วันจันทร์ ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
สภากทม.นัดแรกเลือกประธานเดือด ปชป.เสนอชื่อ ‘วิรัช คงคาเขตร‘ แข่ง ‘ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย‘
วันที่ 13 ก.ค.69 เวลา 10.00 น. ในการประชุมสภากรุงเทพมหานคร ครั้งแรก วาระการเลือกประธานสภากรุงเทพมหานคร คนที่ 26 และรองประธานสภากรุงเทพมหานคร คนที่ 1 และคนที่ 2 เพื่อปฏิบัติหน้าที่เป็นประมุขฝ่ายนิติบัญญัติและตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหาร
สำหรับการประชุมสภานัดแรก ส.ก.ที่อาวุโสสูงสุด คือ นางเมธาวี ธารดำรงค์ ส.ก.เขตปทุมวัน ทำหน้าที่เป็น ประธานชั่วคราว จากนั้นนายวิพุธ ศรีวะอุไร ส.ก.เขตบางรัก กลุ่มคนทำงาน เสนอนางสาวภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ส.ก.บางซื่อ พรรคประชาชาชน เป็นประธานสภากทม.

ขณะที่นายสมชาย เต็มไพบูลย์กุล ส.ก.เขตคลองสาน พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอชื่อ ส.ก.ชิงตำแหน่งด้วย เพราะมองว่าจะต้องมีคู่เปรียบเทียบให้ ส.ก. ได้ฟังวิสัยทัศน์ของทั้งสองคน ตนเองต้องการให้มีการดีเบตในหัวข้อ ดังนี้
1.ประธานสภากทม. จะทำให้ กทม. ที่มาจากหลากหลายเป็นสภาของคน กทม.อย่างไร
2.ประธานสภา กทม.จะทำให้ ส.ก.ทั้ง 50 เขต ปฎิบัติหน้าที่ด้วยความโปร่งใสควบคู่กับหน่วยงานราชการ กทม.อย่างไร
3.วิสัยทัศน์อื่นที่ทั้งสอง จะดำเนินการในระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่ง

ด้านนายฉัตรชัย หมอดี ส.ก.เขตบางนา พรรคประชาชน ขอให้ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อได้แสดงวิสัยทัศน์ นางเมธาวี จึงขอให้ ส.ก.รับรองตามข้อเสนอของนายฉัตรชัย นายสมชาย จึงลุกขึ้นแย้ง ก่อนจะเสนอชื่อนายวิรัช คงคาเขตร ส.ก.บางกอกใหญ่ พรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธานสภากทม.
นายสุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา ส.ก.ลาดกระบัง กล่าวว่าในเมื่อมีสมาชิกเสนอต่าง 2 ท่าน แล้วยังไม่มีข้อสรุปจึงเห็นสมควรว่า ควรจะมีการโหวต ส่วนวิสัยทัศน์ ควรจะเป็นของผู้ที่ดํารงตําแหน่งประธานสภากทม. อยู่แล้ว ไม่ต้องมีคําถามใด ๆ หากอยากมีการเสนอ หรืออภิปราย ก็เรียนเชิญ
นายสมชาย จึงกล่าวว่า ตอนหาเสียงยังมีการดีเบท จึงมีคําถามต่อทั้ง 2 ท่าน ว่าจะดําเนินการในตําแหน่ง ประธานสภากรุงเทพมหานครอย่างไร อันนี้ยังไม่มองว่าไม่ใช่เรื่องยาก ท่านยังตอบเรื่องทุจริตได้เลย
นายนภาพล กล่าวว่าจริงๆ แล้วไม่ใช่เรื่องที่จะต้องทะเลาะ สามารถให้ทั้ง 2 ท่าน แสดงวิสัยทัศน์ภาพรวมก่อน หากสมาชิกมีคําถามค่อยถามเพิ่มเติมเป็นข้อ ๆ ไป
นางสาวภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ส.ก.บางซื่อ พรรคประชาชน จึงลุกขึ้นแสดงวิสัยทัศน์ว่า เรื่องสภาโปร่งใสตรวจสอบได้ มี 4 เรื่องหลัก คือ 1.เปิดให้มีการถ่ายทอดสด โดยการแก้ไขข้อบังคับที่ประชุม เพื่อถ่ายทอดสดการประชุมทั้งคณะสามัญและวิสามัญทั้งหมด และหากมีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง หรือมีการอ้างอิงบุคคลที่สาม และบริษัทที่มีมีความสุ่มเสี่ยง ก็สามารถปิดไลฟ์ได้
2. การเปิดเผยการลงมติ ซึ่งในปัจจุบันยังต้องให้ประธานสภากรุงเทพมหานครเป็นผู้อนุมัติ จึงให้อยากให้เปิดโดยอัตโนมัติตามสภาใหญ่
3. เปิดเผยสถิติการเข้าประชุมของสมาชิกทุกท่านเพื่อความโปร่งใส และให้ประชาชนได้รับทราบการทํางาน

และ 4. การสนับสนุนการทํางานของสมาชิกเพื่อให้เพื่อนสมาชิกทํางานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการผลักดันให้มีการตั้งสํานักงานวิชาการและงบประมาณของสภากรุงเทพมหานครเอง ซึ่งจะสนับสนุนเรื่องการวิเคราะห์งบประมาณ และข้อมูลสําหรับการทําร่างข้อบัญญัติต่าง ๆ
ส่วนกรณีที่นายสมชายสอบถามว่า จะทําให้กรุงเทพมหานครที่มีความหลากหลายเป็นของทุกคนได้อย่างไรนั้น ตนเองคิดว่าสิ่งที่เราควรจะทํามากขึ้นคือเปิดพื้นที่ให้ประชาชนได้เสนอเรื่อง หรืองบประมาณต่าง ๆ จากเดิมที่เราเคยจัดงานแฮกงบ กทม. เป็นกลุ่มเล็ก ๆ เราควรจัดงานแฮกงบเป็นของสภากรุงเทพมหานครไปเลย เพื่อให้ประชาชนเข้าใจเรื่องงบประมาณไปพร้อมกันกับเรา และเพื่อให้ประชาชนช่วยกันตรวจสอบไปพร้อมกัน และเสนอแนะได้ด้วย ว่าหลังจากนี้ควรจะใช้งบประมาณไปในทิศทางไหน
สําหรับคําถามว่าจะให้เพื่อนสมาชิกดํารงตนโปร่งใสได้อย่างไร ตนเองคิดว่าเป็นสิทธิ์ของเพื่อนสมาชิก แต่ตนเองได้เสนอช่องทางแล้วระบบต่าง ๆ ไป และการดําเนินการภายใน 2 ปีนี้ เรามีไทม์ไลน์ไปแล้วว่าจะพยายามผลักดันให้ได้ภายในเดือน ธ.ค.ปีนี้

ด้านนายวิรัช แสดงวิสัยทัศน์ว่า เมื่อคืนไม่รู้ฝันดีหรือฝันร้าย เมื่อสมาชิกบางท่านเห็นว่าตนเองมีความเหมาะสม ไม่ได้เตรียมการใด ๆ แต่ขออาศัยประสบการณ์และความคิดของตนเอง การเป็นประธานสภากทม. ไม่ใช่เรื่องยาก น้องที่เข้ามาใหม่ต้องอ่านข้อบังคับการประชุมให้เข้าใจ กทม.มี 3 เฟือง คือ ฝ่ายบริหาร ข้าราชการ และสภา กทม. แต่ละเฟืองหากหมุนไปได้อย่างสมดุล ประชาชนจะได้ผลประโยชน์อย่างเต็มที่
ตนเองเป็นหนึ่งใน 50 ฟันเฟือง จะทำอย่างไรให้หมุนไปพร้อมกับฟันเฟืองของฝ่ายบริหารและข้าราชการ ตนเองไม่มีวิสัยทัศน์ แต่คิดมาตลอดว่าหากเป็นผู้นำ ประธานสภา กทม. หรือหัวหน้าห้อง คิดว่าตนเองทำได้ดีกว่าคนอื่น แต่ก็ยอมรับว่ามีคนทำได้ดีกว่าตนเอง
จนถึงขนาดยังไม่ได้ข้อสรุป

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี