542.jpg
อภิสิทธิ์ นำ ‘ประชาธิปัตย์’ ลุยหาดใหญ่ ดูคลองแก้มลิงคลองเรียน ย้ำฝ่ายค้านไม่ต้องการความขัดแย้ง

อภิสิทธิ์ นำ ‘ประชาธิปัตย์’ ลุยหาดใหญ่ ดูคลองแก้มลิงคลองเรียน ย้ำฝ่ายค้านไม่ต้องการความขัดแย้ง

วันเสาร์ ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 19.53 น.

"ประชาธิปัตย์" จัดสัมมนาหาดใหญ่ ลงพื้นที่ดูคลองแก้มลิงคลองเรียน คุย "นายกคอหงส์" ชงของบกลาง ซื้อเครื่องสูบน้ำ 10 เครื่อง รับมือก่อนน้ำมา  ขอรัฐบาลอย่าตีฟูขยายขัดแย้งการเมือง สวน"ภราดร" อย่าเอางบ 2 ก้อนมารวมกัน เพราะสิ่งที่พูดคืองบกลาง

วันที่ 11 กรกฎาคม 2569 ที่จังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ จัดสัมมนาสส.พรรค ระหว่างวันที่ 11-13 กรกฎาคมนี้ ซึ่งตรงกับช่วงการปิดสมัยประชุมสภา โดยในวันที่ 11 กรกฎาคม 2569 นำโดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์นำ สส.พรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่แก้มลิงคลองเรียน ซึ่งเป็นจุดรับและชะลอน้ำรองรับน้ำป่าและน้ำฝนจากพื้นที่ตอนบน เพื่อไม่ให้น้ำไหลบ่าเข้าท่วมเขตเศรษฐกิจของหาดใหญ่รวดเร็วเกินไป


โดยนายอภิสิทธิ์ กล่าวหลังลงพื้นที่ดูแก้มลิง คลองเรียนว่า ปัญหาของหาดใหญ่กลายเป็นการวาดภาพ ให้เป็นเรื่องการทะเลาะกันทางการเมือง ความจริงไม่ใช่ ต่างฝ่ายต่างทำหน้าที่ เพราะฉะนั้นจะเห็นภาพ หากย้อนกลับไปเมื่อเกิดเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ สิ่งแรกที่ทุกฝ่ายเรียกร้อง คือการเยียวยา เพื่อแก้ไขปัญหาจากความเสียหาย โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ มาตรการสะดุดลงเพราะยุบสภา มาตรการทางด้านเศรษฐกิจทำได้แค่ระดับหนึ่งเท่านั้น หรือพูดง่ายๆคือเลยเวลา แต่พอหลังเลือกตั้ง มีทางพรรคประชาธิปัตย์และพรรคฝ่ายค้าน เสนอถึงข้อวิตกกังวลของชาวหาดใหญ่ ถึงความพร้อมในปีนี้ที่จะรับมือหากเกิดฝนตก และปริมาณน้ำเหมือนปีที่ผ่านมา สิ่งแรกที่เกิดขึ้นคือมีการหารือ ในสภาผู้แทนราษฎร ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ทั้งนายจูรี นุ่มแก้ว สส.สงขลา และนายศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง สส.สงขลา ที่ได้พูดยกตัวอย่างถึงคลองร. 1 ที่มีการพูดว่า แม่วัวลอดได้ ซึ่งเมื่อวานนี้นายกรัฐมนตรีก็ได้ไปดู และก่อนหน้านี้รัฐบาลก็มีความคิดที่จะมาจัดครม.สัญจร ในช่วงต้นเดือนมิถุนายนที่นี่แต่กลับยกเลิก โดยให้เหตุผลว่าโครงการต่างๆยังกลั่นกรองไม่แล้วเสร็จ จนกระทั่งเวลาล่วงเลยถึงเดือนกรกฎาคม มีการอภิปรายงบประมาณและนายจูรีก็พูดอย่างชัดเจน กังวลถึงปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ เพราะเห็นภาพเรื่องงบประมาณ โดยเฉพาะที่พูดถึงเรื่องการจุดธูป กลายเป็นรัฐบาลมาตอบด้วยอารมณ์ ทำให้เป็นความขัดแย้ง แต่ก็ทำให้เห็นแล้วว่านายกรัฐมนตรีกับคณะต้องลงมาดูสิ่งที่เราเรียกร้อง และอนุมัติงบไปเมื่อวานนี้ 400 กว่าล้าน แต่ก็ต้องรอการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี

นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวอีกว่า ในส่วนของงบฉุกเฉิน รัฐบาลอนุมัติ 99.5 ล้านบาท ซึ่งได้จากภาคเอกชนมาช่วยจัดลำดับความสำคัญ โดยนำเรื่องที่จำเป็นเร่งด่วนที่สุด แต่ที่ตนแปลกใจ ดันลากเรื่องนี้มาเป็นความขัดแย้ง ลากมาเป็นเรื่องพูดเท็จไม่เท็จ อย่างที่แก้มลิงแห่งนี้ก็มีหลายส่วนที่ต้องรอปรับปรุงและรอใช้งบประมาณ ซึ่งต้องรอการอนุมัติอยู่

ขณะเดียวกันนายอภิสิทธิ์ ยังระบุถึงนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ว่า อย่านำ2 เรื่องมาปนกัน อย่างโครงการแห่งนี้เป็นการของบกลาง แต่ถ้าดูคำของบก็เป็นคนละส่วน ตนจึงไม่อยากตอบโต้กันไปมา แต่อยากบอกว่าฝ่ายค้านได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ขอบคุณที่ในที่สุดหลังจากพูดมา 2-3 เดือน ก็ได้มาในส่วนของคลองร.1 และขณะนี้ยังมีเวลาที่รัฐบาลจะเร่งอนุมัติงบให้เป็นระบบ ในการนำเสนอคณะรัฐมนตรี เพราะยอดต่างๆที่เหลือหักรวมกันแล้ว จะเกินอำนาจที่นายกรัฐมนตรีจะสามารถอนุมัติได้ โดยลำพัง จึงอยากให้รัฐบาลเร่งดำเนินการในเรื่องนี้

นายอภิสิทธิ์ กล่าวยืนยันอีกว่า ฝ่ายค้านไม่ได้มีความประสงค์ ที่จะขัดแย้งอะไรในทางการเมือง เราทำหน้าที่เป็นปากเสียงให้กับชาวหาดใหญ่ ชาวสงขลาและชาวใต้ ว่ายังมีโครงการที่ยังรอการปรับปรุง และมีความเสียหายในเหตุการณ์ปีที่ผ่านมา ทุกคนหวาดผวาไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก

ด้านนายทวีศักดิ์ ทวีรัตน์ นายกเทศบาลนครคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา กล่าวถึงการของบประมาณ ในการดูแลพื้นที่ ว่า ในส่วนของเทศบาลคอหงส์ เราได้ของงบประมาณสำหรับการจัดซื้อเครื่องสูบน้ำจำนวน 10 เครื่อง แต่หลักๆ คือการขุดลอก การพร่องน้ำ เพราะฝั่งตะวันออกจะท่วมเข้าหาดใหญ่ได้เร็วที่สุด ฉะนั้นเรายังมีพื้นที่ต่ำซึ่งเป็นพื้นที่ชุมชน วิธีที่ดีที่สุดคือการใช้เครื่องสูบน้ำในการพร่องน้ำให้เร็ว

เมื่อถามว่าควรได้รับงบประมาณเร็วที่สุดภายในเมื่อไหร่เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว เนื่องจากใกล้เข้าสู่ช่วงหน้าน้ำแล้ว นายทวีศักดิ์ กล่าวว่า ยิ่งเร็วยิ่งดี เราจะได้ติดตั้งเพราะไม่รู้ว่าฟ้าฝนจะมาวันไหน การติดตั้งเครื่องสูบน้ำตามจุดที่มีความเสี่ยงต่างๆนั้นสามารถดำเนินการได้เลย เพื่อลดความเสียหายที่จะเกิดกับประชาชน

เมื่อถามต่อว่าเวลานี้ได้มีการเตรียมอุปกรณ์สำหรับรับมืออย่างไรบ้าง นายทวีศักดิ์ กล่าวว่า ในส่วนของเทศบาลเมืองคอหงส์ ฝั่งตะวันออก เราได้รับการสนับสนุนจาก องค์การบริหารส่วนจังหวัดในการนำเครื่องไม้เครื่องมือลงมา ใช้สำหรับการขุดลอกและพร่องน้ำ ระบายน้ำจากฝั่งตะวันออก บายพาสน้ำไม่ให้เข้านครหาดใหญ่ อาบน้ำได้เร็วหากสามารถทำได้เร็ว การที่น้ำจะเข้าเมืองก็มีโอกาสน้อย อย่างไรก็ตามขนาดนี้เราพยายามขุดลอกคลอง เพื่อบายพาสน้ำให้ไปยังคลองร. 1 ให้เร็วที่สุด

เมื่อถามว่า กรณีที่ขอเครื่องสูบน้ำไป 10 เครื่องนั้น นายทวีศักดิ์ กล่าวว่า ทางรัฐบาลได้สรุป กับทางจังหวัดเรียบร้อยแล้ว ว่าได้ส่งเรื่องให้เราก็รอ ที่เราขอไปคืองบเร่งด่วน งบกลาง

เมื่อถามต่อว่าอยากฝากอะไรถึงหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เพื่อช่วยในการขับเคลื่อนเรื่องนี้ในสภาต่อไป นายทวีศักดิ์ กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณ ที่ท่านมีความเป็นห่วงเป็นใย จะได้ช่วยเป็นปากเป็นเสียง วันนี้พี่น้องประชาชนต้องการความช่วยเหลือโดยเฉพาะจากภาครัฐ ในการเอาเครื่องไม้เครื่องมือในการแก้ปัญหาระยะยาว และอำเภอหาดใหญ่มีนักท่องเที่ยวจากประเทศมาเลเซีย ที่ถือว่าเข้ามามากเป็นอันดับ 1 จึงอยากให้รัฐบาลช่วยเยียวยา รวมทั้ง พักฝ่ายค้านที่ลงมา ซึ่งตนก็ต้องขอขอบคุณด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ส.สในพื้นที่ ได้ช่วยกันทุกคนโดยเฉพาะนายจุรี นุ่มแก้ว และนายศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งได้ทำหน้าที่ในสภาได้อย่างดีเยี่ยม ต้องขอชื่นชม.

ขณะที่วันพรุ่งนี้ นายอภิสิทธิ์ จะเปิดการสัมมนา สส.ของพรรคฯ อย่างเป็นทางการ และระดมความคิด ความเห็น เกี่ยวกับแผนฟื้นฟู และป้องกันน้ำท่วมหาดใหญ่ รวมถึงการกระตุ้นเศรษฐกิจภาคใต้ ก่อนที่นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ เลขาธิการพรรคฯ จะได้รายงานยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนงานพรรค และงานนิติบัญญัติในสภาผู้แทนราษฎร รวมถึงการวางแผนการทำงานของพรรคฯ ในสภาผู้แทนราษฎรในสมัยประชุมสภา สมัยสามัญประจำปี ครั้งที่ 2 ประจำปี 2569 ซึ่งนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อของพรรคฯ ในฐานะประธาน สส.พรรคฯ จะสรุปภาพรวม และปิดการสัมมนา

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top