542.jpg
ป.ป.ช.มติฟัน พรชัย โควสุรัตน์ อดีตนายก อบจ.อุบลฯ พร้อมพวก ทุจริตจัดซื้อเครื่องสูบน้ำปี 56

ป.ป.ช.มติฟัน พรชัย โควสุรัตน์ อดีตนายก อบจ.อุบลฯ พร้อมพวก ทุจริตจัดซื้อเครื่องสูบน้ำปี 56

วันอังคาร ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 17.53 น.

ป.ป.ช.มติฟัน"พรชัย โควสุรัตน์"อดีตนายก อบจ.อุบลฯ พร้อมพวก ทุจริตจัดซื้อเครื่องสูบน้ำปี 56 ตั้งราคากลางเองและแพงเกินจริง ทั้งที่เคยซื้อถูกกว่าในรอบ 2 ปี ทำรัฐเสียหาย 8 ล้านบาท พร้อมชี้มูลความผิดวินัยร้ายแรงคณะกรรมการสืบราคาและผู้เกี่ยวข้อง เสนอส่งอัยการสูงสุดดำเนินคดีอาญา

14 กรกฎาคม 2569 นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช.แถลงว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิด นายพรชัย โควสุรัตน์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) อุบลราชธานี กับพวก กรณีร่วมกันทุจริตโครงการจัดซื้อเครื่องสูบน้ำแบบหอยโข่งเครื่องยนต์ดีเซล ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 8 นิ้ว จำนวน 80 เครื่อง พร้อมอุปกรณ์ ในปีงบประมาณ พ.ศ.2556 ในราคาที่แพงเกินความเป็นจริง เป็นเหตุให้ อบจ.อุบลราชธานี และทางราชการได้รับความเสียหาย เป็นเงินจำนวน 8,000,000 บาท


โดยข้อเท็จจริงจากการไต่สวนของ ป.ป.ช. ปรากฏว่า ในปีงบประมาณ พ.ศ.2556 กองทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อบจ.อุบลราชธานี ได้รับอนุมัติเงินกู้เพื่อพัฒนาให้ความช่วยเหลือแก่กลุ่มเกษตรกรผู้ต้องการใช้น้ำตามโครงการเอาชนะความแห้งแล้งด้วยชลประทานระบบท่อ ต่อมา นายปรีชา พงษ์ทอง หัวหน้าฝ่ายพัฒนาแหล่งน้ำ กองทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เสนอบันทึกขออนุมัติแต่งตั้งคณะกรรมการสืบราคา กำหนดคุณลักษณะและราคากลางครุภัณฑ์ตามโครงการดังกล่าว เพื่อจัดหาพัสดุครุภัณฑ์เครื่องสูบน้ำแบบหอยโข่งเครื่องยนต์ดีเซล ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางไม่น้อยกว่า 8 นิ้ว สูบน้ำได้ไม่น้อยกว่า 540 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง พร้อมอุปกรณ์ติดตั้ง จำนวน 80 เครื่อง และอุปกรณ์เชื่อมต่อชลประทานระบบท่อ จำนวน 6 รายการ โดย นายพรชัย โควสุรัตน์ นายก อบจ.อุบลราชธานี ในขณะนั้น ได้ลงนามเห็นชอบและมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบราคา กำหนดคุณลักษณะและราคากลาง คณะกรรมการชุดดังกล่าวประกอบด้วย นายปรีชา พงษ์ทอง นักบริหารงานช่าง 6 เป็นประธานกรรมการ ส่วนกรรมการ ได้แก่ นายสุรพงษ์ ฟักทอง นักบริหารงานช่าง 6 นายเทิดศักดิ์ ดลสุข นายช่างโยธา 7ว นางสุรัชดา โชติพันธ์ นักวิชาการสิ่งแวดล้อม 6ว และนายวิรัตน์ คูหะรัตน์ เจ้าหน้าที่บริหารทั่วไป 5 จากนั้นเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2556 คณะกรรมการชุดนี้ได้เสนอรายงานการสืบราคาถึงนายพรชัย ผ่านนายยุทธพล พันธุ์เพ็ง รองปลัด อบจ.อุบลราชธานี และนายปรีชา ในฐานะหัวหน้าฝ่ายพัฒนาแหล่งน้ำ โดยกำหนดราคาเครื่องสูบน้ำชุดดังกล่าวในราคาเครื่องละ 750,000 บาท ตามที่นายพรชัย สั่งการให้กำหนดราคานี้

จากการตรวจสอบพบว่า เมื่อปีงบประมาณ พ.ศ.2554 นายพรชัยเคยอนุมัติให้จัดซื้อเครื่องสูบน้ำที่มีคุณลักษณะเช่นเดียวกันนี้ในราคาเครื่องละ 650,000 บาท การกำหนดราคากลางในปีงบประมาณ พ.ศ.2556 จึงสูงกว่าราคาที่เคยจัดซื้อมาแล้วเครื่องละ 100,000 บาท ทั้งที่ตามหลักเกณฑ์ของทางราชการระบุว่าการกำหนดราคากลางให้ใช้ราคาที่หน่วยงานเคยจัดซื้อภายใน 2 ปีงบประมาณ แต่นายพรชัยได้อนุมัติให้นำราคากลางดังกล่าวไปดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง และมีการทำสัญญาซื้อขายกับผู้ขายเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2556 ในราคาที่แพงเกินความเป็นจริง เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ราชการรวม 8,000,000 บาท

คณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณาแล้วจึงมีมติ ดังนี้ 1.การกระทำของ นายพรชัย โควสุรัตน์ มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157, พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172) และมีมูลความผิดฐานละเลยไม่ปฏิบัติการตามอำนาจหน้าที่หรือปฏิบัติการไม่ชอบด้วยอำนาจหน้าที่หรือประพฤติตนฝ่าฝืนต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน ตามพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ.2540 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

2.การกระทำของ นายปรีชา พงษ์ทอง, นายสุรพงษ์ ฟักทอง, นายเทิดศักดิ์ ดลสุข, นางสุรัชดา โชติพันธ์, นายวิรัตน์ คูหะรัตน์ และนายยุทธพล พันธุ์เพ็ง มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ประกอบมาตรา 86 และมาตรา 157, พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172) และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง

ขั้นตอนหลังจากนี้ สำนักงาน ป.ป.ช.จะส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาล ซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี และส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อดำเนินการทางวินัยตามฐานความผิดดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 91 (1) และ (2) มาตรา 98 และมาตรา 98 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 98 วรรคสี่ แล้วแต่กรณี พร้อมทั้งแจ้งผลให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทราบต่อไป

- 006

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top