542.jpg
จีบลงทุนยานยนค์-IT นายกลุยจีน เชื่อมสัมพันธ์สองชาติ เร่งดึงเม็ดเงินเข้าไทย

จีบลงทุนยานยนค์-IT นายกลุยจีน เชื่อมสัมพันธ์สองชาติ เร่งดึงเม็ดเงินเข้าไทย

วันอาทิตย์ ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

จีบลงทุนยานยนค์-IT
นายกลุยจีน
เชื่อมสัมพันธ์สองชาติ
เร่งดึงเม็ดเงินเข้าไทย

นายกฯอนุทิน นำทัพเศรษฐกิจไทยบุกเฉิงตู เปิดฟอรั่มลงทุนไทย-จีน พร้อมปักหมุดตั้งสำนักงาน BOI แห่งใหม่ ลุยเจรจา One-on-One ดึง 6 บิ๊กคอร์ป เทคโนโลยี-ยานยนต์-ท่องเที่ยว” ขนเม็ดเงินลงทุนเข้าไทย กระชับสัมพันธ์เลขาฯพรรคคอมมิวนิสต์เสฉวน ปูทางยกระดับความร่วมมือระดับภูมิภาคเต็มสูบ ลั่นรัฐบาลพร้อมเป็นกำแพงหนุน ผนึกกำลังเอกชนไทย

เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2569ผู้สื่อข่าวรายงานจากสาธารณรัฐประชาชนจีน ถึงภารกิจ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย พร้อมด้วยคณะผู้แทนระดับสูงของรัฐบาลไทย เดินทางปฏิบัติภารกิจอย่างเป็นทางการ ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 16-20 กรกฎาคม 2569 โดยในวันที่ 18 ก.ค. นายกรัฐมนตรีได้นำคณะเดินทางจากนครเซี่ยงไฮ้ มุ่งสู่ นครเฉิงตู มณฑลเสฉวน เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยีและการท่องเที่ยวอย่างเต็มรูปแบบ


โดยภารกิจ ในช่วงเช้าเวลา 08.30 น. นายกรัฐมนตรีและคณะได้ออกเดินทางจากท่าอากาศยานนานาชาติเซี่ยงไฮ้ หงเฉียวโดยจะถึงท่าอากาศยานนานาชาติซวงหลิว นครเฉิงตูในเวลา 11.30 น. (เวลาท้องถิ่น ที่เร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง) เมื่อเดินทางถึงนครเฉิงตู นายกรัฐมนตรีได้เริ่มภารกิจด้านเศรษฐกิจทันที ณ ศูนย์การประชุมนานาชาติ Tianfu International Convention Center โดยได้เข้าร่วมกิจกรรม “Prime Minister-Thai Private Sector Luncheon” ร่วมรับประทานอาหารกลางวัน เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองกับผู้แทนภาคเอกชนไทย 153 รายและรับฟังข้อเสนอแนะในการบุกตลาดจีน

สัมมนาฟอรั่มลงทุนไทย-จีน

จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้เป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนา “Thailand-China (Sichuan) Investment and Economic Forum 2026” โดยได้กล่าวปาฐกถาพิเศษ (Keynote Speech)แสดงวิสัยทัศน์และความพร้อมของประเทศไทยในการรองรับการลงทุนจากมณฑลเสฉวน นอกจากนี้นายกรัฐมนตรียังได้ร่วมกับผู้บริหารระดับสูงฝ่ายไทยและจีน ทำพิธีเปิด ฝ่ายการลงทุนประจำสถานกงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู (สำนักงาน BOI เฉิงตู) อย่างเป็นทางการ เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนล้ำสมัยเข้าสู่ประเทศไทย

ลุยเปิดเจรจา‘One-on-One’

ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากิจกรรมสำคัญของวัน คือ การเข้าพบหารือรูปแบบตัวต่อตัว (One-on-One)ระหว่างนายกรัฐมนตรีและผู้นำบริษัทชั้นนำของจีนรวม 6 ราย เพื่อผลักดันความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม

สำหรับการหารือในกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงและยานยนต์(สนับสนุนโดย BOI) ประกอบด้วยการพบปะกับ Xiaomi Corporation ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีและสมาร์ทโฟนระดับโลก, ChangAn Automobile ผู้ผลิตยานยนต์รายใหญ่ของจีนที่มีฐานการผลิตในไทย, InnoLight Technology ผู้นำด้านนวัตกรรมอุปกรณ์ออปโตอิเล็กทรอนิกส์ และ Eoptolink Technology ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบส่งสัญญาณแสงและความเร็วสูง

ในส่วนของกลุ่มอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการ (สนับสนุนโดย ททท.) นายกรัฐมนตรีได้หารือกับ China Sichuan Airlines เกี่ยวกับการเพิ่มเที่ยวบินและเส้นทางบินตรง เชื่อมเมืองรองและเมืองหลักของไทย รวมถึงพบกับ Meituan แพลตฟอร์มบริการไลฟ์สไตล์ และอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ของจีนเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจีนคุณภาพสูงให้เดินทางมายังประเทศไทยมากขึ้น

คารวะเลขาฯพรรคคอมมิวนิสต์

ในช่วงค่ำ เวลา 18.30 น. ณ ศูนย์การประชุมนานาชาติ Chengdu  Century City International Convention Center นายหวัง เสี่ยวฮุย (Mr.Wang Xiaohui) เลขาธิการคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำมณฑลเสฉวน ได้เข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรีเพื่อหารือข้อราชการและกระชับความสัมพันธ์ในระดับภูมิภาค

จากนั้นเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ฯประจำมณฑลเสฉวน ได้เป็นเจ้าภาพจัดงานเลี้ยงอาหารค่ำ (Gala Dinner) เพื่อเป็นเกียรติแก่นายกรัฐมนตรีและคณะผู้แทนไทย

หนูนำทัพบุกเฉิงตูลุยตลาดจีน

นายอนุทิน กล่าวถึงภารกิจในการเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนซึ่งวันที่ 18 ก.ค. จะเดินทางไปที่นครเฉิงตูและพบกับนักธุรกิจไทย 153 คน จาก 48 บริษัท ที่เดินทางไปเข้าร่วมกิจกรรมของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน มาร่วมงานเปิดสำนักงานใหญ่แห่งที่ 4 ที่นครเฉิงตูว่าไม่อยากให้มองว่าใครพาใครมาเพราะนักธุรกิจจะไม่เสียเวลากับสิ่งที่ไม่เกิดประโยชน์ และล้วนมองเห็นโอกาสและช่องทางในการเติบโต

นายอนุทินกล่าวว่า การที่ภาคเอกชนไทยกว่า 100 ราย มาร่วมงาน แสดงว่าเห็นโอกาสและเห็นถึงความพร้อมและความแข็งแกร่งในการแสวงหาพันธมิตรและเจรจาจับคู่ธุรกิจเพื่อสร้างการเติบโตร่วมกัน คณะรัฐมนตรี และรัฐบาลพร้อมยืนเป็นกำแพง คอยสนับสนุน และให้คำยืนยันที่จะอำนวยความสะดวกทุกอย่างภายใต้กฎหมายที่มีอยู่ เพื่อสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับ
นักลงทุนอย่างเต็มที่

ถกมื้อเที่ยงผนึกกำลังเอกชนไทย

ทั้งนี้ นายกฯอนุทิน เดินทางถึง นครเฉิงตู เวลา 12.40 น. เข้าร่วมกิจกรรมPrime Minister-Thai Private Sector Luncheon ร่วมกับ 140 ผู้บริหารระดับสูงไทย (CEO) เป็นภาคเอกชนไทย ที่มาลงทุนในจีนจากกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ ได้แก่ ธุรกิจการเงิน อาหาร พลังงาน นิคมอุตสาหกรรม การแพทย์ สาธารณสุข ท่องเที่ยว

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่าดีใจที่ได้มานครเฉิงตูครั้งแรก รู้สึกยินดีที่พบปะกับภาคเอกชนไทยในวันนี้ การเดินทางมาเยือนอย่างเป็นทางการของรัฐบาลครั้งนี้ ถือเป็นทริปที่มีเป้าหมายที่ชัดเจนและหนักแน่นโดยเฉพาะเรื่องการส่งเสริมการค้าและการลงทุนระหว่างกันในอุตสาหกรรมใหม่ ซึ่งในการพบกับท่านประธานาธิบดีสี จิ้นผิง วานนี้ก็รับการยืนยันจากประธานาธิบดีจีนว่า “ไทย-จีน ครอบครัวเดียวกัน” ที่จะหารือกับนายกรัฐมนตรี หลี่ เฉียง ในวันพรุ่งนี้ก็จะฝากให้ท่านทั้งสองช่วยดูแลผู้ประกอบการชาวไทยในประเทศจีนด้วย

นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงว่ากิจกรรมวันนี้ยังได้มาเปิดสำนักงาน BOI ณ นครเฉิงตู และงานสัมมนา Thailand -China (Sichuan) Investment and Economic Forum บ่ายนี้ เป็นการปักหมุดและประกาศว่า ไทยจริงจัง ในการยกระดับความร่วมมือทางการค้า ในระดับท้องถิ่นโดยได้มอบหมายให้รองนายกฯ รัฐมนตรีคลังและการต่างประเทศรัฐมนตรีและหัวหน้าศูนย์ราชการที่กำกับดูแลกระทรวงเศรษฐกิจและการลงทุนเอกอัครราชทูต เลขาฯบีโอไอ ร่วมหารือแลกเปลี่ยนความคิดโอกาสและความท้าทาย ในการดำเนินธุรกิจของภาคเอกชนไทยในจีนโดยเฉพาะมณฑลเสฉวน

ให้คำมั่น‘ลู่ทาง’สร้างโอกาสใหม่

นายกรัฐมนตรีย้ำความพร้อมของไทยรัฐบาลมีหน้าที่แสวงหาความร่วมมือ สร้างโอกาสให้กับประเทศให้กับภาคเอกชนภายใต้หลักธรรมาภิบาลดังนั้น รัฐ-เอกชนต้องทำงานร่วมกัน ยึดหลัก โปร่งใส ตรวจสอบได้คือหลักธรรมาภิบาล (Good Governence)โดยรัฐมีหน้าที่อำนวยความสะดวก เช่น การปรับแก้กฎหมายที่เป็นอุปสรรค เป็นต้นจึงขอเอกชนมีความมั่นใจไทยมีความพร้อม และเชื่อมั่นรัฐบาลชุดนี้จะอำนวยความสะดวกและเป็น “ลู่ทาง” การลงทุนของเอกชนไปสู่เป้าหมายที่สูงสุด เอกชนไทยแข็งแกร่ง เติบโตไม่เพียงตลาดจีนรวมถึงตลาดโลก ดังนั้นหน้าที่ของรัฐบาลตอนนี้ คือต้องเร่งเจรจาFTA กับคู่ค้าสำคัญต่างๆ

ช่วงท้ายนายกรัฐมนตรี กล่าวขอบคุณภาคเอกชนไทยทุกคนที่ร่วมเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ พร้อมย้ำว่า “รัฐบาลมีหน้าที่สร้างโอกาส ส่วนเอกชนคือผู้สร้างความสำเร็จ หากเราทำงานร่วมกันในฐานะ “ทีมไทยแลนด์” ด้วยเป้าหมายเดียวกัน เชื่อมั่นว่าไทยจะไม่เพียงเติบโตในตลาดจีน แต่จะก้าวสู่ตลาดโลกได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน”

เปิดชื่อ11บิ๊กCEOร่วมโต๊ะนายกฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการเข้าร่วมกิจกรรม “Prime Minister-Thai Private Sector Luncheon” ร่วมรับประทานอาหารกลางวันเพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองกับผู้แทนภาคเอกชนไทยนำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และภริยา ที่ Tianfu International Convention นครเฉิงตู สาธารณรัฐประชาชนจีน พร้อมด้วยทีมไทยแลนด์ มีภาคเอกชนไทยที่เดินทางมาร่วมการเจรจาธุรกิจที่เฉินตู 48 บริษัท รวม 153 คน และเข้าร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับนายกรัฐมนตรี 110 คน

โดยมีนักธุรกิจ 11 คน ที่ได้ร่วมรับประทานอาหารโต๊ะเดียวกับนายกฯประกอบด้วย 1.นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย 2.นายณรงค์ศักดิ์ พุทธพรมงคล ประธานหอการค้าไทย-จีน 3.นายวิบูลย์ สุภัครพงษ์กุล รองประธานหอการค้าไทย 4.นายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ 5.นายสราวุฒิ อยู่วิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มธุรกิจ TCP 6.นางสาวศุภลักษณ์ อัมพุช ประธานกรรมการเดอะมอลล์กรุ๊ป 7.นายวิกรม กรมดิษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร อมตะ (AMATA) 8.นายวิชัย กุลสมภพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธานกรรมการบริหาร เครือสหพัฒน์ 9.นายโยธิน ดำเนินชาญวนิชย์ ประธานสวนอุตสาหกรรม 304 10.นายชญาว์ จันทวสุ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานกลยุทธ์องค์กรปตท. 11.นางมนูญศรี โชติเทวัญ ประธานกรรมการบริหาร สหฟาร์ม

โดยนายกรัฐมนตรีได้ใช้โอกาสนี้รับฟังความเห็น และข้อเสนอแนะของภาคเอกชนไทยเพื่อนำไปหารือกับนายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน ในวันอาทิตย์ที่ 19 ก.ค.นี้ด้วย

นายกฯเปิดฟอรั่มลงทุนไทย-จีน

เวลา 14.00 น. นายกฯอนุทิน ร่วมพิธีเปิดฝ่ายการลงทุนประจำสถานกงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู (BOI Chengdu Office) โดยมีผู้ว่าการมณฑลเสฉวน ผู้บริหารระดับสูงของทั้งสองประเทศ นักลงทุนและผู้แทนภาคเอกชนไทย-จีนเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

ภายหลังเสร็จสิ้นการกล่าวปาฐกถา นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณรัฐบาลจีน รัฐบาลมณฑลเสฉวนและสภาส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศแห่งประเทศจีนสาขามณฑลเสฉวน (CCPIT Sichuan)ที่ให้การสนับสนุนการจัดงานและการเปิดสำนักงาน BOI เฉิงตู ซึ่งถือเป็นการปักหมุด และเป็นการส่งสัญญาณสำคัญว่า รัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับการยกระดับความสัมพันธ์ทางการค้าและการลงทุนกับจีน โดยให้ความสำคัญกับการขยายความร่วมมือในระดับท้องถิ่นมากขึ้น

ย้ำไทยพร้อมเป็นประตูสู่อาเซียน

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า มณฑลเสฉวนมีประชากร 80 ล้าน เศรษฐกิจใหญ่อันดับ 6 ของจีน จึงเป็นหนึ่งในศูนย์กลางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมที่สำคัญของจีน ขณะที่ไทยมีจุดแข็งด้านทำเลที่ตั้งซึ่งเป็นศูนย์กลางอาเซียน โครงสร้างพื้นฐานที่ได้มาตรฐาน ห่วงโซ่อุปทานที่เข้มแข็ง บุคลากรที่มีคุณภาพ ความพร้อมด้านพลังงาน โดยเฉพาะพลังงานสะอาด ตลอดจนมาตรการสนับสนุนจากรัฐบาล และสิทธิประโยชน์จูงใจจาก BOI ที่สำคัญ รัฐบาลกำลังผลักดันการปฏิรูประบบราชการและปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจเพื่อให้สามารถรองรับการเจริญเติบโตและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต (New S-Curve) ได้ จากปัจจัยดังกล่าวทำให้ไทยได้รับการลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยในปีที่ผ่านมาคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI มีมูลค่าสูงเป็นประวัติการณ์ 3.8 หมื่นล้านหยวนหรีอ ราว 1 ล้านล้านบาท

นอกจากนี้ การค้าระหว่างเสฉวนและไทย ยังมีโอกาสอีกมาก ด้วยการพัฒนาเส้นทาง New International Land-Sea Trade Corridor และนโยบาย Chengdu-Chongqing Economic Circle พื้นที่แห่งนี้กำลังกลายเป็นจุดเชื่อมสำคัญของเส้นทางสายไหมทางบกที่เชื่อมจีนตะวันตกเข้ากับเอเชียใต้ เอเชียกลางและอาเซียน โดยมีไทยเป็นศูนย์กลาง ด้วยศักยภาพเช่นนี้นายกรัฐมนตรีจึงนำคณะจากประเทศไทยทั้งภาครัฐและเอกชน มาเยือนในครั้งนี้ด้วย เพื่อสร้างความร่วมมือกับมณฑลเสฉวนในด้านการค้า การลงทุน และการพัฒนาเศรษฐกิจ ซึ่งจะเป็นการยกระดับความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ โดยมีจุดแข็งทั้งของไทยและเสฉวนที่จะมาเติมเต็มกัน

มุ่งพัฒนาศก.ไทยเป็นระบบ3มิติ

นายกรัฐมนตรียังได้เน้นย้ำถึงรัฐบาลมุ่งพัฒนาเศรษฐกิจไทยอย่างเป็นระบบใน 3 มิติ ได้แก่ 1.ความเร็วและการอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจ ผ่านโครงการ Thailand FastPass ซึ่งเป็นกลไกที่จะช่วยลดระยะเวลาอนุมัติโครงการลงทุนขนาดใหญ่ ลงทุนแล้วกว่า 7 แสนล้านบาท 2.การยกระดับผู้ประกอบการและบุคลากรไทย ผ่านกองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันภายใต้ BOI และskill bridge 3.การสร้างความแข็งแรงจากภายใน ผ่านการมีมาตรการเศรษฐกิจระยะสั้นเพื่อกระตุ้นกำลังซื้อ ควบคู่ไปกับการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในด้านพลังงานและการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล

ชวนนักลงทุนจีนมาลงทุนไทย

ผลจากการดำเนินนโยบายดังกล่าว ได้รับการยอมรับจากสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับโลก ทั้ง Moody’s และ S&P Global Ratings ที่ปรับมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทยดีขึ้นขณะที่อันดับความสามารถในการแข่งขันของไทยจาก IMD ก็ขยับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องสะท้อนถึงการปฏิรูปเศรษฐกิจอย่างจริงจังของรัฐบาลและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนจากทั่วโลก

ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรีเชิญชวนนักลงทุนจีนใช้โอกาสในช่วงเวลานี้ขยายการลงทุนมายังประเทศไทย โดยยืนยันว่า ไทยพร้อมเป็นฐานการลงทุนที่มั่นคง ปลอดภัยและยั่งยืน พร้อมเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจและการค้าที่เชื่อถือได้ เพื่อสร้างการเติบโตและยั่งยืน เป็นความสำเร็จร่วมกันในระยะยาวของทั้งสองประเทศ

ภายหลังเสร็จสิ้นการกล่าวปาฐกถานายกรัฐมนตรีได้ร่วมพิธีเปิดฝ่ายการลงทุนประจำสถานกงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู (BOI Chengdu Office)และร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีแลกเปลี่ยนบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างภาคเอกชนของไทยและจีน ซึ่งจะช่วยต่อยอดความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน และอุตสาหกรรมแห่งอนาคตระหว่างทั้งสองประเทศต่อไป

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top