วันศุกร์ ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
‘นายกฯอนุทิน’มอบรางวัล Zero Dropout ให้ ‘อดีตนายกฯเศรษฐา’ในฐานะผู้เริ่มโครงการ ปลื้มบอก ‘เป็นสิริมงคลที่ท่านมาเยี่ยมออฟฟิศเก่า’ก่อนพาเยี่ยมชมห้องทำงานบนตึกไทย ขอบคุณอดีตนายกฯ ริเริ่มสานต่อโครงการ ช่วยลดจำนวนเด็กไทยหลุดออกนอกระบบการศึกษาจาก 1 ล้านคน เหลือ 6 แสนคน
เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 24 กรกฎาคม 2569 ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล Prime Minister’s Thailand Zero Dropout Plus Awards (TZD+) ประจำปี พ.ศ. 2569 โดยมี นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี เข้ารับรางวัลเกียรติยศเพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติ ในฐานะผู้ริเริ่มผลักดันโครงการ Thailand Zero Dropout ให้เป็นวาระแห่งชาติ คืนโอกาสและอนาคตให้เด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาไทย
โดยทันทีที่นายเศรษฐาเดินทางมาถึงในเวลา 15.15 น. ได้ถ่ายรูปร่วมกับรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย และพล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ ประธานกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาเด็ก และเยาวชนนอกระบบการศึกษาระดับชาติ (คกศ.) บริเวณหน้าแบ็กดรอป ก่อนจะเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า ไปพบกับนายอนุทิน ซึ่งนายอนุทินได้พานายเศรษฐาไปที่ห้องทำงาน จากนั้น เวลา 15.30 น. นายอนุทิน และนายเศรษฐา ได้เดินลงจากตึกไทยคู่ฟ้าด้วยกันโดยมีสีหน้ายิ้มแย้ม เพื่อเข้าร่วมงานที่ตึกภักดีบดินทร์ ซึ่งนายอนุทิน หันมาหาผู้สื่อข่าว และถามว่า “นี่ใครมา” โดยชี้ไปที่นายเศรษฐา ก่อนที่นายอนุทิน และนายเศรษฐา จะเดินไปนั่งด้วยกันทั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 2 ปี ตั้งแต่วันที่ 14 สิงหาคม 2567 ที่นายเศรษฐา เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล หลังจากพ้นตำแหน่ง

โดยนายกฯ กล่าวว่า ต้องบอกว่าตื่นเต้นวันนี้ผู้บังคับบัญชามาเยือนตนถือว่าอย่างไรเสีย ตนเคยเป็นคณะรัฐมนตรีร่วมอยู่ในคณะรัฐมนตรี(ครม.)ของนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกฯ ซึ่งตัวของตนได้รับความไว้วางใจจากท่านให้ได้รับมอบหมายภารกิจดูแลด้านกระทรวงมหาดไทยและในขณะนั้นกระทรวงศึกษาธิการ มีพล.ต.อ.เพิ่มพูน ทำหน้าที่ศึกษาธิการ ซึ่งโครงการดังกล่าวเป็นโครงการที่มาจากการริเริ่มของนายเศรษฐา และกระทรวงศึกษาธิการในขณะนั้นได้ดำเนินการสานต่อเพื่อให้นโยบายนี้บรรลุผลสัมฤทธิ์และในที่สุดต้องขอแสดงความยินดีกับทุกท่านที่ได้รับรางวัลในวันนี้ ซึ่งท่านได้พิสูจน์แล้วว่าเมื่อทุกภาคส่วนร่วมมือกันเราสามารถที่จะชีวิตของเด็กเยาวชนและเปลี่ยนอนาคตประเทศรัฐบาลให้ความสำคัญกับการความเสมอภาคทางการศึกษา เพราะเราเชื่อว่าทรัพยากรที่สำคัญที่สุดคือศักยภาพของประชาชน ประเทศที่เจริญก้าวหน้า และเจริญก้าวหน้าในโลกล้วนพัฒนาเสริมพัฒนาการตั้งแต่ก่อนวัยการศึกษาการพัฒนาทักษะและการเรียนรู้ตลอดชีวิตประเทศไทย จึงต้องลงทุนในทุกมิติและในทุกช่วงวัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการศึกษาที่เราต้องช่วยกันแก้ไขปัญหาให้กับเด็กและเยาวชนที่หลุดออกนอกระบบการศึกษาให้หมดไป เพราะเด็กที่หลุดิอกจากระบบการศึกษา ไม่ได้หลุดออกจากห้องเรียน แต่กำลังหลุดออกจากโอกาส ด้วยเหตุนี้รัฐบาลจึงได้ดำเนินการสานต่อสนับสนุนนโยบายดังกล่าว ซึ่งไม่ได้มองเพียงแต่จะพาเด็กกลับเข้าสู่ห้องเรียนเท่านั้น แต่ต้องพาพวกเขาไปสู่อนาคตที่มั่นคงมีทักษะที่เป็นความต้องการของตลาดแรงงานต่างๆให้สามารถประกอบอาชีพได้อย่าง เป็นกำลังในการพัฒนาประเทศต่อไปตนยินดีที่ได้ทราบว่าจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนจำนวนเด็กและเยาวชนที่เข้าระบบการศึกษานี้จากเดิมหลุดออกจากการศึกษา 1 ล้านคน ลดเหลือ 600,000 คน ช่วงเวลา 2-3 ปีที่เราได้ทำการลดจำนวนเด็กเหล่านี้จนเกือบจะถึงครึ่งหนึ่งของจำนวนที่มี คือผลลัพธ์ของการลงมือทำอย่างจริงจัง ซึ่งเป็นข้อพิสูจน์ว่าเมื่อสังคมไทยร่วมมือกันพวกเราก็จะสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรมได้ ทั้งนี้ ขอขอบคุณนายเศรษฐา ที่ร่วมทำนโยบายนี้และขอขอบคุณนายประเสริฐ ซึ่งได้นำนโยบายนี้มาสานต่ออย่างต่อเนื่อง โดยตนได้มอบหมายพล.ต.อ.เพิ่มพูน อดีตรมว.ศึกษาธิการในสมัยนั้น ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาเด็ก และเยาวชนนอกระบบการศึกษาระดับชาติ (คกศ.) เพราะถือว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่ดี โดยหัวใจสำคัญคือการทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ระดับนโยบายในระดับพื้นที่ จึงขอให้ผวจ.ทุกจังหวัดในฐานะประธานคณะกรรมการระดับจังหวัดได้บูรณาการทุกหน่วยงานค้นหาเด็กไม่ถึงกับต้องได้เป็นรายบุคคล แต่เชื่อมโยงการช่วยเหลือติดตามอย่างต่อเนื่องเพื่อปลดล็อคทุกอุปสรรคที่ขัดขวางการเรียนรู้ของเด็กนอกจากนี้

นายกฯ กล่าวอีกว่า ขอฝากให้นายกเหล่ากาชาดจังหวัด ท่านไม่ได้เป็นข้าราชการก็จริง แต่ท่านเป็นภรรยาและเป็นคู่สมรสของผวจ.ขอแถมงานให้นิดนึงช่วยเหลือคู่ชีวิตของท่านในการทำสิ่งดีๆเพราะท่านดำรงสถานะในการเป็นนายกเหล่ากาชาดบทบาทที่จะต้องทำคือการดูแลเด็กและครอบครัวอย่างใกล้ชิดทางด้านความเป็นอยู่สุขภาพบริการและการคุ้มครองทางสังคมถือเป็นการให้บริการทางสังคมในการทำจิตอาสาอย่างหนึ่งซึ่งพวกเราทุกคนมีความพร้อมด้วยความเต็มใจอยู่แล้ว และขอเชิญชวนภาคเอกชนให้เข้ามามีส่วนร่วมลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและถือว่าสิ่งที่ทำเป็นการลงทุนระยะยาวเพราะการช่วยเหลือให้เด็กคนหนึ่งมีการศึกษามีทักษะและมีงานทำมีโรงเรียนให้เรียนเท่ากับการเพิ่มกำลังคนที่มีคุณภาพให้กับประเทศขอแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับรางวัลในวันนี้และขอให้ทุกท่านได้เห็นว่ารางวัลเหล่านี้เป็นแรงบันดาลใจและเป็นการแสดงความชื่นชมยินดีความเคารพศรัทธาในความมุ่งมั่นตั้งใจของท่านจนนำมาสู่ความสำเร็จจุดนี้ยังไม่ใช่จุดสิ้นสุดของภารกิจที่เรามีร่วมกันเพราะอนาคตของชาติขึ้นอยู่กับเด็กและเยาวชนและอนาคตของเด็กและเยาวชนนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นหน้าที่ของคนในสังคมที่ต้องร่วมกันประคับประคอง เพื่ออนาคตของประเทศไทยที่เข้มแข็ง
“ขอบคุณนายเศรษฐาที่กรุณาให้เกียรติมาร่วมในงานนี้ ถือว่าเป็นนิมิตรหมายที่ดีและมีความหมายเป็นอย่างยิ่ง และเป็นแรงบันดาลใจให้ผม สำหรับผมที่ท่านมาเยี่ยมออฟฟิศเก่าถือว่าเป็นสิริมงคล ต่อตัวของผมเอง ถือว่ามีความสำคัญที่ผมให้ความนับถือท่านมาตลอด และยังให้คำแนะนำที่ดีต่างๆในการปฏิบัติหน้าที่ราชการ และให้ข้อคิดอย่างสม่ำเสมอตลอดมา ก็ขอให้ทุกท่านรับทราบว่าทำไมต้องพูดถึงท่านบ่อยๆ เพราะว่านี่คือสิ่งที่ผมได้รับจากท่าน“ นายกฯ กล่าว
จากนั้น เวลา 16.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการพูดคุยกับนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เข้ามาร่วมงานพิธีมอบรางวัล Prime Minister’s Thailand Zero Dropout Plus (TZD+) ประจำปี พ.ศ. 2569 ที่ทําเนียบรัฐบาล ว่า ก็พูดคุยกัน วันนี้นายเศรษฐามารับรางวัลในโครงการที่ท่านได้ริเริ่ม ในสมัยที่ท่านเป็นนายกรัฐมนตรี คือโครงการThailand Zero Dropout ที่ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนไทยให้ได้รับการศึกษา ไม่ถูกทอดทิ้ง พอมาในยุคของตน ถือเป็นโครงการที่ดี ตนจึงนํามาสานต่อ โดยให้ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ ประธานกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาเด็ก และเยาวชนนอกระบบการศึกษาระดับชาติ(คกศ.) ที่ในอดีตเป็นรมว.ศึกษาธิการ มาการดูแลโครงการนี้ที่เป็นประโยชน์ ไม่ว่าจะมาจากรัฐบาลใดก็ตาม โครงการไหนที่เป็นระเบียบเราพร้อมที่จะนํามาสานต่อ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
เมื่อถามว่า มีการพูดคุยกันเรื่องการเมืองหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตนกับนายเศรษฐา ตั้งแต่ท่านพ้นจากตําแหน่ง ก็มีการพบกันหลายโอกาส เรามีความสัมพันธ์ที่ดีกันมาตลอดอยู่แล้ว รู้จักกันตั้งแต่อยู่ในมหาวิทยาลัย เพราะฉะนั้นก็เป็นเรื่องปกติที่เราจะพูดคุยกันทุกเรื่อง หลายๆอย่างที่เป็นประโยชน์ เพราะท่านมีความเชี่ยวชาญ ความสามารถในเรื่องของมุมมอง ในเรื่องเศรษฐกิจ และธุรกิจ ได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ซึ่งกันและกันตลอดเวลา
ขณะที่ นายเศรษฐา เปิดเผยภายหลังรับรางวัลถึงการกลับเข้าทำเนียบครั้งแรกในรอบ 2 ปี ว่าอบอุ่นดี นายอนุทินให้การต้อนรับเป็นอย่างดี
ส่วนได้มีโอกาสแนะนำแนวทางการทำงานกับนายอนุทินบ้างหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า “ไม่มีหรอกครับ ท่านโอเคแล้ว เป็นพี่น้องมากกว่า”
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี