วันอาทิตย์ ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
มท.คุมเข้มรับรองบุตร
สกัดพ่อทิพย์
ให้บิดามารดาโชว์ตัว
ขยายผล5รพ.เอกชน
มหาดไทยสั่งการด่วนให้สำนักทะเบียนทั่วประเทศ ปรับปรุงมาตรการรับรองบุตร ให้กรณีที่บิดาหรือมารดาเป็นชาวต่างชาติ ต้องมาแสดงตนต่อเจ้าพนักงานทะเบียน ป้องกัน“พ่อทิพย์” ขณะที่ตำรวจคุมตัวขบวนการแจ้งเกิดเท็จ 27 คนฝากขัง บางรายอุ้มท้องเข้าศาล แม่ผู้ต้องหาเชื่อลูกชายถูกหลอกเซ็นรับรองบุตร ยอมรับเครียดหนัก ถึงขั้นเคยคิดสั้น ไม่รู้จะหาเงินที่ไหนมาประกันตัว
วันที่ 11 กรกฎาคม 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการป้องกันการทุจริตและการแสวงหาประโยชน์จากระบบทะเบียนราษฎรของไทย โดยกระทรวงมหาดไทยได้เร่งยกระดับมาตรการป้องกันการรับรองบุตรโดยมิชอบ เพื่ออุดช่องโหว่ที่ขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติใช้เป็นช่องทางให้เด็กต่างด้าวได้รับสัญชาติไทย ก่อนนำไปใช้ถือครองทรัพย์สิน ประกอบธุรกิจ หรือฟอกเงินผ่านบุคคลสัญชาติไทย
นางสาวลลิดา กล่าวว่า นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ร่วมแถลงผลการขยายผลปฏิบัติการปราบปรามขบวนการอำพรางการสมรสและรับรองบุตรเท็จ ซึ่งพบพฤติการณ์จ้างคนไทยเป็น“พ่อทิพย์” เพื่อรับรองบุตรของคนต่างด้าวให้ได้รับสัญชาติไทย โดยภายหลังการสืบสวน กระทรวงมหาดไทยได้สั่งการเร่งด่วนไปยังสำนักทะเบียนทั้ง 878 อำเภอทั่วประเทศ ปรับปรุงมาตรการรับรองบุตร กำหนดให้กรณีที่บิดาหรือมารดาเป็นชาวต่างชาติ ต้องมาแสดงตนต่อหน้าเจ้าพนักงานทะเบียนด้วยตนเอง เพื่อยืนยันความเป็นบิดามารดาและป้องกันการแอบอ้างหรือการใช้เอกสารเท็จ
ปิดช่องโหว่ระบบทะเบียน
นางสาวลลิดา กล่าวว่า มาตรการดังกล่าวเป็นการยกระดับการตรวจสอบเชิงป้องกัน เพื่อปิดช่องโหว่ของระบบทะเบียนราษฎร ลดโอกาสที่เครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติจะนำสัญชาติไทยไปใช้เป็นเครื่องมือในการถือครองอสังหาริมทรัพย์ ประกอบธุรกิจ หรือฟอกเงินผ่านบุคคลสัญชาติไทย ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและผลประโยชน์ของประเทศ
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายพลพีร์ยืนยันว่า รัฐบาลจะเดินหน้าปรับปรุงระบบควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง โดยยึดหลัก “ปิดชื่อ ดูพฤติกรรม” ไม่ว่าผู้กระทำผิดจะเป็นประชาชน ชาวต่างชาติ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ หากพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด จะถูกสืบสวนและดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด
“รัฐบาลมุ่งแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ ไม่เพียงดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด แต่ยังเร่งอุดช่องโหว่ของระบบเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการกระทำผิดซ้ำ สร้างความโปร่งใสในการบริหารงานทะเบียนราษฎร และรักษาผลประโยชน์ของประเทศในระยะยาว” รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว
คุมตัวผู้ต้องหาฝากขัง
วันเดียวกัน ตำรวจ สน.บางยี่เรือ คุมผู้ต้องหาขบวนการแจ้งเกิดเท็จ พ่อทิพย์-แม่ทิพย์ เจ้าหน้าที่สำนักงานเขต จำนวน 27 คน ขึ้นรถควบคุม ไปขออำนาจศาลฝากขัง ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เขตตลิ่งชัน ทางเจ้าหน้าที่มีการประสานกำลัง สน.ใกล้เคียงร่วมวางกำลังอย่างแน่นหนา โดยแบ่งผู้ต้องหาขึ้นรถคุมขัง 4 ชุด 4 คัน แยกหญิงชาย โดยในกลุ่มผู้ต้องหานี้มีหญิงที่กำลังตั้งครรภ์รวมอยู่ด้วย ทางเจ้าหน้าจึงจัดให้นั่งรถตู้และมีเจ้าหน้าตามประกบ โดยท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัว
สำหรับกลุ่มผู้ต้องหา ประกอบไปด้วยหญิง 12 คน ชาย 15 คน ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ของรัฐ เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล พ่อคนไทย พ่อ-แม่ชาวจีน อาทิ นางสาวศิริพร เจ้าหน้าที่นายทะเบียนสำนักงานเขต นายองอาจ พ่อทิพย์ และนายประจวบ พ่อทิพย์ ที่มีชื่อเป็นนอมินีกรรมการบริษัท ไชน่าเรลเวย์ Numbers 10 (ประเทศไทย) ในคดีตึกสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) ถล่ม และ นางสาวสุนีย์ เจ้าหน้าที่เวชระเบียนโรงพยาบาลเอกชน โดยทั้งหมดมีการแบ่งหน้าที่กันทำเป็นขบวนการ
โดยในขณะที่ตำรวจกำลังคุมตัวขึ้นรถต้องขัง ผู้สื่อข่าวได้พยายามสอบถามประเด็นต่างๆ แต่ผู้ต้องหาทั้งหมดปฏิเสธที่จะตอบคำถาม
ส่วนบรรยากาศที่ สน. บางยี่เรือ ก่อนส่งตัวฝากขัง มีญาติมารอเยี่ยมผู้ต้องหา โดยหนึ่งในนั้นมี นางเทียน อายุ 69 ปี แม่ของหนึ่งในผู้ต้องหา หิ้วหมูปิ้งเข้าเยี่ยมลูกชาย และบอกว่า ลูกไม่รู้เรื่อง มีเพื่อนที่เรียนด้วยกันมาขอให้เซ็นรับรองบุตรให้น้องสาว ซึ่งเป็นหญิงชาวจีน เพราะอับอายกลัวจะท้องไม่มีพ่อ ด้วยความสงสารและเห็นแก่เด็ก ลูกชายจึงยินยอมเซ็นรับรองบุตรให้ ไม่คิดว่าจะตกเป็นหนึ่งในขบวนการนี้ หลังจากนั้นก็ไม่เคยเห็นหน้าเด็กเลย เชื่อว่าลูกชายอาจไม่ได้รับจ้างหรือได้ค่าจ้างจากการเข้าไปเซ็นรับรองบุตรให้หญิงชาวจีน เพราะหากได้เงินจริง ลูกชายต้องมาปรึกษากับครอบครัวก่อน
เผยผู้ต้องหาเครียดจัด
“ยอมรับว่า ตั้งแต่เกิดเรื่องเครียดมาก อยากผูกคอตายด้วยซ้ำ ลูกชายเป็นเสาหลักของบ้านและเป็นคนดูแลครอบครัว ครอบครัวก็ฐานะยากจน ไม่รู้จะไปหาเงินมาประกันตัวลูกชายจากไหน คงต้องหาของไปจำนำเพื่อเอาเงินไปประกันลูกชาย” นางเทียน กล่าว
ขณะที่ นายศรัณญ์ เสือส่อสิทธิ์ ทนายความของนายประจวบ และนางเสี่ยว อิ๋ง หวู หญิงสัญชาติจีน เปิดเผยว่า ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการเรื่องประกันตัว นายประจวบและนางเสี่ยว อึ่ง หวู หญิงสัญชาติจีน โดยเตรียมเงินสดประกันตัวไว้แล้ว ยอมรับว่า คดีนี้เป็นที่จับตาของประชาชน อาจเป็นไปได้ว่า ศาลไม่อนุญาตให้มีการประกันตัว แต่ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล ส่วนที่นายประจวบให้การในชั้นสอบสวนไปแล้วนั้น ทราบว่า นายประจวบเข้าใจว่า เด็กที่แจ้งเกิดนั้นเป็นลูกของตนเอง แต่ตำรวจจะมีพยานหลักฐานมาหักล้าง ก็ต้องไปชี้แจงไต่สวนในชั้นศาลอีกครั้ง ส่วนแม่เด็กชาวจีนเป็นแม่เด็กที่ถูกต้องตามกฎหมายอยู่แล้ว เพราะเป็นผู้คลอดเด็กออกมาเอง
ส่วนคดีของนายประจวบที่เกี่ยวกับบริษัทไชน่าเรลเวย์ Numbers 10 (ประเทศไทย) ที่นายประจวบถูกดำเนินคดีตึก สตง.ถล่มก่อนหน้านี้ นายศรัณญ์ กล่าว่า เชื่อว่าเป็นคนละเรื่องไม่น่าจะเกี่ยวข้องกัน
ขยายผล5รพ.เอกชน
พลตำรวจตรี ธีระชัย ชำนาญหมอ รองผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐาน เผยความคืบหน้าคดีขบวนการแจ้งเกิดเท็จว่า มีการออกหมายจับแล้ว 40 คน แบ่งเป็นกลุ่มเจ้าหน้าที่รัฐ เจ้าหน้าที่สำนักงานเขต เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล พ่อแม่ทิพย์ชาวจีน-ไทย และเตรียมขยายผลไปยังโรงพยาบาลเอกชนชั้นดีอีก 5 แห่ง ย่านสุขุมวิท และบางรัก เนื่องจากพบเอกสาร ทร.1/1 หนังสือรับรองการเกิดที่ออกโดยโรงพยาบาล และ ปค.14 หนังสือรับรองบุตร มีลายเซ็นพ่อทิพย์เขียนและเซ็นรับรองไว้ล่วงหน้าแล้ว จากนี้เตรียมเรียกผู้เกี่ยวข้อง ทั้งแพทย์รับฝากครรภ์ แพทย์ทำคลอด พ่อแม่ทิพย์ เจ้าหน้าที่สำนักงานเขต มาสอบปากคำ
ส่วนนายประจวบ ที่เป็นนอมินีบริษัทไชน่าเรลเวย์ ในคดีตึก สตง. ถล่ม ซึ่งให้การเป็นพ่อเด็ก 2 คนนั้น ล่าสุดผลตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอออกแล้ว ไม่พบว่ามีความสัมพันธ์กับเด็ก 2 คนแต่อย่างใด ส่วนเด็กกุมารจีนทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับขบวนการ กระทรวงมหาดไทยจะเพิกถอนสัญญาติไทย โดยเฟสแรกเป็นกุมารจีน 19 คน ในกลุ่มผู้ต้องหาลอตแรก
จับเพิ่มอีก4แจ้งเกิดทิพย์
ช่วงบ่ายวันเดียวกัน ชุดสืบสวนได้จับเพิ่มอีก 4 ขบวนการแจ้งเกิดเท็จพ่อแม่ทิพย์ และควบคุมตัวมาที่ สน.บางยี่เรือ เป็นครอบครัวชาวจีนพ่อ แม่ ลูกชาย ทราบชื่อพ่อคือนายเฉิน และนายชัชวาล เป็นผู้ลงนามรับรองบุตร เข้าสอบปากคำเพิ่มเติม
แฟนของนายชัชวาล เปิดเผยว่า น้องสะใภ้เป็นญาติกับครอบครัวนายเฉิน มาขอร้องให้นายชัชวาลลงนามรับรองบุตร เพื่อให้เด็กเข้าโรงเรียนได้ ด้วยความสงสารจึงยินยอมช่วยเหลือเท่านั้น ไม่ได้จดทะเบียนสมรส และไม่ได้รับ ค่าตอบแทนหรือค่าจ้าง ซึ่งภายหลังการสอบปากคำเจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายเฉิน ภรรยา และนายชัชวาล เข้าห้องควบคุมตัว เพื่อรอส่งฝากขังต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ในวันจันทร์ที่ 13 กค.
ขณะที่ญาติของครอบครัวชาวจีนและนายชัชวาล มีความประสงค์จะยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหา แต่พนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัว โดยแจ้งให้ไปยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวต่อศาลในชั้นฝากขังแทน นอกจากนี้มีการคุมตัวนายบุตร อายุ 60 ปี หนึ่งใน “พ่อทิพย์” เข้ามาให้ปากคำ ซึ่งทางนายบุตร เปิดเผยเหตุผลที่เซ็นรับรองบุตรเพียงสั้นๆว่า “ไม่รู้ เจ้านายสั่ง” จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็ได้นำตัวเข้าห้องคุมขังเช่นเดียวกัน สำหรับขบวนการแจ้งเกิดเท็จพ่อแม่ทิพย์ล็อตแรก มีการออกหมายจับผู้ต้องหาที่มีส่วนเกี่ยวข้องแล้ว จำนวนทั้งสิ้น 35 หมายจับ ติดตามจับกุมมาดำเนินคดี จำนวน 32 คน เป็น พ่อไทย 14 คน แม่จีน 11 คน พ่อจีน 5 คน และมี 1 คน หลบหนีออกนอกประเทศไปได้ก่อนหน้านี้
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี