542.jpg
ป้าสนอง ชาวระยอง ร้อง ปปป. 3 คดีรวด กล่าวหาจนท.รัฐ พร้อมยื่นถอดสัญชาติไทย

ป้าสนอง ชาวระยอง ร้อง ปปป. 3 คดีรวด กล่าวหาจนท.รัฐ พร้อมยื่นถอดสัญชาติไทย

วันพุธ ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 17.42 น.

ป้าสนอง หญิงพิการ ชาวระยอง เดินหน้าลุย จัดเต็ม กล่าวโทษต่อ ปปป. 3 คดีรวด พ่วงขอให้ถอดถอนสัญชาติไทย และกล่าวโทษคดีวินัยร้ายแรง จนท.รัฐ

วันที่ 22 กรกฎาคม 2569  ผู้สื่อข่าวได้รายงานจากกองบัญชาการ ปราบปราม นางสนอง พลวิเศษ พร้อมทนายความ เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ กองบังคับการ ปราบปราม  3 คดีรวด  


คดีที่แรก ร้องทุกข์กล่าวโทษคดีอาญากับนางสาวกชพร หรือฝน  ผู้ต้องหาที่ 1 ในฐานเป็นเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือเกิดความเสียหายแก่รัฐ หรือเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต เพื่อให้ได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ของบุคคลอื่นหรือของรัฐโดยวิธีการแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยให้ได้มาซึ่งที่ดินหรือทรัพย์สินหรือ ประโยชน์อื่นใด ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.๒๕๖๑ มาตรา ๑๗๒ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 83, 86, 90  และ กล่าวโทษกับนายกฤษดา หรือติ๊ก ผู้ต้องหา ที่ 2 ในฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือเกิดความเสียหายแก่รัฐ หรือเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต เพื่อให้ได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ของบุคคลอื่นหรือของรัฐโดยวิธีการแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยให้ได้มาซึ่งที่ดินหรือทรัพย์สินหรือ ประโยชน์อื่นใด พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172  ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 86,91  คดีนี้ อายุความจะครบกำหนดในวันที่ 7 ตุลาคม 2571 

คดีที่สอง ร้องทุกข์กล่าวโทษคดีอาญากับนางกชพรรณ  ผู้ต้องหากับพวก ในฐานร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือเกิดความเสียหายแก่รัฐ หรือเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต เพื่อให้ได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ของบุคคลอื่นหรือของรัฐโดยวิธีการแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยให้ได้มาซึ่งที่ดินหรือทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172,83,86 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 83,86,91 

คดีที่สาม ร้องทุกข์กล่าวโทษนายสมคิด  ผู้ต้องหาที่ 1  กับพวกในฐานร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือเกิดความเสียหายแก่รัฐ หรือร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตเพื่อให้ได้มาบัตรประชาชนผู้มีสัญชาติไทย ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, , 86, 91 และกล่าวโทษกับนายกฤษดาหรือติ๊ก  ผู้ต้อง 2 ในฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือเกิดความเสียหายแก่รัฐ หรือเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตเพื่อให้ได้มาบัตรประชราชนผู้มีสัญชาติไทย ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157,86,91 

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติม นางสนอง พลวิเศษ ได้ยื่นหนังสือถึงนายอนุทิน ชาซวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เพื่อขอให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนกับนายกฤษดา หรือติ๊ก  และนายวัฒนพงณ์ หรือเล็ก โดยขอให้พิสูจน์สัญชาติไทย ตรวจสอบการได้มาโดยสัญชาติไทยโดยมิชอบด้วยยกฎหมาย และโดยขอให้เพิกถอนสัญชาติไทย ขัดต่อ พรบ.สัญชาติไทย พ.ศ.2508 โดยสวมสิทธิ์เป็นคนไทย โดยปกปิดคุณสมบัติในการสมัคร นายก อบต.แม่น้ำคู้ ผู้บริหารท้องถิ่น เมื่อครั้งนายกฤษดาฯ ดำรงตำแหน่ง นายก อบต.แม่น้ำคู้ ระหว่างปี 2564-2568 โดยไม่มีสิทธิสมัครฯเป็นผู้บริหารท้องถิ่น ตาม พรบ.ว่าด้วยการเลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่นและสมาชิกสภาท้องถิ่น พ.ศ.2562 โดยตนเองเป็นต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองและอยู่ในประเทศไทยและได้สัญชาติโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ต่อมาได้รับรายงานเพิ่มเติมว่า นางสนอง พลวิเศษ ยื่นหนังสือถือ รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ปลัดกระทรวง พม.และอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ เพื่อกล่าวโทษเพื่อให้ดำเนินคดีวินัยร้ายแรงกับ นางสาวกชพร และนางกชพรรณ เพื่อให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินับร้ายแรงอีกด้วย

ป้าสนองกล่าวว่า วันนี้ตนขอลุกขึ้นต่อสู้กับกลุ่มขบานการฮุบทีดินของตนและการได้มาซึ่งสัญชาติไทย โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยนายเหงียนติ๊กหรือนายติ๊ก เป็นคนต่างด้าว พ่อแม่สัญชาติเวียดนามแท้ จะมาเป็นคนไทยได้อย่างไร เจ้าหน้าที่ของรัฐร่วมกับคนต่างด้าว ถือครองที่ดินไม่ได้ โดยเฉพาะ พรบ.จัดทีดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ.2511 ให้เฉพาะคนไทย เพื่อแก้ปัญหาที่ทำกินและที่อยู่อาศัย เมื่อวันที 7 ตุลาคม 2563 ผ่านกระบวนการสอบสวนสิทธิและพิสูจน์สิทธิในการครอบครองและทำประโยชน์ในทีดินของป้าโดยชอบด้วยกฎหมาย โดยมีหนังสือยืนยันสิทธิ์ โดยนางกชพรรณ ฯฉวยโอกาส จงใช้อำนาจโดยมิชอบยึดที่ดินของตนโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยหยิบเอาคำพิพากษาที่พิพาทระหว่างเอกชนกับเอกชน โดยนิคมสร้างตนเองไม่ได้เข้ามาเป็นคู่ความและไม่ใช่คำพิพากษาเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์เพราะที่ดินเป็นเพียงที่ดินมือเปล่า ต้องดำเนินคดีอาญาให้ถึงที่สุด แบบนี้ ใช้อำนาจรัฐโดยไม่ชอบ ป้ายอมไม่ได้ ต้องลุกขึ้นสู้ 

แฮชแทก #ป้าสนองฮีดสู้ #แจ้งความตำรวจกองปราบ #เจ้าหน้าที่รัฐใช้อำนาจโดยมิชอบ  #กล่าวโทษ จนท.รัฐ #ร้องเพิกถอนสัญชาติไทย #คนต่างด้าวสัญชาติเวียดนาม #ดำเนินคดีวินัยร้ายแรง #นางสนอง พลวิเศษ หญิงพิการชาวระยอง #อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย  #นายเหงียนติ๊ก #นายติ๊ก #กฤษดา โชติวาณิชกุล

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top