542.jpg
นายกฯ ถกภาคธุรกิจยุโรปกว่า 40 บริษัท ย้ำไทยเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เดินหน้า FTA  ไทย-อียู ยกระดับเศรษฐกิจไทย

นายกฯ ถกภาคธุรกิจยุโรปกว่า 40 บริษัท ย้ำไทยเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เดินหน้า FTA ไทย-อียู ยกระดับเศรษฐกิจไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 12.21 น.
Tag :

นายกฯ หารือนักธุรกิจยุโรปกว่า 40 บริษัท ย้ำไทยเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เดินหน้า FTA ไทย–EU และ OECD ดึงการลงทุน สร้างงาน และยกระดับเศรษฐกิจไทย

 


วันที่ 16 กรกฎาคม 2569 เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้การต้อนรับคณะผู้บริหารและสมาชิกสภาธุรกิจสหภาพยุโรป-อาเซียน (EU-ASEAN Business Council: EU-ABC) และสมาคมการค้ายูโรเปียนเพื่อธุรกิจและการพาณิชย์ (EABC) ซึ่งมีผู้แทนบริษัทชั้นนำของยุโรปกว่า 40 บริษัท จาก 9 กลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญ ได้แก่ อุตสาหกรรมยา เวชภัณฑ์ และสุขภาพ การเงิน ธนาคาร และประกันภัย ยานยนต์และอุตสาหกรรม พลังงาน เกษตรและอาหาร เทคโนโลยีและดิจิทัล โรงแรมและการท่องเที่ยว และสินค้าอุปโภคบริโภค อาทิ บริษัท Bayer, Boehringer Ingelheim, Sanofi, Siemens Healthineers, Prudential, Standard Chartered, Robert Bosch, Michelin, Siemens Energy, Danone, SAP และ Kenvue เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และแนวทางยกระดับความร่วมมือระหว่างไทยกับสหภาพยุโรป สรุปสาระสำคัญ ดังนี้

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ยุโรปเป็นหนึ่งในหุ้นส่วนเศรษฐกิจที่สำคัญของไทย และการที่บริษัทชั้นนำของยุโรปยังคงลงทุนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง สะท้อนความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของประเทศ รัฐบาลจึงเดินหน้าเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของไทย เพื่อให้เกิดการลงทุนใหม่ การสร้างงาน และรายได้ที่เพิ่มขึ้นแก่ประชาชน
รัฐบาลกำลังเร่งดำเนินการใน 3 ด้านสำคัญ ได้แก่

• พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานแห่งอนาคต ทั้งระบบดิจิทัล AI พลังงานสะอาด และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน เพื่อรองรับอุตสาหกรรมใหม่

• ยกระดับระบบคมนาคมและโลจิสติกส์ ทั้งถนน รถไฟ ท่าเรือ สนามบิน รวมถึง EEC และ Southern Economic Corridor เพื่อให้การขนส่งสะดวก ต้นทุนลดลง และดึงดูดการลงทุนมากขึ้น

• ปรับปรุงกฎระเบียบให้เอื้อต่อการลงทุน ผ่านโครงการ Thailand FastPass และการผลักดันไทยเข้าเป็นสมาชิก OECD เพื่อยกระดับมาตรฐานภาครัฐ เพิ่มความโปร่งใส และสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั่วโลก

นายกรัฐมนตรีกล่าวย้ำว่า ไทยต้องการก้าวขึ้นเป็นฐานการผลิตและนวัตกรรมสำคัญของภูมิภาค โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ พลังงานสะอาด เทคโนโลยีดิจิทัล AI วิทยาศาสตร์ชีวภาพ เกษตรสมัยใหม่ และอุตสาหกรรมอาหาร พร้อมเดินหน้าผลักดันการเจรจา ความตกลงการค้าเสรีไทย–สหภาพยุโรป (Thailand–EU FTA) ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อเปิดโอกาสให้สินค้าไทยเข้าถึงตลาดยุโรปได้มากขึ้น และสร้างโอกาสใหม่ให้ผู้ประกอบการไทย

ด้านผู้แทนภาคธุรกิจยุโรปยืนยันว่า ประเทศไทยยังคงเป็นหนึ่งในจุดหมายการลงทุนที่สำคัญของยุโรป ด้วยศักยภาพด้านทำเลที่ตั้ง ฐานการผลิต และแรงงานที่มีคุณภาพ พร้อมชื่นชมรัฐบาลที่เดินหน้าพัฒนาอุตสาหกรรมมูลค่าสูง ส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล พลังงานสะอาด และการพัฒนาที่ยั่งยืน รวมทั้งสนับสนุนการผลักดัน Thailand–EU FTA และการเข้าเป็นสมาชิก OECD ของไทย
ผู้แทนภาคธุรกิจยุโรปยังได้เสนอความร่วมมือใน 5 ด้านสำคัญ ได้แก่ การผลิตและห่วงโซ่อุปทาน การแพทย์และวิทยาศาสตร์ชีวภาพ อาหารและสินค้าอุปโภคบริโภค การเงินและการลงทุน รวมถึงเศรษฐกิจดิจิทัลและ AI ซึ่งล้วนเป็นอุตสาหกรรมที่จะช่วยสร้างงาน พัฒนาทักษะแรงงานไทย และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

ทั้งนี้ รัฐบาลไทยมุ่งสร้างเศรษฐกิจที่เติบโตควบคู่กับความยั่งยืน โดยเร่งเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน ควบคู่กับการปฏิรูปกฎหมายภายใต้แนวคิด Regulatory Guillotine เพื่อลดขั้นตอนและอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจ พร้อมปรับปรุงกฎหมายที่ไม่จำเป็นกว่า 7,000 ฉบับ ให้ทันสมัยและเอื้อต่อการลงทุนมากขึ้น

“เมื่อประเทศไทยมีสภาพแวดล้อมการลงทุนที่ดีขึ้น จะช่วยดึงดูดเม็ดเงินลงทุน เทคโนโลยี และนวัตกรรมจากต่างประเทศ เกิดการจ้างงาน เพิ่มรายได้ให้แรงงานไทย ยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการ และสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม” นายกรัฐมนตรีกล่าว พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่าความสัมพันธ์ไทย–สหภาพยุโรป ซึ่งกำลังจะครบรอบ 65 ปี จะยิ่งแน่นแฟ้นและนำมาซึ่งโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจของทั้งสองฝ่ายต่อไป
 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top