542.jpg
สธ.สอบ6รพ. เอี่ยวเครือข่ายพ่อทิพย์ จ่อผิดออกเอกสารเท็จ

สธ.สอบ6รพ. เอี่ยวเครือข่ายพ่อทิพย์ จ่อผิดออกเอกสารเท็จ

วันพฤหัสบดี ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

สธ.สอบ6รพ.
เอี่ยวเครือข่ายพ่อทิพย์
จ่อผิดออกเอกสารเท็จ

สธ.จับมือตำรวจ เร่งสอบ 6 โรงพยาบาลเอกชน เอี่ยวเครือข่าย “พ่อทิพย์” นำไปสู่การได้สัญชาติไทยของเด็กต่างด้าวชาวจีน ย้ำยังไม่ได้ข้อสรุปโรงพยาบาลกระทำผิดหรือไม่ พร้อมดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด

เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยังคงเดินหน้าตรวจสอบกรณีการว่าจ้างพ่อคนไทยเป็น “พ่อทิพย์” เพื่อสวมสิทธิให้เด็กต่างด้าวชาวจีน เพื่อให้ได้รับสัญชาติไทยโดยมิชอบ โดยพบความผิดปกตินับตั้งแต่การแจ้งเกิด การออกสูติบัตรรวมถึงเอกสารทางทะเบียนราษฎร โดยนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุขเปิดเผยว่าขณะนี้ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ได้ขอข้อมูลเวชระเบียนจากโรงพยาบาลเอกชน ที่เข้าข่ายต้องสงสัยแล้ว 2 แห่ง จากทั้งหมด 6 แห่งเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมยืนยันว่าการเรียกดูเวชระเบียน ไม่ได้หมายความว่าโรงพยาบาลมีความผิด แต่เป็นการรวบรวมพยานหลักฐานตามขั้นตอน และจนถึงขณะนี้ยังไม่พบโรงพยาบาลของรัฐเข้ามาเกี่ยวข้องแต่อย่างใด


รมว.สาธารณสุข เปิดเผยด้วยว่า ใบรับรองการเกิด เป็นเอกสารสำคัญ ที่ใช้ประกอบการแจ้งเกิดและการขอสัญชาติไทยหากพบว่ามีการแจ้งข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยเฉพาะกรณีแม่เป็นชาวต่างชาติ แต่ระบุพ่อเป็นคนไทย ทั้งที่ไม่ใช่พ่อที่แท้จริง เจ้าหน้าที่จะตรวจพิสูจน์ความสัมพันธ์ทางสายเลือด ด้วยการตรวจดีเอ็นเอ ก่อนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ด้าน นพ.ภูวเดช สุระโคตร อธิบดี สบส.กล่าวว่า จากการตรวจสอบเวชระเบียนของโรงพยาบาล 2 แห่ง เบื้องต้นพบผู้เข้าข่ายต้องตรวจสอบเพิ่มเติม 4 ราย แต่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่า โรงพยาบาลกระทำความผิด เนื่องจากต้องรอผลการสอบสวนและการรวบรวมพยานหลักฐานให้ครบถ้วน ส่วนโรงพยาบาลเอกชนอีก4 แห่ง จะเข้าตรวจสอบในลักษณะเดียวกัน โดยมุ่งตรวจสอบกรณีที่แม่เป็นชาวต่างชาติ และระบุพ่อเป็นคนไทย เพื่อยืนยันว่าผู้ที่มีชื่อในใบแจ้งเกิด เป็นพ่อที่แท้จริงหรือไม่ หากพบว่ามีการแจ้งข้อมูลเท็จ จะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิกถอนสัญชาติที่ได้มาโดยมิชอบ พร้อมขยายผลดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ สบส.อยู่ระหว่างทบทวนมาตรการป้องกันช่องโหว่ในการออกใบแจ้งเกิด โดยอาจเพิ่มการตรวจสอบหลักฐานของผู้ที่อ้างเป็นพ่อ เช่น การตรวจสอบบัตรประจำตัวประชาชน ก่อนบันทึกข้อมูลลงในเอกสาร เพื่อป้องกันการแอบอ้างชื่อบุคคลอื่น

ทั้งนี้ หากผลการสอบสวนพบว่ามีผู้เกี่ยวข้องหรือสถานพยาบาลรู้เห็นเป็นใจในการออกเอกสารอันเป็นเท็จ อาจมีความผิดตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากพิสูจน์ได้ว่าผู้ประกอบกิจการ หรือผู้ดำเนินการสถานพยาบาล มีส่วนร่วมในการกระทำผิดอาจถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการได้ ซึ่งขณะนี้การสอบสวนยังอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานอย่างละเอียด

ที่รัฐสภา นายปิยรัฐ จงเทพ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน แถลงข่าวว่า กระบวนการได้มาซึ่งสัญชาติ ที่ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของความเป็นสัญชาติไทย เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ มีการกวาดล้างกลุ่มขบวนพ่อทิพย์ จากการขยายผลโดยทางตำรวจ มีการจับกุมมูลค่ากว่า 7 หมื่นล้านบาทกระทั่งมีการขยายเส้นเงินไปถึงครอบครัวครอบครัวหนึ่งของผู้ต้องหา โดยเงินไปเข้าบัญชีของภรรยา แต่ปรากฏว่าภรรยา มีลูก 3 คน แต่ 3 คนนั้นกลายเป็นมีสัญชาติไทย มีสื่อบางสำนัก ระบุชื่อโรงพยาบาลไปแล้ว เพิ่มขึ้นจาก 5 แห่ง เป็น 6 แห่ง เป็นโรงพยาบาลเอกชน ย่านพระราม 9 มีรายละเอียดในสูติบัตร ที่ตนได้รับมาจากเจ้าหน้าที่ซึ่งมีเจตนาดี เพื่อไปแจ้งต่อทางตำรวจ เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นในปี 2566 เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเป็นคนแจ้งเกิดให้ ตนไม่ทราบว่าเป็นบริการแพ็กเกจเหมาของโรงพยาบาลหรือไม่

นายปิยรัฐ กล่าวต่อว่า หนังสือที่นำไปแจ้งเพื่อขอสูติบัตร ไม่มีใบรับรองการเกิด ใบแจ้งเกิด แต่ฝ่ายทะเบียน สำนักงานเขต กลับลงลายมือชื่อ 2 แห่งเจ้าหน้าที่รายดังกล่าวรับผิดชอบเองทั้งหมด เด็กคนนี้หากยังอยู่ในประเทศไทยคงมีอายุ 2 ขวบแล้ว ส่วนพ่อไทยคนดังกล่าว มีประวัติอาชญากรรมจำนวนมากและขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังติดตามตัวมาดำเนินคดี

“เรื่องนี้รัฐบาลจะดำเนินการอย่างไรต่อไปกับเด็กเหล่านี้ เมื่อถอนสัญชาติเขาแล้ว เขายังมีสัญชาติจีนหรือไม่ และยังจะให้พำนักอยู่ในประเทศไทย หรือผลักดันออกนอกประเทศ ยังไม่มีสัญญาณออกมาจากรัฐบาลว่าจะดำเนินการอย่างไร”นายปิยรัฐ กล่าว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top