วันศุกร์ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
“อนุทิน” นำทัพนักลงทุนไทยครั้งประวัติศาสตร์ 153 คน จาก 48 บริษัท บุกจีน เปิดวงรับฟังเสียงภาคธุรกิจไทยโดยตรง เพื่อนำข้อเสนอเป็นวาระหารือกับรัฐบาลจีน พร้อมจัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจและเปิดสำนักงานบีโอไอแห่งที่ 4 ที่นครเฉิงตู รองรับการลงทุนอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงและพลังงานสะอาด
เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ในการเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และคณะในครั้งนี้นายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานเปิดสำนักงานส่งเสริมการลงทุนแห่งที่ 4 ของบีโอไอที่นครเฉิงตู ซึ่งถือว่าเป็นสำนักงานสำคัญที่จะดูแลเรื่องการส่งเสริมการลงทุนในภูมิภาคจีนฝั่งตะวันตกซึ่งถือว่ามีความสำคัญกับเศรษฐกิจจีนในปัจจุบันและมีบริษัทที่ศักยภาพสูงในด้านเทคโนโลยีขั้นสูงและพลังงานสะอาดหลายบริษัทในพื้นที่นี้
นอกจากนี้ในการเปิดสำนักงานส่งเสริมการลงทุนในนครเฉิงตูในครั้งนี้ยังมีกิจกรรมสำคัญคือ"Prime Minister-Thai Private Sector Luncheon" ซึ่งเป็นการร่วมรับประทานอาหารกลางวันและหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีและกลุ่มนักธุรกิจไทยชั้นนำกว่า 153 คน จาก 48 บริษัท โดยจะมีนักธุรกิจ 110 คนร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับนายกรัฐมนตรี ถือเป็นการนำทัพนักธุรกิจไทยมายังประเทศจีนครั้งที่ใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์
นายนฤตม์ระบุว่า กิจกรรมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้พบปะและรับฟังประสบการณ์การทำธุรกิจในจีนจากภาคเอกชนโดยตรง เนื่องจากหลายบริษัทมีความเชี่ยวชาญและมีการลงทุนในจีนอยู่แล้ว โดยข้อมูลและข้อเสนอแนะเหล่านี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับท่านนายกรัฐมนตรีในการนำไปหารือเพื่อผลักดันความร่วมมือและขอรับการสนับสนุนจากรัฐบาลจีน โดยเฉพาะในการปฏิบัติภารกิจของนายกรัฐมนตรีต่อเนื่องที่กรุงปักกิ่งในวันจันทร์ที่ 20 ก.ค.นี้ ที่จะพบกับนาย หลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน
ในกิจกรรมครั้งนี้จะมีนักธุรกิจที่มีประสบการณ์ทำธุรกิจในประเทศจีนมาถ่ายทอดประสบการณ์การลงทุนและทำธุรกิจในประเทศจีนได้แก่ นายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) และสราวุฒิ อยู่วิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มธุรกิจกระทิงแดง (TCP) นอกจากนี้จะมีกิจกรรมจับคู่ธุรกิจระหว่างธุรกิจจีนและธุรกิจไทย โดยมีบริษัทไทยที่จะเข้าร่วมกิจกรรมนี้ที่ได้ลงทะเบียนมาแล้วมีบริษัทไทยลงทะเบียนล่วงหน้าไว้ประมาณ 40 กว่าราย ทางบีโอไอได้จัดพื้นที่เฉพาะเพื่อให้บริษัทไทยกลุ่มนี้ได้พบปะและเจรจากับธุรกิจฝั่งจีนที่มีความสนใจในรูปแบบเดียวกัน เพื่อสร้างโอกาสในการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจร่วมกันในอนาคต
“บีโอไอให้ความสำคัญกับ การลงทุนสองทาง (Two-way Investment) โดยไม่เพียงแต่ดึงดูดการลงทุนจากจีนเข้าสู่ไทย แต่ยังมุ่งส่งเสริมให้นักลงทุนไทยที่มีศักยภาพขยายฐานธุรกิจมายังจีนและหาพันธมิตรร่วมทุน เพื่อสร้างความแข็งแกร่งร่วมกันในห่วงโซ่อุปทานระดับโลก”นายนฤตม์ กล่าว
สำหรับกลุ่มนักธุรกิจที่เข้าร่วมโต๊ะหารือกับนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ครอบคลุมอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์สำคัญหลายด้าน ได้แก่ องค์กรพันธมิตรและยักษ์ใหญ่ภาคการผลิต นำโดยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย หอการค้าไทย-จีน รวมถึงผู้บริหารระดับสูงจากภาคเอกชน ได้แก่ กลุ่มซีพี กลุ่มกระทิงแดง บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง กลุ่มสหฟาร์ม กลุ่มมิตรผล เครือซิเมนต์ไทย (SCG) บริษัท บ้านปู บริษัท Energy Absolute (EA) บริษัทอมตะ และดับบลิวเอชเอ
นอกจากนั้นยังมีกลุ่มสถาบันการเงินและบริการ มีตัวแทนจากธนาคารพาณิชย์หลักของไทย เช่น KBANK, ธนาคารกรุงเทพ รวมถึงกลุ่มค้าปลีกและการแพทย์อย่าง The Mall Group,ไทยเบฟเวอเรจ และ BDMS เป็นต้น
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี