วันอาทิตย์ ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ไม่ใช่เรือไทย
กต.-ทร.ออกโรงแจง
ปัดถูกถล่มในฮอร์มุซ
สงครามลากยาว สหรัฐฯเดินหน้าถล่มต่อเนื่องคืนที่ 7 อิหร่านโต้กลับส่งโดรน-ขีปนาวุธ โจมตีฐานทัพในภูมิภาคกองทัพเรือติดตามสถานการณ์ตะวันออกกลาง พร้อมแจ้งแนวทางการเดินเรือไทยในพื้นที่เสี่ยง บัวแก้ว-ทร. แจงแล้วไม่ใช่เรือไทยโดนถล่มที่ฮอร์มุซ แต่ให้ทุกลำระมัดระวัง
เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2569 กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ประกาศยืนยันการเปิดฉากปฏิบัติการโจมตีทางอากาศระลอกใหม่ในอิหร่านเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา (17 ก.ค.2026) นับเป็นคืนที่ 7 ติดต่อกัน โดยมุ่งเป้าทำลายขีดความสามารถทางทหารของอิหร่านอย่างต่อเนื่อง
ยกระดับปฏิบัติการทางทหารรายงานระบุว่า กองทัพสหรัฐฯ ได้ระดมเครื่องบินขับไล่ โดรน และเรือรบเข้าปฏิบัติภารกิจมุ่งเป้าไปยังคลังแสง อุปกรณ์ป้องกันภัยทางอากาศ รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานทางทหารหลายแห่งตลอดแนวชายฝั่ง ความตึงเครียดนี้ทวีความรุนแรงขึ้นหลังจากความพยายามในการรักษาข้อตกลงหยุดยิงในช่องแคบฮอร์มุซล้มเหลว โดยสหรัฐฯ กล่าวหาว่าอิหร่านละเมิดข้อตกลงด้วยการโจมตีเรือพาณิชย์ในพื้นที่ดังกล่าว
สื่อในอิหร่านรายงานว่าพบเหตุระเบิดในหลายพื้นที่สำคัญทั่วประเทศ ได้แก่ จังหวัดบูเชห์ร (Bushehr), จังหวัดฮอร์โมซกัน (Hormozgan) รวมถึงพื้นที่ในจังหวัดยัซด์ (Yazd) ใจกลางประเทศ
ทางการอิหร่านระบุว่าการโจมตีของสหรัฐฯ ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานหลายจุด รวมถึงสะพานและอุโมงค์สำคัญในฮอร์โมซกัน ซึ่งสร้างความเสียหายต่อการคมนาคมขนส่ง
ขณะเดียวกัน กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่านได้ประกาศยกระดับการตอบโต้ โดยอ้างว่าได้ทำการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในหลายประเทศในภูมิภาคอาหรับเพื่อ “ลงโทษผู้รุกราน”
หนึ่งในเป้าหมายสำคัญคือ ฐานทัพอากาศอัล-อูเดอีด (Al Udeid Air Base) ในกาตาร์ ซึ่งเป็นศูนย์บัญชาการปฏิบัติการทางอากาศของสหรัฐฯ ในภูมิภาค โดยอิหร่านอ้างว่าได้ทำลายระบบเรดาร์ระยะไกลและเครื่องบินเติมน้ำมันกลางอากาศของสหรัฐฯ
ด้านกาตาร์ยืนยันว่ากองทัพสามารถสกัดกั้นขีปนาวุธที่พุ่งเป้ามายังประเทศได้ แต่ยอมรับว่ามีเศษซากขีปนาวุธตกลงในพื้นที่อยู่อาศัย ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บเบื้องต้น ทั้งนี้ สถานการณ์ดังกล่าวได้สร้างความกังวลอย่างยิ่งต่อบทบาทของกาตาร์ในฐานะตัวกลางเจรจา และอาจส่งผลกระทบต่อการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในประเทศโอมานในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
พลเรือตรีปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยังคงมีความไม่แน่นอน และสหรัฐอเมริกาได้ออกประกาศแจ้งเตือนด้านความมั่นคงทางทะเลสำหรับพื้นที่อ่าวเปอร์เซีย ช่องแคบฮอร์มุซและอ่าวโอมาน กองทัพเรือได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแจ้งข้อมูล ข่าวสารและคำแนะนำด้านความปลอดภัยแก่ผู้ประกอบการเดินเรือไทยอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 กองทัพเรือได้มีหนังสือแจ้งไปยังสมาคมเจ้าของเรือไทย เพื่อให้ผู้ประกอบการและเรือพาณิชย์ไทยรับทราบการประเมินระดับความเสี่ยงของพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งยังคงอยู่ในระดับ “สูงมาก (SEVERE)” กองทัพเรือจึงแนะนำให้หลีกเลี่ยงการเดินเรือเข้าสู่พื้นที่เสี่ยงหากไม่มีความจำเป็น พร้อมติดตามประกาศและคำแนะนำจากหน่วยงานด้านการเดินเรือระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามมาตรการรักษาความปลอดภัยที่กำหนดอย่างเคร่งครัด
นอกจากนี้ กองทัพเรือได้กำหนดแนวทางการรายงานข้อมูล การประสานงาน และการแจ้งเหตุผิดปกติของเรือไทยเมื่อเดินทางผ่านพื้นที่เสี่ยง เพื่อให้สามารถติดตามสถานการณ์และให้ความช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที หากเกิดเหตุฉุกเฉินระหว่างการเดินเรือ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นและเพิ่มความปลอดภัยให้แก่เรือพาณิชย์ไทย รวมถึงกำลังพลประจำเรือ
โฆษกกองทัพเรือกล่าวเพิ่มเติมว่า กองทัพเรือให้ความสำคัญกับการคุ้มครองผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ความมั่นคงของการคมนาคมขนส่งทางทะเล และสวัสดิภาพของลูกเรือไทย จึงขอให้ผู้ประกอบการ เจ้าของเรือ และผู้ควบคุมเรือติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานภาครัฐอย่างใกล้ชิดพร้อมปฏิบัติตามคำแนะนำด้านความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การเดินเรือของไทยเป็นไปอย่างปลอดภัยและต่อเนื่องภายใต้สถานการณ์ที่มีความอ่อนไหวในปัจจุบัน
ทั้งนี้ กองทัพเรือจะติดตามและประเมินสถานการณ์ด้านความมั่นคงทางทะเลอย่างต่อเนื่อง พร้อมบูรณาการการปฏิบัติกับหน่วยงานภาครัฐและภาคการเดินเรือ เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยในการเดินเรือ และสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ประกอบการไทยและประชาชน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่มีรายงานข่าวเมื่อคืนวันที่ 17 ก.ค. 2569 โดยสำนักข่าวต่างๆ รวมถึงสำนักข่าวของอิหร่าน อ้างว่าเรือชักธงไทยลำหนึ่งเป็นเป้าหมายการโจมตีของ IRGC โดยถูกกล่าวหาว่าพยายามเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น
นางสาวใจไทย อุปการนิติเกษตร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า กระทรวงการต่างประเทศ ได้ประสานกับสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน และกองทัพเรือเกี่ยวกับเรื่องนี้ ซึ่งทางกองทัพเรือได้ออกมาชี้แจงด้วยแล้วว่า ไม่ใช่เรือสัญชาติไทย โดยกระทรวงการต่างประเทศจะติดตามพัฒนาการเพิ่มเติมอย่างใกล้ชิดต่อไป
ทั้งนี้ โดยที่สถานการณ์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซยังมีความไม่แน่นอนสูง กระทรวงการต่างประเทศจึงขอให้บริษัทเดินเรือ รวมถึงภาคส่วนต่างๆ ติดตามข่าวสารและประกาศจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี