542.jpg
พรรคประชาชนยกทัพ แฉกลโกง หัวข้อ 'คอร์รัปชันคนไทยจากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน'

พรรคประชาชนยกทัพ แฉกลโกง หัวข้อ 'คอร์รัปชันคนไทยจากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน'

วันจันทร์ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 14.25 น.

วันที่ 20 กรกฎาคม 2569 ที่โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ สุขุมวิท 20 สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ดำเนินโครงการผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรพบประชาชน ประจำปีงบประมาณ 2569 ภายใต้แนวคิด "คอร์รัปชันคนไทยจากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน" โดยมีแกนนำสำคัญจากพรรคประชาชนเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง นำโดย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคและผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร, นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล, นายพริษฐ์ วัชรสินธุ รองหัวหน้าพรรค และนางสาวภคมน หนุนอนันต์ โฆษกพรรค รวมถึงสมาชิกพรรคอีกหลายคน

ภายในงานมีการเปิดเวทีให้ภาคประชาชนและหน่วยงานต่างๆ ร่วมแบ่งปันประสบการณ์การถูกเจ้าหน้าที่รัฐเรียกรับผลประโยชน์ในหลากหลายรูปแบบ อาทิ ค่าใบอนุญาตก่อสร้าง งานจราจร การสอบรับตำแหน่ง การแจ้งเกิด และการล็อกสเปกจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งพบข้อมูลว่ามีผู้เคยต้องจ่ายเงินสินบนสูงถึง 5 ล้านบาทเพื่อแลกกับการประมูลงาน


นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ตลอด 10-20 ปีที่ผ่านมา เมื่อพูดถึงการทุจริตคอร์รัปชัน ประชาชนมักจะนึกถึงข่าวใหญ่ๆ อย่างกรณีจำนำข้าว, โครงการ GT200, การยื่นบัญชีทรัพย์สินนาฬิกายืมเพื่อนในช่วงหลังการรัฐประหารของ คสช., ปัญหาคอร์รัปชันการสอบท้องถิ่น หรือการล็อกสเปกจัดซื้อจัดจ้างที่เกี่ยวข้องกับนักการเมือง

อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจความเห็นสะท้อนว่าประชาชนยังมองเรื่องสวัสดิการ คุณภาพชีวิต หรือเบี้ยผู้สูงอายุ เป็นเรื่องไกลตัวเมื่อเทียบกับปัญหาใกล้ตัวอย่างเรื่องจราจร แต่ในความเป็นจริงปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันนั้นกัดกินชีวิตคนไทยในทุกมิติตั้งแต่เกิดจนตาย จึงเป็นที่มาของการตั้งชื่อโครงการในวันนี้เพื่อวิเคราะห์ปัญหาเชิงระบบผ่าน 5 กลุ่มปัญหาหลัก

กลุ่มแรกคือการทุจริตที่กัดกร่อนสิทธิที่ประชาชนควรได้รับ เช่น เบี้ยผู้สูงอายุหรือเบี้ยคนพิการ ซึ่งพบช่องโหว่ในการจัดงบประมาณรายหัวที่สำนักงบประมาณควรจัดสรรให้เต็มตามจำนวนประชากรกลุ่มเปราะบาง แต่กลับมีการรั่วไหลในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างจนทำให้ประชาชนเสียสิทธิ

นอกจากนี้ยังรวมถึงงบประมาณด้านการศึกษา เช่น หนังสือเรียนและนมโรงเรียน โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ยังมีปัญหาโภชนาการในเด็ก ทั้งที่หากมีการกระจายอำนาจและการบริหารที่โปร่งใส ท้องถิ่นจะสามารถดูแลอาหารกลางวันและอาหารเช้าให้เด็กได้อย่างมีคุณภาพมากกว่านี้

กลุ่มที่สอง คือภาระต้นทุนที่ประชาชนต้องจ่ายแพงเกินจริงจากการเรียกรับ "ค่าน้ำร้อนน้ำชา" หรือสินบนใต้โต๊ะเพื่อแลกกับใบอนุญาตต่างๆ ซึ่งผลการศึกษาจาก TDRI ระบุว่าสร้างภาระต่อผู้ประกอบการสูงถึงหลายแสนล้านบาทต่อปี รวมถึงปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อนในแผนพลังงานแห่งชาติที่ทำให้รัฐประเคนสัมปทานโรงไฟฟ้าเกินความจำเป็น จนกลายเป็นค่า "พร้อมจ่าย" ที่ประชาชนต้องแบกรับในบิลค่าไฟฟ้าทุกเดือน

สำหรับกลุ่มที่สาม แม้ประชาชนจะไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงแต่ก็ได้รับผลกระทบจากมาตรฐานความปลอดภัยที่ต่ำจากการทุจริต เช่น การก่อสร้างถนนพระราม 2 หรือเหตุการณ์ตึกถล่ม ซึ่งเกิดจากการจัดซื้อจัดจ้างที่ขาดการแข่งขันที่โปร่งใสและการควบคุมมาตรฐานที่เข้มงวด

ขณะที่กลุ่มที่สี่ คือความหละหลวมของกฎระเบียบที่เปิดช่องให้คนทำผิดจ่ายสินบนเพื่อพ้นผิด เช่น โรงงานที่ปล่อยมลพิษหรือสถานประกอบการที่ไม่ได้มาตรฐานความปลอดภัยแต่ยังดำเนินกิจการต่อไปได้ และกลุ่มสุดท้ายที่น่ากลัวที่สุดคือกลุ่ม "ทุนสีเทา" หรืออาชญากรรมข้ามชาติที่ทุจริตงานทะเบียน เช่น กรณีพ่อทิพย์แม่ทิพย์ เพื่อให้ได้สิทธิในไทย ซึ่งอาจทำให้ประเทศไทยถูกมองว่าเป็นฐานปฏิบัติการของแก๊งอาชญากรในสายตาชาวโลก

"จริงๆ แล้วเรื่องปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน มันเกี่ยวข้องกับชีวิตคนไทยทุกๆ คน จึงเป็นที่มาที่เราตั้งชื่อโครงการว่าเกิด แก่ เจ็บ โกง เพราะต้องการวิเคราะห์ปัญหาการคอร์รัปชันเชิงระบบ โดยใช้เส้นเรื่องชีวิตของทุกคนในฐานะคนไทยหนึ่งคนตั้งแต่เกิดจนตาย จริงๆ แล้วการทุจริตมันกัดกินชีวิตคนไทย กัดกินสังคมไทย และกัดกินประเทศไทยอย่างมาก ถ้าเรามองด้วยเลนส์ที่ถูกต้อง เราจะสามารถวิเคราะห์หาทางออกของปัญหาที่ถูกต้องได้ว่า เราจะแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันของประเทศนี้อย่างไร"

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า การวางกรอบมุมมองปัญหาออกเป็นกลุ่มต่างๆ จะนำไปสู่ข้อสรุปในการหาทางแก้ไขที่ตอบโจทย์ เพราะปัญหาคอร์รัปชันในประเทศไทยมีมิติที่กว้างกว่าเพียงแค่การจัดซื้อจัดจ้างหรือนักการเมืองโกงกิน แต่เป็นเรื่องที่ฝังรากอยู่ในวิถีชีวิตของทุกคน พร้อมเชิญชวนให้ประชาชนร่วมเสนอแนะแนวทางเพิ่มเติมเพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงระบบอย่างแท้จริง

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top