วันพุธ ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
"ยศชนัน" ประชุม "บอร์ดเด็กแห่งชาติ" ไฟเขียวเบี้ยเด็กแรกเกิดถ้วนหน้า 600 บาท ตั้งแต่ 0-6 ขวบ ชูวาระ “มหัศจรรย์ 2,500 วัน” พร้อมหนุนแผนยุทธศาสตร์เยาวชน 10 ปี
วันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.อุดมศึกษา วิทยาศาตร์ วิจัยและนวัตกรรม เปิดเผยผลประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ (กดยช.) ครั้งที่ 2/2569 ว่า ประเด็นการส่งเสริมและพัฒนาเด็กและเยาวชนเป็นสิ่งที่ท้าทายสำหรับประเทศไทยที่กำลังเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็ว ประกอบกับภาวะการเกิดที่น้อยลง ดังนั้น เป้าหมายที่สำคัญ คือ การทำให้เด็กและเยาวชนที่เกิดมามีคุณภาพและผลิตภาพ ท่ามกลางบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงทั้งด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และสภาพภูมิอากาศ การพัฒนาจึงต้องก้าวให้ทัน
นายยศชนัน ย้ำอีกว่า "การส่งเสริมและพัฒนาเด็กและเยาวชนต้องมีความครอบคลุมในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นมิติด้านสุขภาพทั้งกายและใจ ทักษะชีวิต และทักษะด้านอาชีพในอนาคต ผ่านการจัดสวัสดิการและการให้บริการที่เหมาะสม เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและเปิดโอกาสอย่างเท่าเทียม"
.jpg)
นอกจากนี้ยังเชื่อมั่นว่าความสำคัญของการพัฒนาต้องเริ่มจาก การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชน เพื่อให้พวกเขาได้สะท้อนความต้องการ หรืออุปสรรคที่กระทบต่อการใช้ชีวิตโดยมีผู้ใหญ่คอยหนุนเสริม ผลักดันความต้องการ และขจัดปัญหาอุปสรรคเหล่านั้นให้เด็กและเยาวชนเติบโตไปอย่างมีคุณภาพ
สำหรับวาระสำคัญที่ที่ประชุมมีมติเห็นชอบ คือการจัดสวัสดิการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดช่วงอายุ 0-6 ปีแบบถ้วนหน้า ในอัตรา 600 บาทต่อคนต่อเดือน โดยจะเริ่มต้นตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เป็นต้นไป ซึ่งทางกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จะเร่งนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป นอกจากนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกและลดระยะเวลาการรอคอยของประชาชน ที่ประชุมยังได้เห็นชอบให้ยกเลิกขั้นตอนการติดประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิรับเงินอุดหนุน เพื่อลดขั้นตอนการลงทะเบียนและช่วยให้เด็กได้รับสิทธิรวดเร็วยิ่งขึ้น
อีกหนึ่งมติ คือการขับเคลื่อนนโยบายส่งเสริมการเกิดและพัฒนาเด็กไทยคุณภาพ ภายใต้แนวคิด "มหัศจรรย์ 2,500 วัน" โดยที่ประชุมเห็นชอบให้การพัฒนาเด็กในช่วง 2,500 วันแรกของชีวิตเป็นวาระสำคัญระดับชาติ เพื่อรับมือกับวิกฤตประชากรและยกระดับการพัฒนาทุนมนุษย์ของประเทศ ซึ่งมาตรการนี้จะเน้นการใช้กลไกชุมชนร่วมดูแล บูรณาการการทำงานข้ามกระทรวง และสนับสนุนการพัฒนาระบบฐานข้อมูลเด็กปฐมวัยแห่งชาติ (National Early Childhood Data Platform)
.jpg)
นอกจากนี้ ที่ประชุมได้เห็นชอบแนวทางการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์ 10 ปี ของสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย (พ.ศ. 2568 - 2574) ซึ่งครอบคลุมประเด็นการพัฒนา 6 ด้านหลัก ได้แก่ 1. การพัฒนาการศึกษาให้สอดคล้องกับศตวรรษที่ 21 2. การพัฒนาสุขภาวะจิตและสุขภาวะที่ดี 3. การขยายโอกาสด้านการจ้างงาน 4. การรับประกันการมีส่วนร่วมอย่างมีความหมาย 5. การรับมือกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และ 6. การป้องกันและตอบสนองต่อความรุนแรงต่อเด็กและเยาวชน
พร้อมกันนี้ยังได้มอบหมายให้กระทรวงศึกษาธิการผลักดันให้มีผู้แทนเยาวชนเข้าร่วมในกลไกของกรรมาธิการการศึกษา สภาผู้แทนราษฎรอีกด้วย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี