วันศุกร์ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
17 กรกฎาคม 2569 เมื่อเวลา 16.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่นนครเซี่ยงไฮ้) ณ Xijiao State Guest Hotel นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าเยี่ยมคารวะ นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน การหารือเป็นไปอย่างกว้างขวางและลึกซึ้ง โดยประธานาธิบดีสีได้กล่าวถวายพระพระพรชัยมงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฏาคม 2569 นี้ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้กล่าวชื่นชมและขอบคุณรัฐบาลจีนในการถวายการต้อนรับ ในคราวเสด็จพระราชดำเนินเยือนจีน อย่างเป็นทางการ (State Visit) อย่างสมพระเกียรติด้วย ซึ่งประธานาธิบดีจีนย้ำความสัมพันธ์ไทย - จีน คือครอบครัวเดียวกัน (Thailand - China as One Family) และจีนพร้อมสนับสนุนการบริหารงานของรัฐบาลไทยเพื่อยกระดับความเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้าน โดยมุ่งสร้างโอกาสใหม่ให้ประเทศไทยผ่านความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การลงทุน นวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) อุตสาหกรรมแห่งอนาคต และความมั่นคงของภูมิภาค

การหารือของผู้นำทั้งสองยังมุ่งเป้าสู่อนาคตที่มั่นคงและเป็นประโยชน์ยั่งยืนของสองประเทศ รวมถึงระดับภูมิภาคร่วมกัน โดยผู้นำทั้งสองฝ่ายยืนยันเจตนารมณ์ที่จะสานต่อมิตรภาพอันยาวนานระหว่างไทยและจีน พร้อมผลักดันความร่วมมือให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของไทย และสร้างโอกาสใหม่ให้กับประชาชนในระยะยาว

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ประเทศไทยให้ความสำคัญกับจีนในฐานะมิตรเก่าที่ไว้วางใจได้ และพร้อมสานต่อความร่วมมือในทุกมิติ โดยเฉพาะการขับเคลื่อนเศรษฐกิจแห่งอนาคต ซึ่งปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่กำหนดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในทศวรรษหน้า ไทยและจีนจึงควรร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยี บุคลากร และธรรมาภิบาลด้าน AI เพื่อให้เทคโนโลยีสร้างประโยชน์ต่อประชาชนอย่างทั่วถึง ควบคู่กับการรับมือความท้าทายใหม่ ทั้งอาชญากรรมออนไลน์และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

นายกรัฐมนตรีได้เสนอให้ไทยและจีนร่วมกันเปิดโอกาสทางเศรษฐกิจรอบใหม่ โดยส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต อาทิ AI เซมิคอนดักเตอร์ เทคโนโลยีสุขภาพ พลังงานสะอาด และอุตสาหกรรมสีเขียว พร้อมเชิญชวนผู้ประกอบการเทคโนโลยีขั้นสูงของจีนเข้ามาลงทุนในประเทศไทย ใช้ไทยเป็นฐานการผลิตและสำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาค เชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน พัฒนาบุคลากรไทย และเพิ่มการใช้วัตถุดิบภายในประเทศ เพื่อสร้างงานคุณภาพและเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของเศรษฐกิจไทย

ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องที่จะเร่งเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม การค้า และโลจิสติกส์ ทั้งทางบก ทางทะเล และทางอากาศ รวมถึงการพัฒนาโครงข่ายรถไฟในภูมิภาค เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการค้า การลงทุน และการเดินทางของประชาชน พร้อมขยายความร่วมมือด้านเทคโนโลยีอวกาศ สาธารณสุข การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชน เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจอันดีและความร่วมมือระยะยาวระหว่างสองประเทศ

ด้านความมั่นคง นายกรัฐมนตรีเสนอให้จัดตั้งกลไก 2+2 ระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของไทยและจีน เพื่อเป็นเวทีหารือเชิงยุทธศาสตร์ พร้อมยกระดับความร่วมมือในการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ การแลกเปลี่ยนข่าวกรอง และการรับมือภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความปลอดภัยและเสถียรภาพของภูมิภาค
.jpg)
สำหรับประเด็นระดับภูมิภาค นายกรัฐมนตรีขอบคุณจีนที่สนับสนุนการแก้ไขสถานการณ์ไทย - กัมพูชา ผ่านกลไกทวิภาคี เพื่อร่วมกันรักษาสันติภาพและเสถียรภาพของภูมิภาค ขณะเดียวกัน ไทยยังขอบคุณจีนที่สนับสนุนกระบวนการสันติภาพในเมียนมา รวมทั้งให้กลับเข้ามามีบทบาทในอาเซียน รวมทั้งการใช้เวทีภูมิภาคระหว่างจีน - อาเซียน เอเปค แม่โขง ล้านช้าง ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ทั้งนี้ การหารือครั้งนี้สะท้อนวิสัยทัศน์ของรัฐบาลในการใช้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเป็นกลไกสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและยกระดับศักยภาพของประเทศ โดยมุ่งเปลี่ยนมิตรภาพอันยาวนานระหว่างไทยและจีนให้เป็นความร่วมมือที่สร้างผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการดึงการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต การพัฒนาเทคโนโลยี AI การสร้างงานคุณภาพ และการเสริมสร้างเสถียรภาพของภูมิภาค เพื่อประโยชน์ของประชาชนทั้งสองประเทศในระยะยาว
- 006
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี