหลียน และอำเภอหาดสำราญ) สตูล (อำเภอเมืองสตูล ละงู ท่าแพ และอำเภอทุ่งหว้า)
กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก) โดย ปภ. จึงประสานแจ้ง 19 จังหวัด และศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นเสี่ยงภัย ให้ติดตามสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิดและเตรียมความพร้อมรับมือ โดยกำชับให้จัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศ ปริมาณฝน และสถานการณ์น้ำในพื้นที่อย่างต่อเนื่องอย่างใกล้ชิด
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี