วันอังคาร ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
“อภิสิทธิ์” เดินหน้าใช้แพลตฟอร์ม “ส่องรัฐ” ของพรรคฯตรวจสอบใช้งบประมาณ ประเดิมในศึกซักฟอก รอคุย “ฝ่ายค้าน” ล็อกเป้ารัฐมนตรี เล็งแฉพิรุธขึ้นบัญชีนวัตกรรม ล็อคกลุ่มบริษัทจัดซื้อจัดจ้าง ในงบ พรก.กู้เงิน4แสนล้าน เปลี่ยนผ่านพลังงาน ด้าน’ชัยชนะ’ขอดูผลงาน ก่อนซักฟอก’ศุภจี’บี้หามาตรการช่วยชาวสวนผลไม้ เหน็บข้าวแกง40 บาท ราคาจริงแค่ 30บาท ขณะที่ ‘ไหม’อัดซ้ำไม่ตรงเป้า-ช่วยคนไม่กี่กลุ่ม
เมื่อวันที่ 13กรกฎาคม 2569 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมการอภิปรายไม่ไว้วางใจ หลังสัมมนาพรรคประชาธิปัตย์ ที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ที่พรรคฯได้ใช้แพล็ตฟอร์มส่องรัฐ ตรวจสอบการใช้งบประมาณของรัฐบาลว่า การเตรียมความพร้อมอภิปรายไม่ไว้วางใจ เป็นการเตรียมพร้อมตามปกติและจะปรึกษาหารือกันกับพรรคร่วมฝ่ายค้านเกี่ยวกับปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน ที่เป็นวิพากษ์วิจารณ์าสำหรับปัญหาใหม่ๆที่เกิดขึ้น รวมถึงโครงการรัฐบาลที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่ๆ รวมถึงบัญชีนวัตกรรมที่รัฐนำนวัตกรรมเข้าไปเกี่ยวข้องกับหลายๆโครงการและเกี่ยวข้องกับการใช้เงินกู้ 400,000ล้านบาท ในการเปลี่ยนผ่านพลังงาน เพื่อนำไปสู่การจัดซื้อจัดจ้างแบบเฉพาะเจาะจง โดยเฉพาะโครงการที่เกี่ยวข้องกับโซลาร์เซลล์ ที่ทำให้รัฐต้องจัดซื้อในราคาที่แพงเกินจริง ซึ่งการแพล็ตฟอร์ม’ส่องรัฐ ของพรรคฯจะชี้ให้เห็นว่า โครงการต่างๆมีบริษัทที่เกี่ยวข้องเดิมๆ อยู่ ทำให้การแข่งขันราคาจำกัดเกินไป ทำให้รัฐและประชาชนเสียประโยชน์ จนนำไปสู่ทุจริตคอร์รัปชัน
ปชป.ล็อกเป้ารมต.เซ่นศึกซักฟอก
ส่วนที่กรณีก่อนหน้าหนี้ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้ออกหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดยกเลิกการจัดทำแผนงานโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ตามพระราชกำหนดกู้เงิน 400,000 ล้านบาท มีความเกี่ยวพันกับบัญชีนวัตกรรมที่พรรคประชาธิปัตย์ตรวจพบเจอหรือไม่นั้น นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า เบื้องต้นยังไม่ทราบว่า กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นยกเลิกประกาศด้วยสาเหตุใด แต่ก็เคยถูกวิพากษ์วิจารณ์ก่อนหน้านี้ว่า รัฐบาลอ้างความจำเป็นเร่งด่วน แต่ก็ยังไม่มีความชัดเจนว่า รัฐจะนำเงินกู้ไปเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างไร เพียงแต่อ้างความจำเป็นเร่งด่วน
บางคนเริ่มมีการหาข้อมูลไว้แล้ว
ส่วนพรรคฯ ได้มีการล็อกเป้ารัฐมนตรีสำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้วหรือไม่นั้น นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า สำหรับรัฐมนตรีบางคน อาจมีการหาข้อมูลแล้ว แต่ยังไม่ได้ข้อสรุป ก็จะต้องหารือกันในฝ่ายค้านอีก
นายอภิสิทธิ์ ยังวางแผนการทำงานของพรรคฯ ในสมัยประชุมสามัญ 2/2569 ว่า จะต้องกำชับให้มีความเข้มแข็งไม่แพ้สมัยประชุมที่ผ่านมา ซึ่งทุกคนทำงานหนัก เพราะพรรคฯ มี สส.เพียง 21 คนแต่ทำหน้าที่เต็มที่ และมุ่งเน้นการตรวจสอบให้โปร่งใสทุกนโยบาย และพรรคฯ ยังได้เสนอทุกทางออก หากรัฐบาลดำเนินการตามแนวทาง ก็จะช่วยได้ เช่น การลดต้นทุนพลังงานผ่านการลดภาษีสรรพสามิตร ก็จะช่วยให้รัฐบาลไม่ต้องกู้เหมือนปัจจุบัน และแจกหมดในเวลา 4 เดือน รวมถึงข้อเสนอเกี่ยวกับแลนด์บริดจ์ ที่เงินจำนวนเดียวกัน แต่สามารถสร้างโอกาสให้ภาคใต้ได้ทั้งภาค
‘ชัยชนะ’จี้’ศุภจี’ช่วยชาวสวนผลไม้
ด้าน นายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคปชป.กล่าวว่า ขอฝากข้อความถึงนางศุภจี สุธรรมพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ถึงมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนผลไม้ โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ซึ่งเข้าสู่ฤดูเก็บเกี่ยวผลผลิต จึงอยากทราบมาตรการของรัฐว่า หากผลผลิตออกมามากจะแก้ปัญหาอย่างไร ต้องคิดมาตรการเตรียมไว้ล่วงหน้า ไม่ใช่ถึงเวลาแล้วค่อยมาคิดแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าทีหลัง ทำให้ชาวสวนผลไม้ได้รับผลกระทบ มีรายได้น้อยลง เป็นหนี้เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ รมว.พาณิชย์ ในฐานะที่กำกับดูแลกรมการค้าภายใน ควรที่จะมีการร่วมมือกับการขนส่ง ทั้งไปรษณีย์ไทยและขนส่งเอกชน รวมทั้งสนับสนุนกล่องบรรจุผลไม้ให้กับเกษตรกรเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม ในฤดูผลไม้
“ขอฝากถึง รมว.พาณิชย์ ทำงานให้เหมือนกับความจริงใจและความตั้งใจของประชาชน ขอบคุณที่ท่านกรุณาบอกว่า จะทำให้ข้าวแกง เหลือจานละ 40 บาททั้งๆ ที่ปัจจุบันข้าวแกงราคาอยู่ที่ 30 บาท ผมคิดว่าข้าวราดแกงของท่านน่าจะเป็นข้าวราดแกงกุ้งมังกร เพราะราคาสูงกว่าทั่วไป” นายชัยชนะ กล่าว
รอดูผลงาน-ก่อนเข็นขึ้นเขียงซักฟอก
เมื่อถามว่า มองว่า ที่ผ่านมานางศุภจีแก้ไขปัญหาราคาสินค้าได้ตรงจุดบ้างหรือไม่ นายชัยชนะกล่าวว่า ตนคิดว่า นางศุภจีคงขาดความรู้ในเรื่องของเกษตรกร เพราะตอนทุเรียนราคากิโลกรัมเกิน 100 บาท บอกให้ขายลูกละ 100 บาท ทำให้ชาวสวนเสียผลประโยชน์ ส่วนกรณีที่กุ้ง ที่บอกว่ามีเพียง 100 ตัน โดยที่ไม่ทราบปัญหาอะไรเลย หรือแม้กระทั่งปัญหามะพร้าวราคาตกต่ำ ก็ไม่ได้แก้ปัญหาอย่างตรงจุด ดังนั้นใกล้จะถึงฤดูกาลมังคุดแล้วจะเตรียมการอย่างไร เมื่อถามว่า ถือเป็นการล็อคเป้าที่จะอภิปรายไม่ไว้วางใจนางศุภจีหรือไม่ นายชัยชนะกล่าวว่าต้องดูผลงานของนางศุภจีก่อน เพราะจะมี 2 อย่าง ถ้านางศุภจีไม่โดนอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็โดนปลดออกจากคณะรัฐมนตรี
ปชน.ชี้ไม่ตรงเป้า-ช่วยคนไม่กี่กลุ่ม
น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึงโครงการข้าวแกง 40บาทของ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ว่า ตอนเห็นราคาก็ไม่ได้จูงใจขนาดนั้น เพราะลดลงมาไม่เยอะ เพราะข้าวแกงปกติก็อยู่ที่ราคา 40 - 50 บาท อยู่แล้ว จึงมองว่าไม่ได้จูงใจมาก ที่สำคัญแต่ละโครงการที่กระทรวงพาณิชย์ออกมาครอบคลุมกลุ่มที่ได้รับผลประโยชน์แบบกระจุกตัวและน้อยมาก ครั้งนี้จึงกังวลว่าโครงการลักษณะนี้ จะมีผู้ได้รับผลประโยชน์สักกี่คน เช่น โครงการธงฟ้า หรือรถพุ่มพวง เมื่อมีงบประมาณจำกัดก็ทำไปได้ไม่กี่ที่ คนได้รับผลประโยชน์จริงมีค่อนข้างน้อย จึงมองว่าเป็นโครงการแนวประชาสัมพันธ์ มากกว่าการแก้ไขปัญหาปากท้องให้กับประชาชนได้จริง
เมื่อถามถึง กรณีที่มีการตามหาตัวรัฐมนตรีผ่านโซเชียล ฝ่ายค้านมองการทำงานที่ผ่านมาอย่างไรบ้าง น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า ตนเข้าใจว่าไม่มีบทบาทออกหน้าสื่อตลอดเวลา แต่ก็เป็นหน้าที่ของรัฐมนตรีที่ต้องสื่อสารนโยบายหรือผลการดำเนินงานของโครงการที่ผ่านมา”ดิฉันก็พูดมากไม่ค่อยได้ เพราะตัวเองก็ไม่ค่อยได้สื่อสารผ่านโซเชียลเช่นเดียวกัน สักวันอาจมีการตามหาตัวคนหายด้วยเหมือนกัน” น.ส.ศิริกัญญา กล่าว
’พรรคส้ม‘ให้คะแนน‘โสภณ’สอบตก
ที่รัฐสภา นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สส.กทม.พรรคประชาชน กล่าวถึงการประเมินการทำงาน ขอนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร หลังปฏิบัติหน้าที่มาแล้ว 3 เดือน ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ โดยนายเท่าพิภพได้ถอนหายใจ ก่อนกล่าวว่า ด้วยความเคารพ ท่านก็จะบอกว่าท่านทำงานหนัก ก็คิดว่าท่านคงทำงานหนัก แต่เหมือนที่พูดไปในหลายครั้งในเรื่องงบประมาณ ตอนนี้ตนอยู่คณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ตนได้ถามเรื่องงบประมาณหรือโครงการต่าง ๆ ที่เป็นโครงการอะไรก็ไม่รู้ซึ่งไม่เกี่ยวเลย ทั้ง ป.ป.ช.หรือ กกต.บางครั้งไปทำโครงการใช้งบประมาณโดยไม่เกี่ยว
เหตุเพราะทำคลอดกฎหมายได้น้อย
นายเท่าพิภพ กล่าวต่อว่า ถามว่าอย่างรัฐสภา ผลผลิตของเราคือเป็นตัวแทนพี่น้องของประชาชนการทำกฎหมายออกมาได้ไว เหมือนห้องผลิตกฎหมายของประเทศ สุดท้ายงบประมาณใด ๆ คนเกี่ยวเนื่องกับการเพิ่มประสิทธิภาพตรงนั้นไม่ใช่เรื่องการไปทำ แค่เรื่องเต้น เคารพธงชาติ ถามว่าทำอย่างนั้นแล้วกฎหมายออกเร็วขึ้นหรือไม่ ประสิทธิภาพการทำงานของ สส. หรือข้าราชการในสภาเพิ่มขึ้นจริงหรือไม่ สิ่งที่เราอยากเปลี่ยนคือสภาที่โปร่งใสมากขึ้น ไม่ได้มีคำพูดที่สวยหรูว่าเป็นสภาองค์กรคุณธรรม แต่ต้องออกแบบมาเพื่อประชาชน วันนี้ใครมาสภายังมีพื้นที่ปิดเยอะแยะ ประชาชนเข้ามาหาผู้แทนเขาไม่ได้ ตนไม่ได้กลัวประชาชนหรือว่าใครในนี้กลัวประชาชนตนก็ไม่ทราบ ถ้าประเมินมาเรียนตามตรงว่าสอบตก เราผ่านกฎหมายได้น้อยมาก เราใช้กระบวนการกรรมาธิการได้น้อยมากบางกรรมาธิการก็ไม่มีการถ่ายทอดสด อันนี้คือความโปร่งใสมันอยู่ตรงไหน การมีส่วนร่วมของประชาชนมาอยู่ตรงไหนก็ต้องกราบเรียนท่านประธานโสภณด้วยความเคารพ ทางเราฝ่ายค้านก็พร้อมทำงานร่วมมืออยู่แล้วอย่างแข่งขัน
นายเท่าพิภพ กล่าวต่อว่า ตนอยากแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ที่เป็นนโยบายของพรรคประชาชน คงไม่ได้แก้ปัญหาแบบปะผุต่อไป การแก้ปัญหาแบบโครงสร้างก็คือการแก้ที่กฎหมาย พ.ร.บ. ต่าง ๆ รวมถึงรัฐธรรมนูญ วันหนึ่งอยากให้ทุกคนคิดว่า ถ้าวันหนึ่งไม่ได้มีเราเป็น สส. แล้วทิ้งอะไรไว้ให้กับประเทศนี้บ้าง
ชม’ชวน’ทำหน้าที่เป็นกลางแท้จริง
เมื่อถามถึงความเป็นกลางของประธานรัฐสภาในสมัยแรกมองอย่างไรบ้าง นายเท่าพิภพ กล่าวว่า ความเป็นกลางมันพูดยาก ตนเชื่อว่าทุกคนไม่เป็นกลาง มันมีอคติอะไรบางอย่าง ท่านก็มาจากพรรคการเมืองของท่าน ตนมองแบบความเป็นจริงตนเข้าใจ แต่บางครั้งก็เอาหลักการให้แน่นอนชัดเจน ตนจึงขอชื่นชมไปยังประธานสภาคนแรกในชีวิตที่ทำงานด้วยคือ นายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตประธานรัฐสภา ซึ่งในสมัยนั้นก็เป็นพรรคที่ตรงกันข้ามกับตนในสมัยนั้น แต่หลักการที่เขาวางมันถูกต้องเมื่อเราอยู่ในความเห็นที่แตกต่างกัน ก็ควรจะเปิดพื้นที่ โดยวางหลักการให้ชัดเจน
ควรเปิดโอกาสทุกคนทำหน้าที่
“ผมว่าเป็นจุดที่ตกต่ำที่สุดในหลักการเรื่องการพูดการเซ็นเซอร์สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บางครั้งหน้าอาจารย์ชัชชาติ เอาขึ้นสไลด์เซ็นเซอร์ คือผมก็ไม่รู้จะกลัวเซ็นเซอร์กันไปแค่ไหน ก็อยากให้อย่ากลัวการตรวจสอบและเปิดโอกาสให้ทุกคนได้พูดอย่างเต็มที่เพราะคดีความประธานอาจจะไม่ทราบ แต่พรรคผมมันมีทุกคนแล้ว เรามาทำตรงหน้าที่ตรงนี้ก็รับความเสี่ยงไปอยู่แล้ว จึงขอให้ประธานเปิดพื้นที่ เพราะไม่ได้ทำให้ท่านเสียหาย แต่ทำให้พรรครัฐบาลหรือนายกรัฐมนตรีสง่างามขึ้นเพราะผ่านการตรวจสอบ เหมือนเราไปขัดหลังฟอกขาวให้ท่าน ถ้าตอบได้ก็ดีไปเช่นเดียวกับการถามกระทู้ อย่ามองเราเป็นคู่ขัดแย้งหรือคู่แข่งทางการเมืองทุกคนมีหน้าที่ของตัวเองเปิดโอกาสให้ทุกคนทำหน้าที่” นายเท่าพิภพ กล่าว
ยธ.ส่งฟ้องฮั้วสว.ตามหลักฐาน
พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ตั้งข้อสังเกตว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ดำเนินคดีฮั้ว สว.ล่าช้าว่า คดีฮั้ว สว. ที่เกี่ยวเนื่องกับอั้งยี่และฟอกเงิน ทางดีเอสไอ ได้ส่งสำนวนไปที่อัยการแล้ว และอัยการได้ส่งสำนวนกลับมา ขณะนี้ได้มีการสั่งการและดำเนินการตามกรอบของกฎหมาย ผู้สื่อข่าวถามว่า นายพริษฐ์ ตั้งข้อสังเกตว่า มีการส่งฟ้องผู้ต้องหาน้อยเกินไป พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า พยานหลักฐานถึงแค่นี้ ก็คงต้องส่งแค่นี้ การที่อัยการส่งเรื่องกลับมา เพราะต้องรอผลจาก กกต.ด้วย เราจะดำเนินการอย่างอื่นก่อนไม่ได้
เซ็น“พงษ์สวาท”พ้นราชการแล้ว
พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงการลงนาม อนุมัติให้นางพงษ์สวาท นีละโยธิน ยื่นลาออกจากตำแหน่งปลัดกระทรวงยุติธรรมว่า ตนได้ลงนามอนุมัติไปแล้ว และเสนอมาที่สำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (สลน.) เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนแล้ว ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าเหตุใดจึงไม่ยอมโยกย้ายตามฤดูกาล แต่มาย้ายกลางเทอม พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า นางพงษ์สวาท มีวาระดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงครบ 4 ปีตามระเบียบ ในวันที่ 18 กรกฎาคม 2569 นี้ จึงต้องดำเนินการในส่วนนี้
เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้เคยออกมาระบุว่านางพงษ์สวาท มีคดีที่เกี่ยวข้องกับชั้น 14 อาจจะอนุมัติการลาออกไม่ได้พล.ต.ท.รุทธพล ปฏิเสธว่า ไม่ใช่อย่างนั้น การลาออกของข้าราชการทุกระดับต้องมีกระบวนการ โดยฝ่ายตรวจสอบจะทำเรื่องประมวลขึ้นมา ว่าใครมีคดีอาญา มีโทษทางวินัย มีหนี้สินหรือไม่ และมีคุณสมบัติที่จะลาออกได้หรือไม่ เมื่อถามว่า นางพงษ์สวาท มีประเด็นชั้น14ประเด็นใด พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า อาจจะเป็นเรื่องที่อนุญาตให้ไปพักที่ รพ.ตำรวจหรือไม่ ซึ่งตนไม่แน่ใจ เพราะเรื่องนี้จะมีตั้งแต่ผู้บัญชาการเรือนจำ ไล่ระดับไปจนถึงอธิบดี ปลัดกระทรวงด้วยหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้อยู่ที่ ปปช.แต่การเซ็นอนุมัติการลาออกเป็นขั้นตอนตามปกติ เป็นงานรูทีน ที่ตรวจสอบว่า คนเหล่านี้จะลาออกได้หรือไม่ เป็นขั้นตอนของข้าราชการพลเรือนทั่วไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี