วันพุธ ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ครม.ไฟเขียวสูตรCARE
บํานาญใหม่
เป็นธรรมผู้ประกันตน
เพจดังซัดทำเงินลดลง
“จุลพันธ์“เผยครม.ไฟเขียว“สูตร CARE” ปฏิรูปบำนาญชราภาพ ยึดฐานรายได้ตลอดชีวิตการทำงาน สร้างความเป็นธรรมและยั่งยืนให้ผู้ประกันตน ครอบคลุม6-8 แสนคน จ่อประกาศราชกิจจาฯบังคับใช้ต่อไป ”ประกันสังคม’ยืนยันใช้สูตรCAREชดเชยคนได้เงินน้อยลงแน่นอน พร้อมจ่ายในงวดถัดไปขณะเพจดังซัดบำนาญน้อยลงจากสูตรเดิมครม.เคาะปรับเกณฑ์‘บัตรคนจน’ยกเลิก2เงื่อนไข”ลดหย่อนพ่อแม่-หนี้เกษตร’ขยายสิทธิ์กลุ่มเปราะบางเชิงรุกทุกรวม 18.8ล้านรายคลังประกาศผลผู้ได้รับสิทธิ์ 17 ก.ค.เปิดอุทธรณ์17ก.ค.-31ก.ค.นี้ยันมุ่งดูแลกลุ่มเปราะบางเดือดร้อนที่สุดพร้อมยังเห็นชอบร่างพรบ.ตั้ง“ก.วธ.-ท่องเที่ยวกับ ก.กีฬา”
เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน ได้โพสต์เฟซบุ๊กเปิดเผยว่าคณะรัฐมนตรีได้มีมติไฟเขียวสูตร CARE ประกันสังคมโดยมีข้อความว่า“พี่น้องประชาชนและผู้ประกันตนทุกท่านครับ ความมั่นคงในชีวิตหลังเกษียณของพี่น้องแรงงานทุกคนคือสิ่งสำคัญที่สุดที่ผมและกระทรวงแรงงานมุ่งมั่นพัฒนามาโดยตลอด
ครม.ไฟเขียวบำนาญสูตรCARE
“ล่าสุดผมได้เห็นชอบให้เสนอการปรับปรุงหลักเกณฑ์การคำนวณบำนาญชราภาพรูปแบบใหม่ หรือ “สูตร CARE” (Career Average Revalued Earnings) เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) และครม. ได้ให้ความเห็นชอบเรียบร้อยแล้วการปรับปรุงในครั้งนี้ครอบคลุมสิทธิประโยชน์สำคัญหลายด้าน โดยเริ่มตั้งแต่กลุ่มผู้ส่งเงินสมทบต่ำกว่า 12เดือนที่เดิมจะได้รับคืนเฉพาะเงินสมทบในส่วนของผู้ประกันตน เปลี่ยนเป็นจะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพจากทั้งส่วนของผู้ประกันตน นายจ้าง และผลประโยชน์ตอบแทน ภายใต้หลักเกณฑ์เดียวกับผู้ที่ส่งเงินสมทบตั้งแต่ 12 เดือนขึ้นไป”
เพื่อให้สะท้อนรายได้ตลอดชีวิต
ขณะเดียวกัน สำหรับผู้ที่ส่งเงินสมทบเกิน 180 เดือน จากเดิมที่คิดอัตราเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อการส่งเงินสมทบครบทุก 12 เดือนโดยปัดเศษเดือนทิ้ง จะเปลี่ยนเป็นการคิดเพิ่มตามจำนวนเดือนที่ส่งเงินจริงในอัตราร้อยละ 0.125 ต่อเดือน ทำให้ไม่มีการตัดเศษเดือนและได้รับสิทธิประโยชน์สอดคล้องกับระยะเวลาที่ส่งเงินจริงมากที่สุด
นอกจากนี้หัวใจสำคัญของสูตร CAREคือการปรับฐานค่าจ้างที่ใช้คำนวณเงินบำนาญ จากเดิมที่ใช้ค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายก่อนเกษียณมาเป็นการใช้ค่าจ้างเฉลี่ยตลอดระยะเวลาที่ส่งเงินสมทบ โดยนำค่าจ้างในอดีตมาปรับมูลค่าให้เป็นเงินปัจจุบันก่อนนำมาคำนวณ เพื่อให้สะท้อนรายได้ตลอดชีวิตการทำงานอย่างแท้จริงและลดความเหลื่อมล้ำจากการเปลี่ยนแปลงรายได้ในช่วงท้ายของการทำงาน
ชี้มีเยียวยาผลกระทบเปลี่ยนผ่าน5ปี
ทั้งนี้ กระทรวงแรงงานยังได้กำหนดมาตรการเยียวยารองรับผลกระทบในช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปี สำหรับผู้ที่กำลังจะรับบำนาญแล้วได้เงินตามสูตรใหม่ต่ำกว่าสูตรเดิม โดยจะได้รับเงินชดเชยในอัตราลดหลั่นกัน (เริ่มจาก 100% ในปีแรก และลดลงปีละ 20% จนครบ 5 ปี)และสำหรับผู้ที่รับบำนาญอยู่แล้ว หากคำนวณด้วยสูตรใหม่แล้วได้สิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้น สำนักงานประกันสังคมจะปรับเพิ่มเงินบำนาญให้ในงวดถัดไปทันที แต่หากคำนวณแล้วพบว่าได้สิทธิประโยชน์ลดลง ทางประกันสังคมจะยังคงจ่ายเงินบำนาญตามอัตราเดิมไปตลอดชีพ
จ่อประกาศราชกิจจาฯเพื่อบังคับใช้
นายจุลพันธ์ ย้ำว่า สำหรับขั้นตอนต่อไป จะเป็นการส่งร่างกฎกระทรวงเรื่องการปรับการปรับปรุงหลักเกณฑ์การคำนวณบำนาญชราภาพรูปแบบใหม่ให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาและดำเนินการประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่อให้มีผลบังคับเมื่อพ้นระยะเวลา 180 วันนับนับแต่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
“ผมและกระทรวงแรงงานหวังว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะเป็นก้าวสำคัญในการสร้างหลักประกันด้านรายได้หลังเกษียณที่มั่นคง เป็นธรรมและยั่งยืนให้กับพี่น้องผู้ประกันตนทุกคนครับ”
ครอบคลุมผู้ประกันตน6-8แสนคน
นอกจากนี้ นายจุลพันธ์ ยังให้สัมภาษณ์ย้ำอีกว่า การคำนวณแบบนี้จะเป็นกลไกที่จะเดินหน้าเพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้ประกันตนและสร้างความมั่นคงยั่งยืนให้กับกองทุนประกันสังคมด้วย ซึ่งโครงการนี้จะมีผู้ได้รับประโยชน์ประมาณ 600,000 ถึง 800,000 คนซึ่งจะได้รับเงินสมทบเฉลี่ยลดหลั่นกันไปตามระยะระยะเวลาที่จ่ายเงินเข้า กองทุนประกันสังคม
ประกันสังคมยันสูตรบำนาญCARE
ด้าน น.ส.กาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคมเปิดเผยว่าการปรับปรุงสูตรบำนาญชราภาพครั้งนี้ครอบคลุมประเด็นสำคัญเริ่มจากการปรับวิธีคำนวณเงินบำเหน็จชราภาพสำหรับผู้ที่ส่งเงินสมทบต่ำกว่า 12 เดือนจากเดิมที่ได้รับคืนเฉพาะเงินสมทบในส่วนของผู้ประกันตน ให้ได้รับเงินบำเหน็จจากทั้งส่วนของผู้ประกันตนและนายจ้าง รวมถึงผลประโยชน์ตอบแทน ภายใต้หลักเกณฑ์เดียวกับผู้ที่ส่งเงินสมทบตั้งแต่ 12 เดือนขึ้นไป นอกจากนี้ยังมีการปรับวิธีคำนวณอัตราบำนาญสำหรับผู้ที่ส่งเงินสมทบเกิน 180 เดือน โดยจากเดิมที่คิดอัตราเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อการส่งเงินสมทบครบทุก 12 เดือน และไม่นำเศษเดือนมาคำนวณ จะเปลี่ยนเป็นการคิดเพิ่มตามจำนวนเดือนที่ส่งเงินจริงในอัตราร้อยละ 0.125 ต่อเดือน ทำให้ผู้ประกันตนได้รับสิทธิประโยชน์สอดคล้องกับระยะเวลาการส่งเงินสมทบมากยิ่งขึ้น
ชดเชยคนได้เงินน้อยลงแน่นอน
น.ส.กาญจนา กล่าวว่าอีกหนึ่งสาระสำคัญ คือการปรับฐานค่าจ้างที่ใช้คำนวณเงินบำนาญ จากเดิมที่ใช้ค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายก่อนเกษียณมาเป็นการใช้ค่าจ้างเฉลี่ยตลอดระยะเวลาที่ส่งเงินสมทบโดยนำค่าจ้างในอดีตมาปรับเป็นมูลค่าเงินปัจจุบันก่อนคำนวณตามหลักการCAREเพื่อสะท้อนรายได้ตลอดชีวิตการทำงาน ลดความได้เปรียบเสียเปรียบจากการเปลี่ยนแปลงรายได้ในช่วงท้ายของการทำงาน
ขณะเดียวกันได้กำหนดมาตรการรองรับผลกระทบในช่วงเปลี่ยนผ่านเป็นเวลา 5 ปี สำหรับผู้ที่กำลังจะเริ่มรับบำนาญและได้รับเงินบำนาญตามสูตรใหม่ต่ำกว่าสูตรเดิม โดยจะได้รับเงินชดเชยในอัตราลดหลั่นกัน เริ่มจาก 100% ในปีแรก 80%ในปีที่สอง 60% ในปีที่สาม 40% ในปีที่สี่ และ 20% ในปีที่ห้า หลังจากกฎหมายมีผลบังคับใช้
“สำหรับผู้ที่รับบำนาญอยู่แล้วหากเมื่อนำสูตรใหม่มาคำนวณแล้วพบว่าได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้น สำนักงานประกันสังคมจะปรับเพิ่มเงินบำนาญให้ในงวดถัดไป แต่จะไม่มีการจ่ายย้อนหลังสำหรับงวดที่ผ่านมา” น.ส.กาญจนา กล่าวและว่าภายหลัง รมว.แรงงานเห็นชอบในหลักการแล้วขั้นตอนต่อไปจะเสนอเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีก่อนส่งร่างกฎกระทรวงให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาและดำเนินการประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่อให้มีผลบังคับใช้ต่อไป ทั้งนี้ การปรับปรุงสูตรบำนาญชราภาพครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาระบบประกันสังคมไทยให้มีความเป็นธรรม ทันสมัยและสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไปพร้อมสร้างหลักประกันด้านรายได้หลังเกษียณให้แก่ผู้ประกันตนอย่างยั่งยืนในอนาคต
เพจดังซัดบำนาญน้อยลงจากสูตรเดิม
ด้านเพจ“จักรวาลด้อมส้ม”ได้โพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นว่า สิ่งที่ประกันสังคมส้มและพรรคส้มพยายามเลี่ยงไม่ตอบไม่บอกผู้ประกันตน วันนี้นายจุลพันธ์พูดชัดเจนแล้ว ตนย้ำมาตลอด ไม่เคยต่อต้าน สูตร CAREแต่ต้องบอกความจริงกับผู้ประกันตนบางกลุ่มว่ามีโอกาสได้เงินบำนาญน้อยลงจากสูตรเดิม
วันนี้ครม.มีมติเห็นชอบสูตรCAREอย่างเป็นทางการแล้ว และสิ่งที่สำคัญที่สุด พี่หนิมโพสต์ชัดเจนว่า “มีผู้ได้รับผลกระทบจริง”จากการเปลี่ยนสูตรคำนวณบำนาญจะมีมาตรการเยียวยาช่วงเปลี่ยนผ่าน5ปีสำหรับคนที่ได้รับผลกระทบกลุ่มที่ได้รับผลกระทบคือผู้ที่จะเริ่มได้รับบำนาญตั้งแต่ปี2569-2573ที่คำนวณแล้ว”ได้ต่ำกว่าสูตรเดิม”
“จะชดเชยให้100%ในปีแรก แล้วลดลงปีละ 20%จนครบ 5 ปี เท่านั้น หลังจากนั้นคือรับตามสูตรใหม่เต็มจำนวน คำถามคือทำไมพรรคส้มและประกันสังคมส้มไม่กล้าพูดให้ชัดเจน พยายามเลี่ยงตอบว่าไม่มีใครได้เงินลดลง แล้วถ้าคนที่กำลังจะได้ ไม่ได้เงินลดลง สปส.จะทำชดเชย 5 ปี ช่วงเปลี่ยนผ่านไปเพื่ออะไร”เพจดังกล่าวระบุ
ครม.ไฟเขียวตัด2เกณฑ์บัตรคนจน
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.)กระทรวงการคลังเปิดเผยภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรีว่าคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบการทบทวนหลักเกณฑ์และขยายสิทธิ์โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีเพื่อยกระดับการดูแลประชาชนกลุ่มเปราะบางให้แม่นยำและครอบคลุมสภาพความเป็นจริงทางเศรษฐกิจมากขึ้น โดยมุ่งเน้นการเข้าถึงผู้เดือดร้อนและกลุ่มเปราะบางตัวจริง
ทั้งนี้รัฐบาลโดยคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคมได้พิจารณาปรับเปลี่ยนเกณฑ์การคัดเลือก2 ประเด็นหลัก เพื่อลดความกังวลและผลกระทบต่อประชาชนตามข้อกังวลและรับฟังเสียงประชาชนที่นายกรัฐมนตรีได้รับ รวมทั้งข้อเสนอแนะของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)ได้แก่ 1. ยกเลิกเกณฑ์ที่ลูกใช้ชื่อบิดามารดา ไปลดหย่อนภาษี โดยจะไม่นำเกณฑ์นี้มาใช้ในการพิจารณาครั้งนี้ 2. ยกเลิกเกณฑ์ที่กำหนดไม่ให้เกษตรกรมีสินเชื่อภาคเกษตรเกินกว่า 1แสนบาท เนื่องจากสินเชื่อชดเชยภัยพิบัติหรือเครื่องมือทำกินของภาคเกษตรอาจสูงกว่า1แสนบาท ได้เนื่องจากสินเชื่อประเภทนี้มีลักษณะพิเศษเพื่อการฟื้นฟูอาชีพและมักมีมูลค่าสูงซึ่งหากนำมารวมอาจทำให้เกษตรกรที่เดือดร้อนจริงหลุดจากระบบการช่วยเหลือ
เปราะบางเพิ่ม5.04ล.คัดกรอง18.8ล้าน
นอกจากนี้ครม.ยังเห็นชอบในจำนวนผู้ที่ได้รับสำรวจเข้าเกณฑ์คัดกรองเพื่อรับสิทธิ์บัตรสวัสดิการฯอีก 5.04 ล้านราย เนื่องจากรัฐบาลได้เปลี่ยนรูปแบบจากการรอให้ประชาชนมาลงทะเบียนฝ่ายเดียว เป็นการใช้แนวทางเชิงรุกในการสำรวจเป็นครั้งแรกโดยความร่วมมือระหว่างกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.)ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เข้าหาผู้ป่วยติดเตียง คนชายขอบและผู้ที่ไม่สามารถเข้าถึงสื่อดิจิทัลได้ผลจากการลงพื้นที่พบประชาชนกลุ่มเปราะบางเพิ่มเติมอีกประมาณ 5.04 ล้านรายส่งผลให้จำนวนผู้เข้าสู่ระบบการพิจารณาสิทธิ์ในครั้งนี้มียอดรวมทั้งสิ้นประมาณ 18.8 ล้านราย
คลังประกาศผลผู้ได้รับสิทธิ์17ก.ค.
นายวินิจกล่าวต่อว่า หลังจากครม.เห็นชอบกระทรวงการคลังจะนำรายชื่อที่สำรวจทั้งหมดไปคัดเกณฑ์ตามเงื่อนไขที่ได้รับความเห็นชอบให้แล้วเสร็จ 16 ก.ค.และจะมีการแถลงข่าวจำนวนผู้ที่ได้รับสิทธิ์ในช่วง18.00 น. และในวันที่ 17 กรกฎาคม จะประกาศผลผู้ที่ได้รับสิทธิ์อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่เวลา 06.00 น.เป็นต้นไป จากนั้นในวันที่ 17 - 31 กรกฎาคม จะเปิดให้อุทธรณ์ (ทบทวนสิทธิ์) สำหรับผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์ โดยสามารถตรวจสอบเหตุผลและยื่นหลักฐานเพิ่มเติมได้ เช่น ข้อมูลรายได้จากกรมสรรพากร
กลุ่มเดิมใช้1ส.ค.-กลุ่มใหม่1ต.ค.
ส่วนผู้ได้รับสิทธิ์กลุ่มเดิมเริ่มใช้วงเงินได้วันที่ 1 สิงหาคม ส่วนกลุ่มรายใหม่จะเริ่มใช้สิทธิ์ได้ในวันที่ 1 ตุลาคมเป็นต้นไป สำหรับช่องทางการตรวจสอบสิทธิ์มี 4 ช่องทางหลัก ได้แก่ เว็บไซต์ของโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แอปพลิเคชัน”เป๋าตัง” แอปพลิเคชัน”ทางรัฐ”และธนาคารรัฐ 5 แห่ง (ออมสิน, ธ.ก.ส., ธอส., ธนาคารอิสลาม และธนาคารกรุงไทย) โดยใช้บัตรประชาชนสอบถามที่สาขา
เคาะร่างตั้ง“ก.วธ.-ท่องเที่ยวกับ ก.กีฬา”
ที่ทำเนียบรัฐบาลนางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ว่าครม.มีมติเห็นชอบหลักการร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (การปรับปรุงโครงสร้างการแบ่งส่วนราชการกระทรวงวัฒนธรรมและกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา) ตามที่คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ(ก.พ.ร.)เสนอ และส่งให้สำนักงานกฤษฎีกาตรวจพิจารณาเป็นเรื่องด่วนแล้วส่งให้วิปรัฐบาลพิจารณา ก่อนเสนอสภาผู้แทนราษฎรต่อไป
สำหรับสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เป็นการปรับปรุงโครงสร้างการแบ่งส่วนราชการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และกระทรวงวัฒนธรรม คือ1.กำหนดให้มี “กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว” และยกเลิกกระทรวงวัฒนธรรม โดยเป็นการรวมภารกิจด้านการท่องเที่ยวและวัฒธรรมเข้าด้วยกัน พร้อมทั้งกำหนดบทบาทหน้าที่ เช่น มีหน้าที่และอำนาจเกี่ยวกับศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม รวมทั้งส่งเสริม สนับสนุนและพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และวัฒนธรรมสร้างสรรค์ สำหรับส่วนราชการในสังกัด ได้แก่ สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง กรมการท่องเที่ยว กรมการศาสนา กรมศิลปากร กรมส่งเสริมวัฒนธรรม และสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย2.กำหนดให้มี “กระทรวงกีฬา” และยกเลิกกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมทั้งกำหนดบทบาทหน้าที่ เช่น มีหน้าที่และอำนาจเกี่ยวกับการส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาการพลศึกษา การกีฬา ทั้งกีฬาขั้นพื้นฐาน กีฬามวลชน กีฬาเป็นเลิศ กีฬาอาชีพ และกิจกรรมนันทนาการ การศึกษา วิจัย วิทยาศาสตร์การกีฬา นวัตกรรมและเทคโนโลยีการกีฬา การบริหารจัดการกีฬา และการพัฒนาอุตสาหกรรมการกีฬาของประเทศ สำหรับส่วนราชการในสังกัด ได้แก่ สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง และกรมพลศึกษา
“การปรับปรุงโครงสร้างการแบ่งส่วนราชการตามร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ไม่มีการเพิ่มจำนวนตำแหน่ง อัตรากำลัง และงบประมาณในภาพรวม ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อลดความซ้ำซ้อนและเกิดความคุ้มค่าในการดำเนินภารกิจของรัฐ”นางสาวรัชดากล่าว
รบ.พร้อมเปิดวิสามัญถกพรก.กู้เงิน
ที่รัฐสภา นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล(วิปรัฐบาล)กล่าวถึงแนวโน้มในการเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ เพื่อพิจารณาอนุมัติพระราชกำหนด(พ.ร.ก.)กู้เงิน 4 แสนล้านบาท อย่างเร่งด่วนว่า ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลได้มีการพูดคุยปรึกษาหารือเรื่องนี้กันโดยตลอดระหว่างวิปทั้งสองฝ่ายยืนยันว่าเราไม่ได้ปิดกั้นในเรื่องของการตรวจสอบและถ้าในกรอบเวลาสามารถทำได้และจำเป็นในการเปิดประชุมสมัยวิสามัญทางสภาฯก็ไม่ขัดข้อง
นายกรวีร์ระบุว่าจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญขณะนี้ยังต้องรอคำวินิจฉัยฉบับเต็มอย่างเป็นทางการจากศาลรัฐธรรมนูญที่ส่งให้รัฐสภาก่อนซึ่งส่วนนี้เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะรัฐมนตรีในการพิจารณาว่าจะรอไปจนถึงเปิดสมัยประชุมหน้าแล้วพิจารณา เรื่องนี้จะช้าไปหรือไม่ หากครม.เห็นว่าช้าเกินไปก็สามารถขอประธานสภาผู้แทนราษฎรเปิดสมัยประชุมวิสามัญได้
คาดช่วงส.ค.หากเร่งด่วนเปิดสิ้นก.ค.
“ต้องทำให้เกิดความชัดเจนก่อนว่าการเปิดสมัยวิสามัญไม่ใช่เรื่องของสภาฯแต่เป็นเรื่องของครม.ในการพิจารณาว่ามีความจำเป็นที่จะเปิดประชุมสมัยวิสามัญหรือไม่ ซึ่งในกรอบระยะเวลาเราเตรียมพร้อมรอตลอด หากมาเร็วก็สามารถเปิดได้ภายในสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้ หรือหากรอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญฉบับเต็มอาจจะต้องพิจารณาในช่วงเดือนสิงหาคมซึ่งทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลยินดีที่จะให้ความร่วมมือ”นายกรวีร์ กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี