542.jpg
ครม.ไฟเขียว แยกตั้งกระทรวงกีฬา ดึงท่องเที่ยวควบวัฒนธรรม คาดเสร็จต้นปีหน้า

ครม.ไฟเขียว แยกตั้งกระทรวงกีฬา ดึงท่องเที่ยวควบวัฒนธรรม คาดเสร็จต้นปีหน้า

วันอังคาร ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 14.12 น.

“สุรศักดิ์” เผย ครม.เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.แยกกระทรวงกีฬา-ท่องเที่ยว ควบรวม วธ.  ส่งสภาฯพิจารณา หวังเสร็จปลายปีนี้ หรือต้นปีหน้า

วันที่ 14 กรกฎาคม 2569 เวลา 13.00 น. วันที่ 14 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุรศักดิ์ พันธุ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุม ครม.มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. (การปรับปรุงโครงสร้างการแบ่งส่วนราชการกระทรวงวัฒนธรรม และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา) ตามที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เสนอ ซึ่งตนได้ให้ความเห็นว่า การชะลอการแต่งตั้งข้าราชการระดับ 10 ขึ้นไป ที่ให้ชะลอนั้น ทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะมีปัญหาในเดือน ก.ย.และ ต.ค.69 ข้าราชการระดับปลัดกระทรวง จำนวน 2 คน ผู้ตรวจราชการระดับ 10 จำนวน 2 คน จะเกษียณอายุราชการทั้งหมด ทำให้จะไม่เหลือข้าราชการระดับ 10 ในสำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเลย ซึ่งนายกฯ ระบุว่า หากมีความจำเป็นสามารถเสนอเข้ามาได้ เพราะเรื่องของการแยกกระทรวง ปรับโครงสร้างครั้งนี้ หลังจาก ครม.เห็นชอบแล้ว จะต้องนำเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาในวาระ 1-3 ก่อนเข้าสู่วุฒิสภา จะใช้เวลานานเท่าใดตนยังไม่ทราบ แต่หวังว่า จะเสร็จภายในสิ้นปี 69 หรือต้นปี 70 แต่ทั้งนี้ เพื่อให้การทำงานราบรื่น การชะลอการแต่งตั้ง หากมีความจำเป็นสามารถนำเสนอเข้าได้ 


นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า เมื่อปรับโครงสร้างแล้ว กระทรวงกีฬาจะเหลือแค่สำนักงานปลัดกระทรวงกีฬา กรมพลศึกษา และรัฐวิสาหกิจคือ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.)  รวมถึงเหลือมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ซึ่งเป็นโครงสร้างที่มีอยู่เดิม แน่นอนว่า การพูดคุยที่จะแก้กฎกระทรวง เพื่อรองรับภารกิจที่มากขึ้น จะเป็นในเรื่องของวิทยาศาสตร์การกีฬา ที่อยากจะยกขึ้นมาให้มีบทบาท หรือแม้แต่อุตสาหกรรมการกีฬา ที่จะทำให้เกิดรายได้และการสร้างอาชีพอย่างแท้จริง ซึ่งจะต้องนำมาพูดคุยในการเพิ่มพันธกิจเหล่านี้ ส่วนที่โอนไปกระทรวงวัฒนธรรม คือ กรมการท่องเที่ยว องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน)  หรือ อพท. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) รวมถึงตำรวจท่องเที่ยว ทั้งนี้ หากกระบวนการแยกกระทรวงเสร็จสิ้น มีผลบังคับใช้ จะทำให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม พ้นจากตำแหน่งเดิม และนายกฯจะต้องแต่งตั้งรัฐมนตรีใหม่ในกระทรวงใหม่ 

เมื่อถามว่า หากมีการแต่งตั้งรัฐมนตรีใหม่ จะกลับมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกีฬาหรือไม่ นายสุรศักดิ์ กล่าวหยอกว่า “ผมอยู่กับนายกฯอนุทินก็พอ”

ขณะที่ นางสาวซาบิดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม (วธ.)กล่าวว่า ครม. ได้อนุมัติหลักการร่างพระราชบัญปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม ฉบับที่ พ.ศ.... ซึ่งเป็นการปรับปรุงโครงสร้างการแบ่งส่วนราชการกระทรวงวัฒนธรรมและกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยขั้นตอนหลังจากนี้ จะมีการร่างพระราชบัญญัติ และนำเข้าสู่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาต่อไป และคาดว่ายังคงเป็นไปตามหลักการเดิม

ซึ่งวันนี้จะมีการประชุมร่วมกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยมีนางศุภจี สุธรรมพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลกระทรวงที่เกี่ยวข้องนั่งเป็นประธาน

ผู้สื่อข่าวถามว่าชื่อกระทรวงใช้ชื่อว่าอะไร นางสาวซาบีดา กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวส่วนตำแหน่งปลัดกระทรวงวัฒนธรรมนั้น ตามภารกิจงานคือปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเดิม จะเป็นปลัดกระทรวงการกีฬา ส่วนปลัดกระทรวงวัฒนธรรม จะเป็นปลัดกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว 

ด้าน สาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา โดยกำหนดนโยบายด้านเศรษฐกิจในเรื่องการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมของประเทศ ซึ่งการท่องเที่ยวเป็นกลไกสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ และเชื่อมโยงโดยตรงกับวัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต ภูมิปัญญาท้องถิ่น และอัตลักษณ์ของพื้นที่ ดังนั้น การรวมภารกิจด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวไว้ในกระทรวงเดียวกัน จะทำให้การกำหนดนโยบายและการบริหารจัดการมีความเป็นเอกภาพ ลดความซ้ำซ้อน และเพิ่มประสิทธิภาพในการบูรณาการ ตลอดจนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยใช้ Soft Power ด้านวัฒนธรรมเป็นฐานในการส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างรายได้สู่ชุมชน และยกระดับภาพลักษณ์ของประเทศไทยในเวทีโลก 

ส่วนการกีฬา เป็นภารกิจเชิงยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สุขภาพ คุณภาพชีวิต เศรษฐกิจและอุตสาหกรรมกีฬา จึงควรมีหน่วยงานระดับกระทรวงที่รับผิดชอบโดยตรง เพื่อกำหนดทิศทางและขับเคลื่อนนโยบายอย่างเป็นระบบ 

ดังนั้น ครม.จึงมีมติเห็นชอบหลักการร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (การปรับปรุงโครงสร้างการแบ่งส่วนราชการกระทรวงวัฒนธรรม และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา) ตามที่คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เสนอ และส่งให้สำนักงานกฤษฎีกาตรวจพิจารณาเป็นเรื่องด่วนแล้วส่งให้วิปรัฐบาลพิจารณา ก่อนเสนอสภาผู้แทนราษฎรต่อไป

สำหรับสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เป็นการปรับปรุงโครงสร้างการแบ่งส่วนราชการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และกระทรวงวัฒนธรรม คือ

1.กำหนดให้มี “กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว" และยกเลิกกระทรวงวัฒนธรรม โดยเป็นการรวมภารกิจด้านการท่องเที่ยวและวัฒธรรมเข้าด้วยกัน พร้อมทั้งกำหนดบทบาทหน้าที่ เช่น มีหน้าที่และอำนาจเกี่ยวกับศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม รวมทั้งส่งเสริม สนับสนุนและพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และวัฒนธรรมสร้างสรรค์ สำหรับส่วนราชการในสังกัด ได้แก่ สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง กรมการท่องเที่ยว กรมการศาสนา กรมศิลปากร กรมส่งเสริมวัฒนธรรม และสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย

2.กำหนดให้มี “กระทรวงกีฬา" และยกเลิกกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมทั้งกำหนดบทบาทหน้าที่ เช่น มีหน้าที่และอำนาจเกี่ยวกับการส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาการพลศึกษา การกีฬา ทั้งกีฬาขั้นพื้นฐาน กีฬามวลชน กีฬาเป็นเลิศ กีฬาอาชีพ และกิจกรรมนันทนาการ การศึกษา วิจัย วิทยาศาสตร์การกีฬา นวัตกรรมและเทคโนโลยีการกีฬา การบริหารจัดการกีฬา และการพัฒนาอุตสาหกรรมการกีฬาของประเทศ สำหรับส่วนราชการในสังกัด ได้แก่ สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง และกรมพลศึกษา

นางสาวรัชดากล่าวว่า “การปรับปรุงโครงสร้างการแบ่งส่วนราชการตามร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ไม่มีการเพิ่มจำนวนตำแหน่ง อัตรากำลัง และงบประมาณในภาพรวม ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อลดความซ้ำซ้อนและเกิดความคุ้มค่าในการดำเนินภารกิจของรัฐ” 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top