วันพุธ ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
สสรท.ยื่นค้าน
ปมสูตรCARE
ชี้ม.33เสียหาย
ขู่ยกระดับม็อบ
“จุลพันธ์” รับหนังสือ สสรท. ปมค้านสูตร CARE ปรับบำนาญประกันสังคม หลังจากผู้ประกันตนมาตรา 33 กว่า 12 ล้านคน เสียประโยชน์ ขู่ยกระดับชุมนุม ด้าน รมว.แรงงาน ชี้อำนาจทบทวนอยู่ที่ ครม.
เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน เดินทางไปยังศูนย์ประสานองค์กรเครือข่ายแรงงานคัดค้าน “สูตร CARE” ซึ่งนำโดยนายสาวิทย์ แก้วหวาน ประธานสมาพันธ์สมานฉันท์แรงงานไทย (สสรท.) ที่ยื่นหนังสือขอให้ทบทวนมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 14กรกฎาคม 2569 เรื่องร่างกฎกระทรวงการจ่ายประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพ พ.ศ. …ตามที่รมว.แรงงาน ได้เสนอต่อที่ประชุมครม.ซึ่งเป็นสูตรคำนวณการจ่ายเงินบำนาญชราภาพของประกันสังคมแบบใหม่ที่รู้จักโดยทั่วกันคือ “สูตร CARE” โดยสูตรดังกล่าวต้องการยกระดับบำนาญชราภาพ ให้แก่ผู้ประกันตนมาตรา 39 กว่า 1.6 ล้านคน แต่ส่งผลกระทบต่อผู้ประกันตนมาตรา 33 ถึง 12 ล้านคน
ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ขบวนการแรงงาน ได้เข้าพบรมว.แรงงาน พร้อมทำจดหมายคัดค้าน ออกแถลงการณ์และยังยื่นข้อเรียกร้อง เพื่อให้หยุดกระบวนการไว้ ก่อนจะหาทางออกให้ดีที่สุด และไม่ส่งผลกระทบต่อผู้ประกันตนในมาตรา33 แต่ข้อเรียกร้องไม่เป็นผล จนถึงขั้นนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.
นายจุลพันธ์ กล่าวว่า จะนำข้อเรียกร้องนี้ส่งไปยังนายกรัฐมนตรี และ ครม.สิ่งที่เราต้องทำ คือต้องมานั่งคุยกัน นำข้อมูลมากาง และสุดท้ายเมื่อนายกฯได้รับหนังสือและสั่งให้กระทรวงแรงงาน ตรวจสอบใหม่ เราก็จะดูรายละเอียด หากมีข้อมูลเพิ่มเติมอะไร จะนำกลับมาพิจารณาเป็นอำนาจของ ครม.ไม่ใช่ตนที่จะหยุดได้ เนื่องจากเรื่องนี้ผ่านมติที่ประชุม ครม.แล้ว
อย่างไรก็ตามพร้อมที่จะเปิดให้ทุกคน มานั่งพูดคุยเอาข้อมูลมาดูว่ากระบวนการที่เกิดขึ้นมีประโยชน์หรือไม่เพื่อจะนำข้อมูลทั้งหมด มาเปิดให้ชัดเจน ทั้งนี้สูตรใหม่ที่หลายคนเชื่อว่ามีผลกระทบนั้น มองว่าไม่กระทบมาก หรือไม่กระทบเลย เพราะมีเรื่องของการคิดคำนวณระยะเวลา ที่ปรับจากหลักปีเป็นหลักเดือน และการปรับฐานให้เป็นค่าปัจจุบัน ตัวเลขนี้ส่งผลให้เราได้ประโยชน์มากขึ้น เพราะฉะนั้นตัวเลข ไม่ได้มีผลกระทบมาก ซึ่งตรงนี้เราต้องมาดูกัน สุดท้ายแล้วจะสั่งการอย่างไรก็อยู่ที่ครม.
ขณะที่นายสาวิทย์ กล่าวว่า สูตรนี้เราคัดค้านมาโดยตลอด เพราะกระทบต่อผู้ประกันตนมาตรา 33 และจุดยืนของเราชัดเจน หากกลุ่มคนใดหรือมาตราใดได้ประโยชน์เราก็ไม่ขัดข้อง แต่วิธีการคิดแบบใหม่นั้น ยากต่อการคำนวณ และมีคนจำนวนมากกว่า 10 ล้านคน ที่เสียผลประโยชน์ ซึ่งเราไม่เห็นด้วย ที่ผ่านมาได้เดินทางไปยังกระทรวงแรงงาน และสำนักงานประกันสังคม(สปส.)เพื่อหาวิธีในการพูดคุย ก่อนจะนำเสนอต่อที่ประชุม ครม.แต่ท้ายที่สุดผลที่เราพยายามเรียกร้องก็ไม่ได้รับการตอบสนอง เราจึงรวมตัวกัน เพื่อต้องการให้รัฐบาลทบทวนมติครม.หยุดกระบวนการนั้นก่อน
นายสาวิทย์ กล่าวต่อว่า ที่สำคัญคือต้องไม่กระทบต่อสิทธิของผู้ประกันตนเดิม รัฐบาลไม่ควรไปริดรอนสภาพการจ้างเดิม ที่มีอยู่แล้ว สูตรใหม่ วิธีการใหม่ รูปแบบใหม่ ก็ว่ากันไป แต่ที่สำคัญคือรูปแบบประกันสังคม ไม่ใช่ประกันภัย ซึ่งผู้ประกันตนทุกคนต้องอยู่ได้ในสังคมปัจจุบัน แต่อย่าเอาหลักประกันภัย ชั่วครั้งชั่วคราวมาคิด ซึ่งเป็นหลักการที่ผิด เพราะประกันสังคมนั้นต้องการให้คนที่อยู่ในหลักประกันสังคม เมื่อเกษียณอายุงานแล้ว ให้มีชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีคุณค่าความเป็นมนุษย์ จึงเสนอให้รัฐบาลทบทวน
ผู้สื่อข่าวถามว่า การหารือครั้งนี้เป็นที่พอใจหรือไม่ นายสาวิทย์ กล่าวว่า ไม่น่าพอใจ เพราะหลายคนพูดแล้วว่าทำไมเรื่องนี้ไม่มีการคุยกันก่อนที่จะนำเข้าสู่ที่ประชุมครม.แต่หลังจากที่เรามาก็เสนอว่าให้หยุดเรื่องนี้ก่อนได้หรือไม่ หรือชะลอไปก่อน เพื่อกลับมาคุยกันแต่ทางรมว.แรงงานบอกว่าไม่ใช่เรื่องของตนแล้ว แต่เป็นเรื่องของรัฐบาล เนื่องจากผ่านมติที่ประชุมครม.แล้ว ดังนั้นมองว่าเรื่องนี้ไม่น่าจะถูกต้อง และควรจะหยุดไว้ก่อน และหากเรื่องนี้ไม่มีความคืบหน้า ในวันที่ 4 สิงหาคมนี้ เราจะชวนพี่น้องแรงงานที่อยู่ในมาตรา 33 ที่เสียประโยชน์ เดินทางมาเรียกร้องต่อรัฐบาลอีกครั้ง ส่วนตัวคิดว่ารัฐบาลและรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้งควรจะฟังเสียงของประชาชน ฟังเสียงของคนส่วนใหญ่ว่ามีความคิดเห็นอย่างไร
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี