542.jpg
รัฐบาลเร่งทบทวนสิทธิ ไม่ทิ้งคนจน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เปิดอุทะรณ์ถึง31ก.ค.

รัฐบาลเร่งทบทวนสิทธิ ไม่ทิ้งคนจน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เปิดอุทะรณ์ถึง31ก.ค.

วันอาทิตย์ ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

รัฐบาลเร่งทบทวนสิทธิ
ไม่ทิ้งคนจน
บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
เปิดอุทะรณ์ถึง31ก.ค.
กปภ.ปูทางช่วยค่าน้ำ

รัฐบาลเปิดทบทวนสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 17–31 กรกฎาคมนี้ ผ่าน 4 ช่องทาง ย้ำแก้ไขข้อมูลได้ถึง 16 สิงหาคม เพื่อรักษาสิทธิ “รมช.อัครนันท์”เดินหน้าแก้ปัญหาสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้นักศึกษา สกร. ทันทีไม่ต้องลาออกจากโรงเรียน “มท.3”ยัน “กปภ.” พร้อมเต็มระบบ เปิดลงทะเบียนสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ “ค่าน้ำประปา” เริ่ม 20ก.ค.นี้ ย้ำผู้มีสิทธิต้องไม่ตกหล่น ด้าน“พร้อมพงศ์” หวั่นผู้สมควรได้รับสิทธิตกหล่นจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ วอนทบทวนหลักเกณฑ์และเร่งแก้ไขข้อมูล ก่อนประชาชนเสียโอกาส เพื่อให้การช่วยเหลือเข้าถึงผู้เดือดร้อนจริง

เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเปิดให้ผู้ลงทะเบียนโครงการสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ที่ ไม่ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติ สามารถยื่นขอทบทวนสิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 17-31กรกฎาคม 2569 เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนตรวจสอบข้อมูล แก้ไขข้อคลาดเคลื่อน และรักษาสิทธิของตนเอง โดยสามารถดำเนินการได้ผ่าน 4 ช่องทาง ที่รัฐบาลจัดเตรียมไว้เพื่ออำนวยความสะดวก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ผู้มีสิทธิยื่นทบทวนสามารถดำเนินการได้ผ่าน หน่วยรับลงทะเบียนของธนาคารทั้ง5 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย หรือผ่าน เว็บไซต์โครงการสวัสดิการแห่งรัฐ เว็บไซต์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แอปพลิเคชันเป๋าตัง และแอปพลิเคชันทางรัฐ


แก้ไขข้อมูลได้ถึง16ส.ค.

ทั้งนี้ ผู้ที่ยื่นทบทวนสิทธิแล้ว หากได้รับแจ้งให้แก้ไขข้อมูลหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติม จะต้องดำเนินการด้วยตนเองที่หน่วยงานตรวจสอบคุณสมบัติที่เกี่ยวข้อง ภายในวันที่ 16 สิงหาคม 2569 มิฉะนั้น อาจส่งผลต่อการพิจารณาสิทธิ

นางสาวลลิดากล่าวว่า การเปิดให้ทบทวนสิทธิในครั้งนี้ เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ที่อาจได้รับผลกระทบจากข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์หรือมีข้อคลาดเคลื่อน ได้รับการตรวจสอบข้อมูลอีกครั้ง เพื่อให้การพิจารณาเป็นไปอย่างถูกต้อง โปร่งใส และเป็นธรรม โดยผู้ขอทบทวนยังคงต้องผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ของโครงการเช่นเดิม รัฐบาลให้ความสำคัญกับการดูแลผู้มีรายได้น้อยและการเข้าถึงสวัสดิการของรัฐอย่างเป็นธรรมจึงขอเชิญชวนผู้ที่ไม่ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติ ตรวจสอบผลและยื่นทบทวนสิทธิภายในระยะเวลาที่กำหนด พร้อมติดตามการแจ้งแก้ไขข้อมูลหรือเอกสารอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้เสียสิทธิที่พึงได้รับ

ศธ.ช่วยให้เด็กไม่ต้องทิ้งการเรียน

ทางด้าน นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงกรณีมีนักเรียนในสังกัดสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) บางส่วนทยอยลาออกจากสถานศึกษา หลังไม่ผ่านเกณฑ์การได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ว่า ขณะนี้กระทรวงศึกษาธิการได้รับทราบปัญหาดังกล่าวแล้ว และไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยได้เร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาแนวทางแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพราะเรื่องนี้ไม่ควรมีใครต้องเลือกระหว่างการเรียนกับสิทธิที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต ขอให้นักเรียนทุกคนสบายใจ และอย่าเพิ่งตัดสินใจลาออกจากโรงเรียนทางกระทรวงศึกษาธิการกำลังเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน

“ตั้งแต่ทราบข่าว ผมรู้สึกไม่สบายใจ เพราะไม่อยากเห็นน้องๆ คนไหนต้องตัดสินใจลาออกเพราะความกังวลเรื่องสิทธิหรือภาระของครอบครัว หน้าที่ของน้องๆ คือเรียนหนังสือและรักษาความฝันเอาไว้ ส่วนหน้าที่ในการแก้ปัญหา เป็นหน้าที่ของเรา ขออย่าเพิ่งลาออกจากโรงเรียน”รมช.ศึกษาธิการ กล่าว

เร่งหาทางออกที่เหมาะสมที่สุด

นายอัครนันท์กล่าวว่า การศึกษาคืออนาคตของเรา กระทรวงศึกษาธิการจะไม่ปล่อยให้น้องๆ ต้องต่อสู้กับปัญหานี้เพียงลำพัง ผมและผู้บริหารของกระทรวงจะยืนอยู่เคียงข้างน้องๆ และเร่งประสานทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาทางออกที่ดีที่สุด ขอให้น้องๆ มั่นใจว่า ไม่ว่าจะเจอปัญหาอะไร กระทรวงศึกษาธิการจะอยู่ข้างหลังและสนับสนุนน้องๆ อย่างเต็มที่เพื่อให้ทุกคนได้เรียนต่อโดยไม่สะดุด หากปัญหาเกิดจากเงื่อนไขหรือขั้นตอนใดที่เป็นอุปสรรค เราจะเร่งหารือกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาทางออกที่เหมาะสมที่สุด ขอเพียงน้องๆ อย่าเพิ่งหมดหวัง และอย่าทิ้งการเรียน เพราะหน้าที่ในการแก้ปัญหาเป็นหน้าที่ของพวกเรา

กปภ.พร้อมเปิดลงทะเบียนสิทธิฯค่าน้ำ

นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย กล่าวว่า การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) เตรียมความพร้อมรองรับการลงทะเบียนยืนยันการใช้สิทธิสวัสดิการด้านค่าน้ำประปาสำหรับผู้ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติตามโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ซึ่งจะเปิดให้ลงทะเบียน ตั้งแต่วันที่ 20 ก.ค.นี้ เป็นต้นไป ซึ่งทางกระทรวงมหาดไทยให้ความสำคัญกับการดูแลคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยและกลุ่มเปราะบาง ให้สามารถเข้าถึงบริการสาธารณูปโภคพื้นฐานได้อย่างทั่วถึง สอดคล้องกับนโยบาย “มหาดไทย ทำ ทันที Action 5 PLUS” และนโยบายของรัฐบาลในการลดภาระค่าครองชีพของประชาชน จึงได้กำชับให้ กปภ. เร่งประชาสัมพันธ์ข้อมูลสิทธิ อำนวยความสะดวกในการลงทะเบียน และดูแลการให้บริการอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้ประชาชนที่มีสิทธิแม้แต่รายเดียวต้องตกหล่นจากมาตรการช่วยเหลือของภาครัฐ

ทุกสิทธิต้องถึงมือปชช.อย่างแท้จริง

“น้ำประปาเป็นสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต รัฐบาลจึงเดินหน้าลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนควบคู่กับการยกระดับคุณภาพการให้บริการ ผมได้กำชับให้ กปภ. ทุกสาขาเตรียมความพร้อมทั้งบุคลากร ระบบงาน และช่องทางการให้บริการ เพื่อให้ประชาชนได้รับสิทธิอย่างรวดเร็ว สะดวก และทั่วถึงกระทรวงมหาดไทยจะเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างต่อเนื่อง ทุกหน่วยงาน ในสังกัดต้องทำงานเชิงรุก เข้าถึงประชาชน และอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงสิทธิของภาครัฐอย่างเต็มกำลัง เพราะความเดือดร้อนของประชาชนรอไม่ได้ และทุกสิทธิที่รัฐบาลจัดให้ ต้องถึงมือประชาชนอย่างแท้จริง” นายเจเศรษฐ์ กล่าว

สนับสนุนค่าน้ำวงเงินไม่เกิน100บาท

นายจักรพงศ์ คำจันทร์ ผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค กล่าวว่า กปภ. ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านน้ำประปาผ่านโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 โดยรัฐบาลให้การสนับสนุนค่าน้ำประปาแก่ผู้มีสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ ในวงเงินไม่เกิน 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน โดยกรณีที่มีค่าน้ำประปาเกิน 100 บาท แต่ไม่เกิน 315 บาท ผู้มีสิทธิจะชำระเฉพาะส่วนที่เกินจากวงเงินสนับสนุนด้วยตนเอง และหากมีค่าน้ำประปาเกิน 315 บาท ผู้มีสิทธิจะต้องรับภาระค่าใช้น้ำทั้งหมด โดยกำหนดให้ 1 บ้าน(เลขที่บ้าน) สามารถใช้สิทธิได้เพียง 1 สิทธิ ทั้งนี้ ผู้ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติตามโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ทั้งผู้มีสิทธิรายเดิมและรายใหม่ ที่ประสงค์จะใช้สิทธิสวัสดิการด้านค่าน้ำประปา จำเป็นต้องลงทะเบียน เพื่อยืนยันการใช้สิทธิใหม่ทุกราย

เริ่มลงทะเบียนตั้งแต่20ก.ค.

โดยผู้มีสิทธิรายเดิมสามารถลงทะเบียนระหว่างวันที่ 20 - 25 ก.ค. 2569 เพื่อรับสิทธิสำหรับรอบการใช้น้ำเดือน ส.ค.2569 และจะได้รับการสนับสนุนในใบแจ้งค่าน้ำประปาประจำเดือนกันยายน 2569 ขณะที่ผู้มีสิทธิรายใหม่สามารถลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 20 ก.ค. - 25 ก.ย. 2569 เพื่อรับสิทธิสำหรับรอบการใช้น้ำเดือน ต.ค.2569 และจะได้รับการสนับสนุนในใบแจ้งค่าน้ำประปาประจำเดือน พ.ย. 2569

ทั้งนี้ ไม่สามารถขอรับสิทธิย้อนหลังได้ ประชาชนสามารถลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ ได้แก่ เว็บไซต์ กปภ. www.pwa.co.th, แอปพลิเคชัน PWA Plus Life, LINE Official Account : @PWAThailand หรือดำเนินการผ่านเจ้าหน้าที่ ณ กปภ.สาขาทั่วประเทศ และขอเชิญชวนประชาชนตรวจสอบ ผลการพิจารณาคุณสมบัติผ่านช่องทางที่กระทรวงการคลังกำหนด ได้แก่ เว็บไซต์ https://welfare.mof.go.th, แอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”, แอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” และหน่วยรับลงทะเบียน ก่อนดำเนินการลงทะเบียนเพื่อยืนยันการใช้สิทธิสวัสดิการด้านค่าน้ำประปาภายในระยะเวลาที่กำหนด เพื่อไม่ให้พลาดการรับสิทธิ ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรการสำคัญของรัฐบาลในการบรรเทาภาระค่าครองชีพและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน

‘พร้อมพงศ์’หวั่นผู้เดือดร้อนตกหล่น

ด้าน นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติผู้ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งมีประชาชนจำนวนมากไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติว่า การตรวจสอบคุณสมบัติเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้การช่วยเหลือของรัฐบาลเป็นไปอย่างถูกต้องโปร่งใส และเป็นธรรม แต่จากการลงพื้นที่รับฟังปัญหา รวมทั้งเสียงสะท้อนจากประชาชนในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ พบว่ายังมีหลายกรณีที่ข้อมูลไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง จนอาจทำให้ผู้ที่สมควรได้รับสิทธิต้องเสียโอกาส ตนจึงขอวิงวอนให้รัฐบาลเร่งทบทวนหลักเกณฑ์ ปรับปรุงฐานข้อมูลและอำนวยความสะดวกในการอุทธรณ์เพื่อให้การช่วยเหลือเข้าถึงผู้เดือดร้อนอย่างเป็นธรรมและทั่วถึง โดยเฉพาะปัญหาการถือครองยานพาหนะ บางรายไม่ได้มีรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์อยู่ในครอบครองแล้ว แต่ข้อมูลยังแสดงว่ามีกรรมสิทธิ์ บางคนขายรถไปนานแต่ยังไม่ได้โอนทะเบียน บางกรณีข้อมูลยังไม่เป็นปัจจุบัน หรือมีปัญหาด้านเอกสาร

นอกจากนี้ ยังมีประชาชนบางส่วนไม่ผ่านเกณฑ์จากกรณีบุตรนำชื่อไปใช้ลดหย่อนภาษี ทั้งที่ในความเป็นจริงไม่ได้เป็นผู้เลี้ยงดู ทำให้เกิดความกังวลว่าจะมีผู้ที่เดือดร้อนจริงตกหล่นจากระบบ

จี้เร่งทบทวนหลักเกณฑ์-ปรับฐานข้อมูล

นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า จากการรับฟังเสียงสะท้อนของประชาชนในหลายจังหวัด พบว่าผู้ลงทะเบียนจำนวนไม่น้อยรู้สึกผิดหวัง บางรายถึงกับร่ำไห้เมื่อทราบผลการตรวจสอบเพราะต่างคาดหวังว่าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพและต่อลมหายใจให้ครอบครัวในช่วงเศรษฐกิจที่ยังเปราะบาง แม้ภาครัฐจะเปิดให้ยื่นอุทธรณ์ได้จนถึงวันที่31 ก.ค. แต่ในทางปฏิบัติ การเดินทางไปติดต่อหน่วยงาน การขอเอกสารและการรวบรวมหลักฐาน ล้วนต้องใช้เวลาและมีค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อย ผู้สูงอายุ และประชาชนในพื้นที่ห่างไกล

นายพร้อมพงศ์ กล่าวต่อว่า หากรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่เร่งทบทวนหลักเกณฑ์ ปรับปรุงฐานข้อมูล และอำนวยความสะดวกในการอุทธรณ์ ตนกังวลว่าอาจมีประชาชนผู้สมควรได้รับสิทธิจำนวนมาก หรืออาจถึงระดับนับล้านราย ต้องพลาดโอกาสเข้าถึงการช่วยเหลือของรัฐจากข้อจำกัดของข้อมูลหรือขั้นตอนทางเทคนิค ทั้งที่กำลังเผชิญปัญหาค่าครองชีพและความเดือดร้อนในชีวิตประจำวัน

ชี้เป็นกลไกสำคัญต่อศก.ภาพรวม

นายพร้อมพงศ์กล่าวว่าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไม่ใช่เพียงมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยแต่เป็นกลไกสำคัญในการบรรเทาภาระค่าครองชีพ รักษากำลังซื้อของประชาชน และช่วยพยุงเศรษฐกิจฐานราก เมื่อประชาชนได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง กำลังซื้อในชุมชนจะเพิ่มขึ้น ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศ

“รัฐบาลที่เข้มแข็ง ไม่ใช่รัฐบาลที่คัดกรองคนได้มากที่สุด แต่คือรัฐบาลที่ทำให้ผู้สมควรได้รับความช่วยเหลือเข้าถึงสิทธิได้อย่างรวดเร็ว เป็นธรรมและทั่วถึง วันนี้ยังมีเวลาให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทบทวนหลักเกณฑ์ ปรับปรุงฐานข้อมูล และอำนวยความสะดวกในการอุทธรณ์ เพื่อไม่ให้ประชาชนที่เดือดร้อนจริงต้องเสียสิทธิจากข้อจำกัดของข้อมูลหรือขั้นตอนทางเทคนิค เพราะเมื่อประชาชนได้รับการดูแลอย่างทั่วถึงเศรษฐกิจฐานรากก็จะเข้มแข็ง ประเทศไทยก็จะเดินหน้าต่อได้อย่างมั่นคง ไม่มีใครที่สมควรได้รับความช่วยเหลือต้องถูกทิ้งไว้ข้างหลัง”นายพร้อมพงศ์ กล่าว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top