วันพุธ ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
‘ดร.วิน’แฉบงการโกงสอบ
ซัดทอด2ผอ.
รอชี้ขาดออกหมายจับ
นายกฯให้ไฟเขียวปปง.
ไล่ล่าสอบเส้นทางเงิน
“ดร.วิน”ไม่ยอมตายเดี่ยวแฉแหลก 2 บิ๊กสถ.-มศว ระดับผอ.บงการโกงสอบท้องถิ่น กองปราบฯถกป.ป.ช.เครียด รอชี้ขาดออกหมายจับ ขณะที่นายกฯแบ่งรับแบ่งสู้เข้าประชุม ก กลาง ระบุขณะนี้ทุกอย่างคลี่คลายแล้ว ย้ำสอบถึงใครก็ถึงคนนั้น ชี้ สอบเส้นเงินไม่ต้องสั่ง เป็นหน้าที่ ปปง.ต่อให้เป็นรมต.ไม่มีเว้นเพราะสัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม
เมื่อเวลา 12.15 น. วันที่ 21 กรกฎาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีความคืบหน้าการตรวจสอบทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น วันที่ 23 ก.ค. จะไปเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก กลาง) ด้วยตัวเองหรือไม่ว่า เขามีขั้นตอนอยู่แล้วตรงนี้เราไปก้าวก่ายไม่ได้ ส่วนตนจะไปเป็นประธานเองหรือไม่นั้น คงต้องดูเอกสาร หากมีเอกสารอะไรมาจะพิจารณาจากเอกสาร เห็นว่าคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) เขามีมติมาแต่ตอนนี้ตนยังไม่เห็นอย่างเป็นทางการ แต่ปกติตั้งแต่เข้ามาตนมอบให้ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ดูแล
โกงสอบเริ่มกระจ่าง
เมื่อถามว่า นายอนุทิน เคยบอกว่าจะเป็นประธานการประชุมก กลาง เองวันที่ 23 ก.ค. นายอนุทิน กล่าวว่า “ถ้ามีปัญหา แต่รู้สึกว่าตอนนี้เริ่มกระจ่างในหลายเรื่อง ก็ปล่อยให้เป็นตามกระบวนการทุกอย่างจะได้ถูกดำเนินการด้วยความโปร่งใสยุติธรรม ยึดข้อกฎหมายเป็นหลักไม่มีการเข้าไปก้าวก่ายแทรกแซงใดๆ” นายกฯ ระบุ
เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตมติของกสถ. สามารถยกเลิกหรือเพิกถอนข้าราชการท้องถิ่นที่มีปัญหาได้เลยโดยไม่ต้องรอมติ ก กลาง ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตรงนี้คนหนึ่งก็พูดอย่าง อีกคนก็พูดอย่าง ตนก็ต้องให้ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ ปรึกษาเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งแต่ละคณะกรรมการก็ต้องดำเนินการทุกอย่างไปสุดซอยก่อน การตีความเป็นเรื่องของคนที่ได้รับผลกระทบถ้าเขาไม่พอใจก็ใช้สิทธิ์ที่จะเรียกร้องร้องเรียนอุทธรณ์ ก็ว่ากันไป
เมื่อถามว่า จะไม่นับคะแนนกันใหม่แล้วใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า รายละเอียดทั้งหมดอยู่ที่ กสถ. ก กลาง
เร่งสาวถึงตัวการใหญ่
เมื่อถามอีกว่า ตัวการใหญ่ที่ดำเนินการเรื่องนี้มีมากกว่าที่ถูกจับกุมไปแล้ว 3 คนหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตอนนี้มีสืบสวนสอบสวนโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลาง มีการแจ้งความเพิ่มโดย กสถ. และกรมปกครองส่วนท้องถิ่น สถ. ก็ได้แจ้งความในฐานะผู้เสียหาย และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ก็ทำเรื่องนี้และประสานงานกับตำรวจอยู่ ดังนั้นประชาชนไม่ต้องกังวลเลย เพราะหน่วยงานที่ติดตามเรื่องนี้เพื่อเอาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้ก่อให้เกิดความเป็นธรรมเกิดขึ้น และเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกทำงานกันแบบเต็มที่ เพราะถือว่าทุกคนมีพื้นฐานความเป็นข้าราชการก็รู้สึกแย่ที่มีสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น
เมื่อถามว่า จะอธิบายสังคมอย่างไรเพราะเหตุการที่เกิดขึ้นทุกคนพุ่งเป้าไปที่นักการเมือง และพรรคการเมือง นายอนุทิน กล่าวว่า นี่คือรัฐบาลไม่ใช่พรรคการเมืองข้อสั่งการที่รัฐบาลได้แจ้งไปยังทุกหน่วยงานต้องไม่มีเรื่องการทุจริต รัฐบาลไม่สามารถให้มีข้าราชการเพิ่มใหม่เข้ามาด้วยการสอบที่ทุจริต ด้วยสอบตกแล้วเป็นสอบได้ สอบได้เป็นสอบตกไม่ได้ สอบได้ก็ต้องได้ เขาอุตส่าเขียนทีโออาร์แล้วว่าคะแนนต้องเป็นตามลำดับคะแนน แล้วคนสอบตกจะไปแย้งคนที่สอบได้ได้อย่างไร ต้องอธิบายด้วยการกระทำด้วยการสนับสนุนให้ทุกหน่วยงานดำเนินการกับคนที่กระทำผิดกฎหมายอย่างเต็มที่
เดินหน้าสอบเส้นเงิน
เมื่อถามว่า จะสาวถึงตัวการใหญ่ได้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า มันถึงใครก็ถึงคนนั้นสาวถึงใครก็ต้องโดน อย่างที่บอก ป.ป.ช. ตำรวจ และหน่วยงานตรวจสอบ ปปท. และยังมีคณะของนายปกรณ์ แต่ละคนเชื่อว่ามีความชำนาญในการดำเนินคดีสืบสวนสอบสวนอยู่แล้ว
เมื่อถามว่า การตรวจสอบเส้นเงิน หลายคนบอกว่ายังไปไม่ถึงไหนจะชี้แจงประชาชนอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า ถึงคนไหนก็คนนั้นไม่ต้องห่วงรัฐมนตรีเดี๋ยวนี้กล้ากระทำผิดหรือไม่
เมื่อถามอีกว่า คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) จะเข้ามาตรวจสอบด้วยหรือไม่เพราะทางปปง.บอกว่ายังไม่มีใครสั่งการ นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องสั่งด้วยหรือ เขามีหน้าที่ตรวจ หากมีพฤติกรรมอะไรเกิดขึ้น เช่นหากสื่อนำเงินเข้าบัญชีธนาคารตัวเอง วันละ 5 แสน 10 วันติดต่อกันเดี๋ยวชื่อก็โผล่ที่ ปปง.เอง มันไม่ต้องสั่งเป็นหน้าที่ที่เขาต้องดำเนินการเองอยู่แล้ว
เมื่อถามว่า นายไทกร พลสุวรรณ นักเคลื่อนไหวทางการเมืองบอกว่ามีเส้นเงินไปถึงรัฐมนตรีตึกสีขาว ได้ตรวจสอบเรื่องนี้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า จะตึกสีขาวตึกสีครีมถ้าไปถึงสัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรมแค่นั้นเอง
ดร.วินแฉแหลกบิ๊กสถ-มศว
ผู้สื่อข่าวรายงานความความคืบหน้าคดีทุจริตการสอบคัดเลือกบุคลากรองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ว่า คณะพนักงานสอบสวนคดีดังกล่าวในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เชิญ พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุปผาสุวรรณ ผบก.ป. พร้อมพนักงานสอบสวนที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมที่สำนักงาน ป.ป.ช. สนามบินน้ำ จ.นนทบุรี เพื่อหารือแนวทางออกหมายเรียกเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น รวม 11 ราย ที่พบระหว่างการเข้าตรวจค้นสถานที่ลักลอบแก้ไขข้อสอบในพื้นที่ จ.นนทบุรี ให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหา และให้ปากคำ
รายงานข่าวระบุว่า ที่ประชุมยังหารือถึงการขยายผลดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม ภายหลัง นายวิน ธนพชรโภคิน ที่ปรึกษาผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและฝึกอบรม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หนึ่งในผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมก่อนหน้านี้ ให้การพาดพิงว่ามี บุคคลระดับผู้อำนวยการของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และผู้อำนวยการ สังกัดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) มีบทบาทสั่งการและอยู่เบื้องหลังขบวนการทุจริตสอบดังกล่าว
รายงานข่าวแจ้งอีกว่า พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ยังได้สั่งการให้ พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ พร้อมชุดสืบสวนกองปราบปราม เร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับบุคคลที่ถูกกล่าวถึง โดยมีแนวทางดำเนินการ 2 แนวทาง คือพนักงานสอบสวนกองปราบปราม รวบรวมหลักฐานเพื่อยื่นขอศาลออกหมายจับ ก่อนส่งสำนวนในส่วนที่เกี่ยวข้องให้ ป.ป.ช. ส่วนอีกแนวทางหนึ่งคือ ส่งพยานหลักฐานทั้งหมดให้พนักงานสอบสวนของ ป.ป.ช. เป็นผู้ดำเนินการขออนุมัติศาลออกหมายจับตามอำนาจหน้าที่ของกฎหมาย ป.ป.ช.
ได้โม่งใหญ่กว่า ผอ.พิชิต
ขณะเดียวกันมีรายงานว่า ในวันที่ 22 ก.ค.นี้ จะมีการประชุมร่วมกันอีกครั้ง เพื่อประเมินความเพียงพร้อมของพยานหลักฐาน ก่อนตัดสินใจดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย โดยเป้าหมายของชุดสืบสวนในขณะนี้คือการขยายผลไปยังผู้ที่มีบทบาทสำคัญหรือเป็นตัวใหญ่ของขบวนการ
สำหรับผู้ที่ถูกกล่าวหากลุ่มเดิมจำนวน 11 ราย แหล่งข่าวระบุว่า ทุกคนให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี สามารถเรียกตัวมาสอบสวนได้ตลอดเวลา และคดีในส่วนดังกล่าว ได้ส่งให้ ปปช. ดำเนินการไต่สวนแล้ว
ทั้งนี้ ชุดสืบสวนยังคงเดินหน้าสืบสวน โดยมุ่งเน้นการดำเนินคดีกับผู้มีบทบาทสำคัญ ซึ่งขณะนี้มีเป้าหมายอยู่ 2 ราย โดยมีตำแหน่งที่สูงกว่า นายพิชิต แต่จะสามารถดำเนินการได้หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับความเพียงพอของพยานหลักฐาน ซึ่งหากพยานหลักฐานสามารถเชื่อมโยงได้ชัดเจน ก็มีความเป็นไปได้ที่จะมีการจับกุมผู้ต้องหาเพิ่มเติม แต่หากหลักฐานยังไม่ถึงเกณฑ์ ก็จะรวบรวมสำนวนส่งให้ ป.ป.ช. พิจารณาตามอำนาจหน้าที่ต่อไป
แหล่งข่าวย้ำว่า การดำเนินคดีกับผู้ที่มีตำแหน่งระดับสูง จำเป็นต้องใช้พยานหลักฐานที่รัดกุมเป็นพิเศษ เพื่อให้การดำเนินคดีเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมและสามารถรองรับการพิจารณาของศาลได้
“ปลัด มหาดไทย” ปัดตอบอำนาจ กสถ.
วันเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดดระทรวงมหาดไทย ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ถึงกรณีอำนาจของคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ในการเพิกถอนข้าราชการว่า เมื่อวันที่ 20 ก.ค. ตนพูดผ่านสื่อไปหมดแล้ว เมื่อถามย้ำว่า สรุปว่าเป็นอำนาจของ กสถ. หรือต้องใช้อำนาจของคณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.กลาง) นายอรรษิษฐ์ กล่าวย้ำว่า ให้ไปฟังเทป เพราะพูดไปหมดแล้ว
ทั้งนี้เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า จะสามารถอธิบายชัดเจนได้หรือไม่ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ตอบเหมือนเดิมว่า พูดไปหมดแล้ว และเดินหนีขึ้นตึกไทยทันที
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี