542.jpg
บิ๊กราญผงาด นั่งผบ.ตร.ตามคาด มติเอกฉันท์12ต่อ0

บิ๊กราญผงาด นั่งผบ.ตร.ตามคาด มติเอกฉันท์12ต่อ0

วันพฤหัสบดี ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

บิ๊กราญผงาด
นั่งผบ.ตร.ตามคาด
มติเอกฉันท์12ต่อ0

นอนมาตามคาด มติ ก.ตร.เอกฉันท์ 12-0  เสียง เห็นชอบตั้ง “พล.ต.อ.สำราญ” ผงาดนั่ง ผบ.ตร.คนที่ 16 ชี้พิจารณาครบทุกด้านตามกฎหมายทุกอย่าง ยึดความอาวุโสมาพิจารณาควบคู่กับความรู้ความสามารถ ยืนยันไม่สร้างความแตกแยกในวงการสีกากี

เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 23 กรกฏาคม 2569 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการตำรวจแห่งชาติ (ก.ตร.) เป็นประธานประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.)ในวาระสำคัญคือ พิจารณาแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)คนที่ 16 แทนพล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.คนปัจจุบัน ที่จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายน 2569


บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก โดยมี พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.พร้อมด้วย 4 แคนดิเดตผู้เข้าชิงตำแหน่ง ผบ.ตร. ตามลำดับอาวุโส ประกอบด้วย 1.พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รอง ผบ.ตร. 2.พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร., 3. พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. และ4.พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ จเรตำรวจแห่งชาติ ให้การต้อนรับอย่างพร้อมเพรียง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อนายอนุทิน เดินทางมาถึง ได้ยิ้มทักทายแคนดิเดตทั้ง 4 นายด้วยความเป็นกันเอง ทั้งนี้ เมื่อสื่อมวลชนสอบถามว่าการพิจารณาแต่งตั้งในวันนี้จะมีเซอร์ไพรส์ หรือไม่ แต่นายกญไม่ได้ตอบคำถาม ก่อนเข้าห้องรับรองส่วนตัวพร้อมด้วย ผบ.ตร. คณะกรรมการ ก.ตร. และผู้ทรงคุณวุฒิ

สำหรับขั้นตอนการพิจารณา คณะกรรมการ ก.ตร.ทั้งหมดมี 16 คน เมื่อเข้าสู่วาระแต่งตั้ง แคนดิเดตทั้ง 4 นายจะต้องออกจากห้องประชุม ทำให้เหลือคณะกรรมการลงมติเพียง 12 คนเท่านั้น โดยปกติ ประธาน ก.ตร. จะไม่ใช้สิทธิ์ลงคะแนน เว้นแต่กรณีที่ผลมติออกมาเท่ากัน ประธานจึงจะออกเสียงชี้ขาด

ข่าวแจ้งว่า ก่อนเริ่มการประชุม นายกฯได้เรียกคณะกรรมการ ก.ตร. ผู้ทรงคุณวุฒิเข้าหารือนอกรอบภายใน ห้องประชุมพรหมนอก 30 นาที ภายหลังการประชุมวงเล็กเสร็จสิ้น นายกฯ ได้กลับเข้ามายังห้องประชุมศรียานนท์ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ไร้ความกังวล ขณะเดียวกันแคนดิเดตทั้ง 4 นายที่นั่งรออยู่ภายในห้องประชุมใหญ่ ต่างมีท่าทีผ่อนคลาย ยิ้มแย้ม และพูดคุยแลกเปลี่ยนกันตลอดเวลา

จากนั้นเวลา 15.50 น. ภายหลังการเสร็จสิ้นการประชุมนายอนุทิน ได้เดินทางออกจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติทันทีโดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์ใดใดต่อสื่อมวลชน

ด้าน พล.ต.ท.ฐายุฏฐ์ จันทร์ถาวร ผู้บัญชาการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ เผยว่า ที่ประชุม ก.ตร. มีมติเป็นเอกฉันท์ 12 ต่อ 0 เห็นชอบแต่งตั้งพล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร.คนที่ 16 พร้อมยืนยันกระบวนการคัดเลือกเป็นไปตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 ทุกประการ ทั้งเรื่องอาวุโส ความรู้ความสามารถ และประสบการณ์งานสืบสวนสอบสวน-ป้องกันปราบปราม

พล.ต.ท.ฐายุฏฐ์ ยังเปิดเผยรายละเอียดขั้นตอนการคัดเลือก ผบ.ตร. ว่า นายกรัฐมนตรีได้เสนอรายชื่อรอง ผบ.ตร. ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตาม มาตรา 78 (1) ต่อที่ประชุม ก.ตร. เพื่อให้ความเห็นชอบตาม มาตรา 23 (4) ซึ่งในระหว่างการพิจารณา ได้มีการอภิปรายและรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้เสนอชื่ออย่างรอบด้าน

ในการลงมติ ครั้งนี้ มีกรรมการ ก.ตร. เข้าร่วมประชุมทั้งหมด 16 ท่าน โดยรอง ผบ.ตร. ทั้ง 4 ท่านที่มีสิทธิได้รับการเสนอชื่อ ได้ปฏิบัติตามข้อบังคับด้วยการเดินออกจากห้องประชุม ทำให้เหลือองค์ประชุมในการลงคะแนนทั้งหมด 12 ท่าน ซึ่งผลการลงมติออกมาเป็น เอกฉันท์ 12 ต่อ 0 เสียง

ส่วนประเด็นข้อสงสัยเรื่องการพิจารณาแต่งตั้งผู้ที่มีลำดับอาวุโสอยู่อันดับ 3 และอาจขัดกับ พ.ร.บ.ตำรวจ พ.ศ. 2565 นั้น พล.ต.ท.ฐายุฏฐ์ ชี้แจงว่า กฎหมายเปิดทางให้นายกรัฐมนตรีใช้ดุลพินิจในการเสนอรายชื่อ โดยนำปัจจัยเรื่องความอาวุโสมาพิจารณาควบคู่กับความรู้ความสามารถโดยเฉพาะประสบการณ์งานสืบสวนสอบสวนและงานป้องกันปราบปราม ซึ่งนายกรัฐมนตรีและที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาอย่างรอบคอบถูกต้องตามขั้นตอนกฎหมายทุกประการ

เมื่อถูกถามถึงความกังวลเรื่องการฟ้องร้องจากผู้เสียสิทธิ์ หรือรอยแตกร้าวในองค์กร พล.ต.ท. ฐายุฏฐ์ ระบุว่า ที่ประชุมได้มีการพูดคุยกันในเรื่องความรักความสามัคคีของพี่น้องตำรวจอย่างชัดเจน เนื่องจากแคนดิเดตทั้ง 4 ท่าน ต้องมีผู้ที่ได้รับเลือกเพียง 1 ท่าน และอีก 3 ท่านที่ไม่ได้รับการแต่งตั้ง

ทั้งนายกรัฐมนตรีและคณะกรรมการทุกคนต่างเชื่อมั่นว่าข้าราชการตำรวจจะยังคงรักสามัคคีและร่วมมือกันทำงานเพื่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต่อไป โดยขอให้ทุกฝ่ายไม่ต้องเป็นกังวลในเรื่องนี้

สำหรับประวัติของพล.ต.อ.สำราญ นวลมา เกิดเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2516ตำบลบางเก่า อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี จบมัธยมโรงเรียนพรหมานุสรณ์จังหวัดเพชรบุรี ก่อนเข้าเป็นนักเรียนโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 34 และโรงเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่นที่ 50 และปริญญาโทศิลปศาสตรมหาบัณฑิต, ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต พร้อมผ่านการอบรมหลักสูตรนิติธรรมเพื่อประชาธิปไตย รุ่นที่11, ผู้บริหารกระบวนการยุติธรรมระดับสูง รุ่นที่ 25

เป็นนักเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 34 และนักเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่นที่ 50 นอกเหนือจากทักษะทางยุทธวิธี พล.ต.อ.สำราญ ยังมุ่งมั่นพัฒนาความรู้ด้านการบริหารและกฎหมายจนสำเร็จปริญญาโท ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต และปริญญาเอก ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขารัฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง และปัจจุบันยังอยู่ระหว่างการศึกษาหลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

นอกจากนี้ยังผ่านการอบรมหลักสูตรยุทธวิธีระดับโลก อาทิ FBI-ALERT Active Shooter Response และ SIG SAUER Academy จากสหรัฐอเมริกา รวมถึงหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงหลายสถาบัน เช่น วตท., วพน., บยส., นธป. และ Executive CISO โดยที่ผ่านมาถือว่าครบเครื่อง บู๊-บุ๋น มีผลงานเชิงประจักษ์ด้านยาเสพติดและมาเฟียข้ามชาติ ประวัติการเป็นมือปราบที่ลงหน้างานจริง

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top