วันพุธ ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
“ปลัด มท.” ชี้ ทุจริตสอบ ขรก.ท้องถิ่น “นายกฯ” ไม่มีอำนาจเพิกถอนเอง ระบุ เพิกถอนแล้ว 5,814 ตำแหน่ง ต้องปล่อยว่างจนกว่า ป.ป.ช.จะสอบเสร็จ
เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย แถลงความคืบหน้าคดีทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ว่านายกรัฐมนตรีได้ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด โดยวันนี้ก็มีการประชุมคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น หรือ กสถ. ซึ่งตนก็เป็นหนึ่งในคณะกรรมการด้วย และก่อนหน้านี้ตนก็ได้มอบหมายรองปลัดกระทรวงฯ และที่ปรึกษา แต่ปรากฏว่าก็มีชื่อที่ต้องถูกสอบสวนด้วย ตนจึงเข้าประชุมในวันนี้ด้วยตัวเอง และนายกรัฐมนตรี อยากให้รู้ว่า กสถ. ได้พิจารณาเรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านมาเป็นอย่างไร
อย่างไรก็ตาม ในวันนี้มีการประชุมตรวจสอบตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ซึ่งมาดูความผิดปกติของผู้ที่ได้รับการบรรจุไปแล้ว โดยเราบรรจุไปแล้ว 3 รอบ จำนวน 15,000 คน โดยในจำนวนนี้ มารายงานตัว 14,988 คน จาก 15,520 คน ซึ่งเป็นผู้ที่สอบได้แล้ว แต่ไม่มารายงานตัว 520 คน ก็ไม่ทราบเหตุผลที่ไม่มาว่า อาจเพราะเหตุผลกลใดก็สุดแล้วแต่
อย่างไรก็ตาม เราก็เอาคะแนนของคนที่มารายงานตัวมาตรวจสอบกับคะแนนที่อยู่ในตู้เซฟที่เป็นคะแนนดิบในกระดาษคำตอบ ซึ่งด้านข้างกระดาษคำตอบ จะระบุว่าได้คะแนนเท่าไหร่ โดยรายชื่อที่เอามาประกาศผลเพื่อบรรจุ เมื่อเอามาประกบกันกับกระดาษตำตอบแล้ว จะพบว่าคะแนนไม่ตรงกัน 5,814 คน ซึ่งเราได้จำแนกว่า จำนวนดังกล่าวมาจากส่วนใดบ้าง จึงเป็นที่มาว่า กลุ่มแรก คือคนที่คะแนนถูกอัพมามาก จากที่ควรจะสอบตกไปแล้ว แต่มีการอัพเพื่อให้สอบได้ และเข้ารอบต่อไป 3,621 คน
กลุ่มที่สอง คือคนที่ทำคะแนนได้ แต่ถูกอัพคะแนนเพิ่มขึ้นเพื่อให้อยู่ในอันดับต้นๆ ตามสันนิษฐาน จำนวน 1,713 คน
กลุ่มที่สาม คือ คนที่คะแนนผิดไป 1 คะแนน และสแกนไม่ชัด ซึ่งเราจะนำไปตรวจสอบกับกระดาษคำตอบของ ป.ป.ช. ที่ถูกอายัดไว้ ซึ่งจะรู้ได้ว่า จำนวนผู้สอบ 480 คนในกลุ่มนี้ จะได้มีหลักฐานที่ชัดเจน ฉะนั้นกรรมการที่เป็น กสถ.รับรอง และให้บรรจุคนเหล่านี้ เพราะเป็นคนที่ ก.กลางมอบหมาย พวกเขาก็ตกใจว่าผิดพลาดได้มากขนาดนี้เลยหรือ จึงมีมติเป็นชอบร่วมกันว่า ในส่วนที่มีคะแนนผิดปกติ 5,814 คน จะต้องมีการส่งต่อไปยังผู้ที่มีอำนาจคือคณะกรรมการทั้ง 3 ก. (ก.จังหวัด, ก.เทศบาล และ ก.องค์การบริหารส่ว) ไปดำเนินการต่อ
ส่วนคำถามที่ว่าเหตุใดนายกรัฐมนตรีไม่ใช่อำนาจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยยกเลิกเอง แต่กลับโยนให้คณะกรรมการฯ นายอรรษิษฐ์ ชี้แจงว่า เรื่องนี้เป็นไปตามกฎหมาย ซึ่งกรณีนี้เป็นเรื่องของท้องถิ่น ที่กำหนดรูปแบบองค์ประกอบของกระบวนการมา ซึ่งให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน แต่ต้องมีตัวแทนของท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารท้องถิ่นของ 3 องค์กรดังกล่าว และปลัดเทศบาลของทั้ง 3 องค์กร ก็เป็นจำนวน 6 คนแล้วที่มาจากองค์กรป้องครองส่วนท้องถิ่น และยังมีผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก ที่มาเป็นองค์ประกอบของคณะกรรมการ ดังนั้นนายกรัฐมนตรีไม่ใช่ผู้ที่ตั้งแต่งเข้ามา แต่เป็นการเลือกกันเองให้เข้ามาในคณะกรรมการ จึงต้องเป็นการประชุมพิจารณาร่วมกัน
เมื่อถามว่า หากต้องยกเลิกการบรรจุ 5,814 คนจะต้องทำอย่างไร นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ต้องมีการนับคะแนนใหม่และนำคนที่คะแนนผ่านเกณฑ์มาบรรจุ ซึ่งขณะนี้คะแนนและกระดาษคำตอบอยู่ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กระทรวงมหาดไทยได้แจ้งกับ ป.ป.ช.ไปแล้ว
เมื่อถามว่าตำแหน่งที่มีการเพิกถอนตำแหน่งกว่า 5,000 ตำแหน่ง จะส่งผลกระทบต่อการทำงานภายในท้องถิ่นหรือไม่ นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า เมื่อโดนเพิกถอนการบรรจุไปตำแหน่งก็ต้องว่างลง เพราะคนที่จะทำงานได้ออกไปแล้ว จากนั้นได้ถามกลับว่า “จะให้คนที่ทุจริตทำงานต่อหรือ?”
ส่วนการเลื่อนบัญชีบรรจุในขั้นตอนต่อไป นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า จะเลื่อนได้อย่างไร คะแนนยังนับไม่เสร็จ
โดยก่อนเดินทางกลับ นายอรรษิษฐ์ ยังแสดงความมั่นใจว่ามติที่ประชุมในวันที่ 23 ก.ค.นี้ของคณะกรรมการกลาง จะมีมติยืนตามคณะกรรมการ กสถ.
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี