542.jpg
ทอ.โชว์แสนยานุภาพ ฉลอง 15 ปี Gripen–SAAB 340 จัดเต็ม 'คชสารยาตรา' เดินหน้าแผนจัดหา Gripen E/F เพิ่ม 8 เครื่อง

ทอ.โชว์แสนยานุภาพ ฉลอง 15 ปี Gripen–SAAB 340 จัดเต็ม 'คชสารยาตรา' เดินหน้าแผนจัดหา Gripen E/F เพิ่ม 8 เครื่อง

วันจันทร์ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 16.05 น.

ทอ.จัดใหญ่ครบรอบ 15 ปีGripen-Saab 340 แสนยานุภาพ "คชสารยาตรา" เคลื่อนขบวนบน Taxiway ด้าน ผบ.ทสส.-ผบ.ทอ. ตอกย้ำพร้อมรบ 3 มิติ ปกป้องอธิปไตย

วันที่ 20 กรกฎาคม 2569 กองทัพอากาศเจัดงานเฉลิมฉลองครบรอบ 15 ปี การเข้าประจำการของเครื่องบินขับไล่ Gripen C/D และเครื่องบินควบคุมและแจ้งเตือนทางอากาศ Saab 340  ณ กองบิน 7 จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมี พล.อ.อุกฤษฏ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด  และ พล.อ.อ.เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ เข้าร่วมพิธี 


นอกจากนี้ยังมีอดีตผู้บัญชาการทหารอากาศ ที่เกี่ยวข้องกับโครงการจัดซื้อกริเพน ร่วมงานด้วย เช่น พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้ริเริ่มโครงการจัดซื้อเครื่องบินขับไล่กริพเพน , พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง และ พล.อ.อ.พันธ์ภักดี พัฒนกุล 

โดยกิจกรรมสำคัญคือการแสดงบินหมู่ของเครื่องบิน Gripen C/D และ Saab 340 การสาธิตสมรรถนะการบินของเครื่องบินขับไล่ Gripen การจัดนิทรรศการเกี่ยวกับการปฏิบัติภารกิจของกองทัพอากาศ 

ตลอดจนการแสดง Elephant Walk คชสารยาตรา หรือ การเคลื่อนที่ของอากาศยานเป็นขบวนบนทางขับ (Taxiway)  โดยใช้เครื่องบินขับไล่Gripen C/D จำนวน 9 เครื่อง และ Saab 340 จำนวน 5 เครื่อง รวม 14 เครื่อง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แสดงถึงความพร้อมรบ และความเป็นหนึ่งเดียวกันในการปฏิบัติภารกิจของกำลังทางอากาศ  ซึ่งกองทัพอากาศชั้นนำในหลายประเทศ จะจัดแสดงในโอกาสสำคัญ

พลเอก อุกฤษฏ์ กล่าวว่า งานฉลองครบรอบ 15 ปี การเข้าประจำการของอากาศยาน Gripen และ SAAB ที่บรรจุเข้าประจำการในกองทัพอากาศ ตั้งแต่ พ.ศ 2554 เป็นต้นมา จนมาถึงปัจจุบันครบรอบ 15 ปีเต็ม 

ทั้งนี้คงไม่ต้องพูดถึงศักยภาพและขีดความสามารถของอากาศยานGripen และ SAAB ว่าเป็นอย่างไร แต่การที่กองทัพอากาศมีวิสัยทัศน์ในปี พ.ศ.2554 ที่จัดหาอากาศยานเข้าประจำการ ทำให้วันนี้มีความพร้อมและมีระบบนิเวศในการปฏิบัติการในลักษณะสงครามยุคใหม่ 

ทั้งนี้สิ่งต่างๆเป็นแนวโน้มของปฏิบัติการรบยุคใหม่ในมิติทางอากาศ "หากไม่มีวิสัยทัศน์ปี 2554 เราก็จะยังไม่มีความพร้อมเหมือนในปัจจุบัน โดยสิ่งที่น่าภาคภูมิใจ คือ ปัจจุบันกองทัพอากาศได้ริเริ่มดำเนินโครงการจัดหาอากาศยานขับไล่ ระยะที่ 1 ที่ลงนามในสัญญาไปแล้ว จำนวน 4 เครื่อง และโครงการดังกล่าวไม่ได้หยุดเพียงแค่จัดหาอากาศยาน เพียง 4 เครื่อง แต่ระบบนิเวศของการปฏิบัติการสงครามยุคใหม่ไม่ว่าจะเป็นระบบเซ็นเซอร์หรือพื้นฐานอื่นๆที่จะนำเข้าไปสู่การปฏิบัติการข้ามมิติในอนาคตจะมีประสิทธิภาพสูงมากยิ่งขึ้นกว่าปัจจุบัน ซึ่งจะแสดงให้เห็นถึงขีดความสามารถในการปฏิบัติการรบของอากาศยานของกองทัพไทยในอีก 10 ปีข้างหน้า  โดยเชื่อว่า ในภูมิภาคนี้ไม่เป็นรองใคร 

ทั้งนี้ หลังจากที่ได้รับฟังข้อมูลจากผู้บัญชาการทหารอากาศ และน้องๆนักบินของกองทัพอากาศโดยที่บรรยายสรุปข้อมูลให้ตนได้ฟังนั้น แสดงให้เห็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจ คือ วิสัยทัศน์ การพัฒนาแบบไม่หยุดนิ่ง และการเรียนรู้กับสิ่งที่เกิดขึ้นใหม่ๆ พัฒนาระบบความรู้ องค์บุคลากร และองค์เครื่องมือ ให้ผสมผสานสอดคล้องกันอย่างต่อเนื่อง จากอดีตจนถึงปัจจุบันและขอให้ประชาชนมั่นใจได้ว่าขีดความสามารถของกองทัพอากาศไทยที่จะเป็นหลักประกันในการสร้างความมั่นคงของชาติในอนาคตต่อไป 

โดยเชื่อมั่นเป็นอย่างสูงว่าในอนาคตไทยไม่ได้ยิ่งหย่อนและไม่ได้เป็นสองรองใครในภูมิภาค ส่วนความเป็นรองหรือไม่เป็นรอง คือ ระดับของภาพรวม ทั้งความพร้อมด้านคน ด้านเทคโนโลยี และเทคนิคการทำงานการปฏิบัติการทางทหาร 

ด้าน พลอากาศเอก  ระบุว่า เหตุการณ์ชายแดนไทยกัมพูชา Gripen C/D มีบทบาทสนับสนุน ปฏิบัติการร่วมสามเหล่าทัพว่า เป็นผลจาก 15 ปีที่ผ่านมา โดยกองทัพอากาศ มุ่งเน้นความเป็นเครือข่าย เชื่อมโยงข้อมูล ทำให้รู้ก่อน เห็นก่อน เข้าใจก่อน ตัดสินใจก่อน และลงมือก่อน ถือเป็นทิศทางที่กองทัพปฏิบัติมาจนถึงปัจจุบัน ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วในปีที่ 14 กริพเพน ได้ทำหน้าที่ป้องกันประเทศ คือบทพิสูจน์และพิสูจน์ได้จริงๆ

โดย Gripen และ Sabb 340 เป็นเครื่องบินสองแบบที่อยู่ในภารกิจที่สำคัญมากในสถานการณ์ความขัดแย้ง และอัตราความสำเร็จที่สูงมากเกือบ 100% อาวุธที่ใช้ไม่มากแต่จับเป้าหมายได้ทั้งสิ้น 

เรื่องนี้เบื้องหลังไม่ใช่อาวุธยุทโธปกรณ์ แต่คนที่นำมาใช้สำคัญกว่า และใช้ได้มีประสิทธิภาพแค่ไหน  ซึ่งตลอด 15 ปี บุคลากรของกองทัพอากาศทุกส่วน ได้เชื่อมโยงและส่งข้อมูลถึงกันและกัน เพื่อให้ประชาชนได้มั่นใจว่าสิ่งนี้คือสิ่งที่กองทัพไทยยังรักษาความพร้อมไว้ทุกเมื่อ และหากมีอริราชศัตรูหรือภัยคุกคามใดๆ ทางกองทัพอากาศก็พร้อม

สำหรับความคืบหน้าในการจัดซื้อเครื่องบินขับไล่กริพเพน มาทดแทน F-16 ที่กองบิน1 โคราชนั้น พลอากาศเอก เสกสรร ย้ำว่า ในเฟสที่หนึ่งมีความก้าวหน้าตามแผนงานทุกอย่าง ส่วนเฟสที่สองที่ทางกองทัพอากาศต้องเสนองบขอประมาณ เพื่อเป้าหมายในการเซ็นสัญญาจะถูกนำเสนอให้ครบหมดทั้งฝูง เพื่อให้ระยะเวลาการเตรียมความพร้อมนั้นพร้อมให้เร็วที่สุด 

จึงอยากฝากถึงประชาชนว่าสงครามยุคใหม่ไม่ใช่สิ่งที่เป็นตัวตนอย่างเดียว แต่เป็นสิ่งที่มองไม่เห็นในอากาศด้วย ทุกสิ่งทุกอย่างที่นำมาประกอบจะต้องทำให้ไทยมีความเหนือกว่า และเหนือไปกว่านั้นในระบบไร้คนขับ ระบบอัตโนมัติ ก็จะถูกดึงเข้ามาในระบบด้วย ทำให้ทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดการสูญเสีย และลดความเสี่ยง เพื่อให้การปฏิบัติภารกิจมีประสิทธิภาพสูงสุด ก็ขอให้มั่นใจได้

โดยขณะนี้ได้ประสานและเตรียมการตามกรอบวงรอบที่กองทัพอากาศได้รับ ซึ่งอยู่ในแผนทั้งหมดแล้ว ก็หวังว่าองค์กรหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมทั้งรัฐบาลจะให้การสนับสนุนโครงการนี้ให้ประสบความสำเร็จ

ทั้งนี้กองทัพอากาศ จัดซื้อเครื่องบินขับไล่กริพเพน C/D  จำนวน 12 เครื่องจาก สวีเดน ในระยะที่ 1 เมื่อปี 2551 จำนวน 6 เครื่อง เข้าประจำการกองบิน 7 สุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2554 ในยุคที่ พล.อ.อ.อิทธิพร ศุภวงศ์ เป็นผู้บัญชาการทหารอากาศ 

ระยะที่ 2 ในช่วงปี 2554 อีก 6 เครื่อง โดยได้ปิดโครงการในเดือนกันยายน 2556 หลังจากโครงการต่อเนื่องมานาน 6 ปี ผ่านผู้บัญชาการทหารอากาศมาหลายยุคหลายสมัย ภายใต้เป้าหมายการเป็นกองทัพอากาศชั้นนำในภูมิภาค โดยตลอด 15 ปี ที่ผ่านมีภารกิจดูแลความมั่นคงในภาคใต้ทั้งฝั่งอ่าวไทย อันดามัน และมีบทบาทอย่างมากในเหตุการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา เมื่อปี 2568  

ปัจจุบันกองทัพอากาศ กำหนดแผนจัดซื้อเครื่องบินขับไล่กริพเพน E/F จำนวน 12 เครื่อง  ทดแทน F-16 กองบิน 1 จ.นครราชสีมา ที่จะทยอยปลดประจำการ  โดยใช้ชื่อโครงการว่า "บูรพาสันติ" ดำเนินการจัดซื้อในระยะที่ 1 ไปแล้ว 4 เครื่อง วงเงิน 19,500 ล้านบาท 

พร้อมทัังมีแผนจัดซื้อเครื่องบินขับไล่กริพเพน E/F ระยะที่ 2 อีก 8 เครื่อง ให้ครบฝูง 12 เครื่อง ในปีงบประมาณ 2571 

สำหรับการจัดซื้อเครื่องบินขับไล่กริพเพน E/F นับเป็นโครงการสำคัญตามที่ระบุไว้ในสมุดปกขาวกองทัพอากาศ เพื่อทดแทน F-16 กองบิน 1 ที่ใช้งานมากว่า 30 ปี

ตามแพ็กเกจการจัดซื้อกริพเพน E/F จะรวมระบบปฏิบัติการสำคัญ โดยเฉพาะระบบอาวุธอากาศสู่อากาศระยะไกลกว่าสายตา แบบ Meteor  และ ความร่วมมือ เรื่องระบบ Data Link และ การพัฒนาด้านไซเบอร์ รวมถึง offset policy อื่นๆ

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top