543.jpg
อนุทินโวอยู่ได้ด้วยผลงาน รัฐบาลยังปึ้ก ไอลอว์แฉซ้ำคดีฮั้วสว.

อนุทินโวอยู่ได้ด้วยผลงาน รัฐบาลยังปึ้ก ไอลอว์แฉซ้ำคดีฮั้วสว.

วันเสาร์ ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

อนุทินโวอยู่ได้ด้วยผลงาน

รัฐบาลยังปึ้ก

ไอลอว์แฉซ้ำคดีฮั้วสว.

ปชน.ชี้พิรุธตั้งงบปี70

นายกฯอนุทิน ถกหัวหน้าส่วนราชการ ยันรัฐบาลมีเสถียรภาพ อยู่ได้ด้วยผลงาน ไม่ดำรงอยู่ด้วยอำนาจรัฐ ลั่นเป็นครม.ของทุกคน กำชับใกล้เกษียณอย่าเกียร์ว่าง ใส่เกียร์ 10 เที่ยงคืน 1ต.ค.69 ด้าน “ยิ่งชีพ” ยังไม่หยุดโพสต์ฉายภาพ3กลุ่มโหวตเตอร์ ขอเวลารวบรวมข้อมูล จ่อเปิดเพิ่มหลักฐานโกง สว.ขณะที่’ภราดร’ย้ำส่วนตัวไม่ฟ้องงยิ่งชีพ’แต่ภท.ไปทิศทางเดียวกัน ‘กรวีร์’ชี้ไร้หลักฐาน-ข้อมูลเก่า ด้าน‘ไหม’โวจิ้มตรงไหนเจอแต่ตั้งงบแพง

เมื่อเวลา 10.00น.วันที่ 24ก.ค. 69 ที่สำนักข่าวกรองแห่งชาติ วังปารุสกวัน ถนนราชดำเนินนอก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า ครั้งที่1/2569 โดยมีหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง


จากนั้นนายกฯกล่าวมอบนโยบายว่า วันนี้เป็นโอกาสดีวันหนึ่งที่ตนได้มีโอกาสมาพบกับทุกท่าน ภายหลังจากการเข้ามาปฎิบัติหน้าที่ในการบริหารประเทศอีกวาระหนึ่ง ซึ่งเป็นห้วงเวลาที่มีการดำเนินการข้อตกลงและมีการดำเนินนโยบายต่างๆมากมายในช่วงนี้ เท่าที่จำได้เราเพิ่งพบกันครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ 9ธ.ค.2568 หลังจากนั้น3วันก็ยุบสภา พบกันก็คงไม่น่าจะมีอะไรเช่นนั้น เพราะสภาก็ปิดไปแล้วอย่างที่เรียนว่ารัฐบาลของตนได้เข้ามาทำหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่คราวที่แล้วตราบจนมาถึงปัจจุบันนี้ ตนต้องขอขอบคุณในความร่วมมือของปลัดกระทรวงและหัวหน้าส่วนราชการทุกท่านตลอดจน ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ต้องกราบเรียนด้วยความซาบซึ้งและจริงใจว่า ตนได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากทุกท่าน ไม่ว่าจะสภาพของการบริหารงานของรัฐบาลเป็นอย่างไรก็ตาม

หนู’ขอบคุณทุกฝ่ายผ่านลต.ด้วยดี

นายกฯ กล่าวว่า ตนได้เห็นการสนับสนุนของทุกฝ่าย ตนไม่รู้สึกว่าเราได้แต่เพียงแต่ประคับประคองสถานการณ์แต่เราได้เข้าไปดำเนินการแก้ไขเรื่องกลไกของภาครัฐที่มีอยู่และเมื่อเราบูรณาการงานร่วมกันสิ่งที่มีความเป็นความกังวล และสิ่งที่เป็นภัยก็ได้รับการบริหารและคลี่คลายลงไปด้วยความรวดเร็ว สิ่งเหล่านี้ตนต้องขอกราบเรียนทุกท่านว่า ในใจของตนทั้งหมด ตนทำงานกับทุกท่าน คงทราบว่าเรียกว่า ศรีษะชนศีรษะกันเลย เวลาเราลงพื้นที่สภาพความเป็นนายกฯเป็นรัฐมนตรีเป็นปลัดกระทรวง เรามีความเป็นข้าราชการที่ต้องลงไปดูแลสารทุกข์สุกดิบของประชาชน ตราบจนผ่านพ้นการเลือกตั้ง ตนก็ต้องขอชื่นชมและชมเชยหัวหน้าส่วนราชการทุกท่าน ที่ได้วางตัวได้อย่างเหมาะสม การที่วางตัวได้อย่างเหมาะสม ก็หมายความว่า ในการเลือกตั้งไม่ได้ทำให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรู้สึกถึงความได้เปรียบเสียเปรียบ ไม่มีคำติฉินทาหรือวิพากษ์วิจารณ์ว่า รัฐบาลถึงแม้จะยุบสภาก็ใช้กลไกหรือต่างๆเพื่อก่อให้เกิดความได้เปรียบ ทุกคนวางตัวเป็นอย่างดี การวางตัวของท่านทำให้เกิดความเข้าใจใ ทำให้การเลือกตั้งผ่านพ้นไปได้ด้วยดี และตัวของตนสามารถกลับมาจัดตั้งรัฐบาล เพื่อมาบริหารราชการแผ่นดินและร่วมงานกับทุกท่านอีกครั้ง

ลั่นรัฐบาลมีเสถียรภาพ-เข้มแข็ง

นายกฯ กล่าวอีกว่า ในฐานะนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลการบริหารราชการแผ่นดินและรับผิดชอบเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นภายในประเทศ ขอให้คำยืนยันกับท่านว่า รัฐบาลชุดนี้เป็นรัฐบาลที่มีความเข้มแข็ง มีความแข็งแรง มีเสถียรภาพ มีความเข้าใจกัน แม้กระทั่งรัฐมนตรีมาจากพรรคร่วมในสภาผู้แทนราษฎร ในหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เราเน้นเรื่องภารกิจหน้าที่เป็นหลัก ไม่ได้เน้นเรื่องของการดำรงไว้ หรือดำรงอยู่ของการควบคุมอำนาจของรัฐ สำหรับตัวของตนท่านที่ได้สัมผัสและทำงานร่วมกับตนคงทราบว่าตนเป็นผู้ที่มีความเชื่อว่ารัฐบาลจะมีเสถียรภาพอยู่ได้หรืออยู่ไม่ได้อยู่ที่ผลงานของรัฐบาลเท่านั้น ซึ่งผลงานของรัฐบาลหลายๆอย่าง หลายส่วน ต้องมาจากความร่วมมือของหัวหน้าส่วนราชการ เมื่อใดก็ตามที่ท่านได้รับนโยบายไปแล้ว ท่านก็ได้ให้ความร่วมมือ จนทุกอย่างประสบความสำเร็จผ่านพ้นวิกฤตการณ์ทั้งด้านเศรษฐกิจ ในเรื่องที่เรามีส่วนเกี่ยวข้องและเรื่องที่เราไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เราก็สามารถที่จะแก้ไขสถานการณ์ทุกอย่างไปได้

ชมทหาร-ตำรวจทำงานเข้มแข็ง

นายกฯ กล่าวด้วยว่า ส่วนเรื่องความมั่นคงทางตำรวจทางฝ่ายเจ้าพนักงานทางการทหารและเรื่องของการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมต่างๆตนได้เรียนไปยังหัวหน้าศูนย์ฝ่ายความมั่นคงว่าตนไม่เข้าใจว่า ตนไม่เข้าใจทำไมท่านมีคนที่เก่งมาก เก่งจนพอท่านบอกว่าเรื่องนี้มอบหมายให้คนนี้ให้นายพลคนนี้รับผิดชอบดูแลดำเนินการ ตนไม่เคยต้องกังวลว่าเรื่องนั้นจะไม่ประสบผลสำเร็ว เรื่องของการจัดการปราบสแกมเมอร์ทหารจัดการได้อย่างดี เรื่องของการดำเนินคดีต่อเนื่องขยายผลตำรวจจัดการได้อย่างดีเรื่องยาเสพติดทุกฝ่ายก็บูรณาการดำเนินได้เป็นอย่างดีทุกอย่าง รวมถึงมีกลไกต่างๆที่เราสามารถไปขับเคลื่อน แทนที่จะทำให้มันเป็นเรื่องการตรวจสอบระหว่างองค์กรอิสระกับหน่วยงานของรัฐบาลเราแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของความตั้งใจและความเป็นมืออาชีพ จนเดี๋ยวนี้ถ้ามีคดีใหญ่ๆองค์กรอิสระต่างๆยังทำเรื่องมาขอความร่วมมือว่าเรื่องการสนับสนุนด้านบุคลากร ด้านข้อมูลข่าวสารต่างๆจากหน่วยงานที่สำคัญกับรัฐบาล ก็แสดงให้เห็นถึงความไว้วางใจและความไว้เนื้อเชื่อใจในรัฐบาลของตนได้แสดงให้เห็นอย่างเป็นที่ประจักษ์ชัดว่าถ้ามันคือเรื่องประโยชน์ของพี่น้องประชาชน เรื่องประโยชน์ของชาติ ขอให้ท่านได้มั่นใจรัฐบาลไม่มีสิทธิ์ที่จะมองเห็นประโยชน์ส่วนตนหรือประโยชน์ในทางการเมืองหรือประโยชน์ในการถือครองอำนาจรัฐเอาไว้เหนือกว่าประโยชน์ของประเทศและประชาชน

ขอทุกฝ่ายร่วมทำงานเพื่อประเทศชาติ

นายกฯกล่าวด้วย ส่วนการเดินหน้าเรื่องการเจรจากับต่างประเทศ ต้องใช้ความร่วมมือจากทุกกระทรวง และทุกหน่วยงาน เพราะเกี่ยวพันกันหมด จึงหนีไม่พ้นที่หัวหน้าคณะเจรจาของเรา ก่อนที่จะเดินทางไปเจรจา หัวหน้าส่วนราชการทุกท่านต้องติดอาวุธการเจรจาเข้าไปให้พร้อม เมื่อไปถึงถ้าท่านบอกว่าขอกลับไปปรึกษาก่อน ความเสียหายความเสียเปรียบจะเกิดขึ้นอย่างมหาศาล ดังนั้น เมื่อท่านได้รับความเห็นชอบจากครม.แล้วในการเจรจา ถือว่าได้รับความเห็นชอบและไปในนามรัฐบาล แทนที่เราจะได้เปรียบจะทำให้บทสรุปหายไป คู่เจรจาจะจับไต๋เราได้หมด ซึ่งจะทำให้เราเสียเปรียบ เราจึงต้องบริหารราชการด้วยศักยภาพ ด้วยความร่วมมือบูรณาการอย่างเต็มที่ตราบใดที่ตนเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ ตนจะประชุมจนท่านเบื่อ ตนมีความสุขมากในการพูดคุยเรื่องต่างๆ จะไม่ใช่แค่มาเปิดแล้วมาปิดการประชุม ตนยินดีให้เวลาอย่างเต็มที่เพื่อที่ประเทศจะก้าวหน้าไปได้ เราควรจะประชุมกันสองเดือนครั้งเป็นอย่างต่ำ เพราะถ้าเจอกันทุกเดือนคงไม่ได้มีโอกาสที่จะอำนวยมากขนาดนั้น

ขอขรก.ใส่เกียร์10-ทำงาน24ชม.

“ผมพูดเสมออายุราชการของท่านคือเที่ยงคืนวันที่ 1ต.ค.69 ไม่ใช่ตอนนี้ ไม่ใช่เดือนก.ค.ที่บอกว่าเริ่มทดเกียร์ห้า เกียร์สี่ เกียร์สามหรือบางคนปล่อยเกียร์ว่างไม่ได้ อยู่เกียร์ห้าแล้วยังคงต้องทดไปถึงเกียร์สิบ เผลอๆผมอาจจะต้องขอท่านมาช่วยงานต่อด้วยซ้ำ ก็ขอให้พวกท่านตระหนักถึงประเด็นนี้ด้วยว่าหน้าที่ของท่านคือ 24ชั่วโมง” นายกฯกล่าว

ยิ่งชีพ’โพสต์ฉายภาพวิธีการฉั้วสว.

นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัว ระบุว่าในขบวนการโกงเลือกส.ว.ต้องมีคนเกี่ยวข้องด้วยหลายพันคน บางคนเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาที่ถูกจ้างเพื่อไปสมัครและไปโหวต อาจเรียกพวกเขาว่าพวก Voter หรือพวกไปส่งนาย ในจำนวนนี้มีทั้ง 1.ที่หัวใจภักดีทำงานรับใช้อย่างเข้มแข็ง 2.มีทั้งคนที่ไม่ได้คิดอะไร ทำๆไปตามที่ได้รับจ้าง 3. มีทั้งคนที่รู้ทั้งรู้ว่าสิ่งที่ทำไม่ถูกต้องและรู้สึกผิดในใจอยู่ เท่าที่ทราบมาค่าตอบแทนของคนที่ต้องไปโหวต ราคาไม่เท่ากัน เช่น ใครที่ไปรอบแรกอย่างเดียวแล้วกลับบ้าน ก็อาจจะราคาถูกหน่อย ประมาณ 6000 ถึง 10,000 ไม่รวมค่าสมัคร 2500 ใครที่เข้ารอบประเทศก็อาจจะแพงหน่อย เช่น หนึ่งแสน ภาษาของพวกเขาตอนช่วงนั้นในขบวนการเรียกว่า“หนึ่งขีด”บางคนได้รับข้อเสนอห้าขีด บางคนได้รับข้อเสนอหนึ่งกิโล แต่สุดท้ายก็โดนเบี้ยวได้ประมาณคนละหนึ่งขีด

คนกลุ่มที่สาม หลายคนได้ไปให้การไว้ในคดีแล้วและได้เปิดตัวต่อสาธารณะแล้ว แต่เชื่อว่ายังมีมีคนอีกมากที่ไม่ได้เปิดและยังไม่กล้า ถ้าท่านยังรู้สึกผิดแต่ท่านไม่กล้าออกหน้าเอง ขอให้ท่านทราบว่าส่งข้อมูลและพยานหลักฐานมาให้เราได้เสมอ เดี๋ยวเราหาวิธีเปิดให้ เอาแบบไม่ต้องมาถึงตัวท่านก็ได้ กลุ่มที่สอง น่าจะพอซื้อได้ด้วยเงิน ผมเลยกำลังมีไอเดียว่า อยากจะลองประกาศเชิญชวนคนกลุ่มนี้ ถ้าใครย้ายข้างมาอยู่ข้างความถูกต้อง กล้าเอาข้อมูลที่เกิดขึ้นมาเปิดเผยต่อสาธารณะ โดยเฉพาะข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทางการโอนเงินและบุคคลที่เกี่ยวข้อง ถ้าข้อมูลใหม่พอและมีคุณค่ามากพอ ก็พร้อมจะจ่ายค่าตอบแทนให้สักสองเท่าของที่เคยรับมา ถ้าเราทำแบบนี้และมีคนช่วยกันแชร์มากพอคนโกงมันคงไปตามข่มขู่ปิดปากไม่หมดหรอก

จ่อเปิดเพิ่มหลักฐานโกงสว.

อันนี้เป็นหลักฐานมาที่ได้มาโดยไม่ได้สวยงาม ต้องกลั่นกรองละเอียดหลายชั้นว่าเชื่อได้แค่ไหน ซึ่งหลักฐานก็ไม่จำเป็นต้องยื่นศาล ถ้ามันเห็นชัดเจนพอ ก็เอามาเปิดเผยให้ผู้คนตาสว่างมากขึ้นก็คุ้มแล้ว อันนี้ยังเป็นไอเดียอยู่ และเห็นพี่น้องถามมาเยอะว่าอยากบริจาคช่วยค่าเดินทางผมไปต่อสู้คดี ก็เลยแวะมาถามว่ามีคนมีเงินคนไหนอยากเห็นข้อมูลใหม่ๆ จากพยานไหมครับ ช่วยกันจ่ายไหมครับ เผื่อมีคนพร้อมจ่ายเยอะจะได้ข้อมูลมากมายมหาศาลเลยทีเดียว จริงๆข้อมูลที่มีอยู่แล้วและกำลังรอวันเปิดก็มีอยู่อีกมาก ทำทันบ้างไม่ทันบ้าง แต่พอดีมีไอเดียโครงการนี้ก็เลยลงมาโยนไว้ก่อน อันนี้ยังไม่เริ่มนะครับ ระดมความคิดเห็นก่อน ใครคิดยังไงกับไอเดียนี้บอกได้ ถ้าตกผลึกดีดีแล้ว พร้อมแล้วจะประกาศทางการบนเพจอีกทีครับ

ภราดร’ไม่ฟ้อง-แต่’ภท.’เห็นตรงกัน

นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และสส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงกรณีพรรค ภท. เตรียมจะยื่นฟ้องหมิ่นประมาท นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) ที่ออกมากล่าวหา 9 บุคคลของพรรค ภท.อาจเกี่ยวกับคดีฮั้ว สว. ได้มีการพูดคุยกับนายยิ่งชีพแล้วหรือยังว่า ยังไม่ได้พูดคุย ปกติตนคุยกับเขาอยู่เรื่อยๆ แต่ไม่ได้บ่อย เพราะรู้จักกัน คุ้นเคยกัน พูดคุยกันได้ ผู้สื่อข่าวถามว่า มีโอกาสที่พรรคภท.จะไม่ฟ้องนายยิ่งชีพ หรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า ส่วนตัวไม่ได้ติดใจ แต่ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับพรรค ภท.ถ้าได้รับความเสียหายจากการกล่าวหา ก็ต้องเป็นเรื่องของพรรค พรรคเห็นแบบไหน เราในฐานะสมาชิกพรรค ก็ต้องเป็นไปตามนั้น อย่างไรก็ตาม เรื่องพรรคจะฟ้องหรือไม่ฟ้อง ตนเชื่อว่า เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

เมื่อถามถึงกรณีนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ออกมาระบุว่าที่นายภราดร ให้สัมภาษณ์ว่าพรรคปชน.ยัดข้อมูลให้นายยิ่งชีพนั้น เป็นการดูถูกมากเกินไป นายภราดร กล่าวว่าตนไม่ได้กล่าวหาแบบนั้น ตนเพียงตั้งข้อสังเกตว่า ใช่หรือไม่ ไม่ใช่เพียงแค่บอกว่าไม่ใช่ แค่นั้นเอง แต่ที่ผ่านมามันเหมือนจะเป็นอย่างนั้น ไอลอว์ เป็นองค์กรทางกฎหมาย ที่เมื่อก่อนผมก็ติดตาม แต่หลังๆ สำหรับผมเห็นว่าชักจะเป๋ไปนิดหนึ่ง ไปเลือกข้าง เหมือนเป็นขาหนึ่งของพรรคการเมือง ทำให้มาตรฐานของไอลอว์ดูต่ำลงไป เท่านั้นเอง นี่คือสิ่งที่ผมแสดงความเห็นเมื่อวันที่ 23ก.ค.ที่ผ่านมา

กรวีร์’โต้ฮั้วสว.ไร้หลักฐาน-ข้อมูลเก่า

ด้านนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล(วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์กรณี นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการไอลอว์ และภาคประชาสังคม เปิดเผยรายชื่อ 9บุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องคดีฮั้ว สว.ซึ่งปรากฏชื่อของตนเองรวมอยู่ด้วย ว่า ตนยินดีรับการตรวจสอบ แต่ต้องไม่ใช่การ ใส่ร้ายป้ายสี โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาตนติดภารกิจประชุมงบประมาณจึงยังไม่ได้ออกมาตอบโต้ ยืนยันว่าไม่ว่าจะเป็นนักการเมืองและบุคคลสาธารณะก็พร้อมให้สังคม ฝ่ายค้าน และองค์กรอิสระตรวจสอบอยู่แล้ว แต่กระบวนการตรวจสอบต้องอยู่บนพื้นฐานความถูกต้อง ไม่ใช่นำประเด็นที่ไม่มีมูลความจริงมาใส่ความฝั่งตรงข้ามเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง จนทำให้สังคมเกิดความเข้าใจผิด

นายกรวีร์ กล่าวอีกว่า ข้อมูลที่นำมายื่นต่อวิปฝ่ายค้านต่างก็ยอมรับเองว่า เป็นข้อมูลเก่า ที่เคยมีการตั้งกระทู้ถามและตรวจสอบผ่านชั้นกรรมาธิการแล้ว จึงน่าคิดว่า การออกมาเคลื่อนไหวในจังหวะลักษณะแบบนี้ย่อมทำไปเพื่อหวังผลทางการเมืองหรือไม่ กรณีดังกล่าวฝ่ายผู้ที่ถูกกล่าวหายอมรับเองว่า ไม่มีหลักฐานและไม่ใช่ข้อเท็จจริง ทำให้ผู้บริสุทธิ์ได้รับความเสียหายอย่างหนัก จึงจำเป็นต้องดำเนินคดีตามกฎหมายเพื่อปกป้องสิทธิ์และทวงคืนความเป็นธรรมให้ตนเอง ขณะนี้อยู่ระหว่างหารือกับพรรคและอีก 8ราย เพื่อพิจารณาข้อหาทางกฎหมายต่อไป

ไหม’เล็งตัดลดงบประมาณเกินจริง

ที่รัฐสภา น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงภาพรวมการพิจารณาร่างพรบ.งบฯปี70 ในวาระหนึ่งได้อภิปรายกันไปว่า มีการตัดงบฯหลายหน่วยงานค่อนข้างมาก ดังนั้นการพิจารณาเนื้อหางบประมาณจะไปในเชิงนโยบายเป็นหลักและเมื่อรัฐบาล รวมถึงสำนักงบประมาณได้ตัดงบค่อนข้างมากแล้ว ในชั้นอนุกรรมาธิการก็ไม่จำเป็นจะต้องตัดอะไรมากมาย ซึ่งสัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์แรกในการพิจารณาในชั้นอนุกรรมาธิการพบว่าแม้งบภาพรวมจะถูกตัดออกไปเยอะแล้ว แต่พบว่า ภาพรวมยังมีงบประมาณบางรายการที่สูงผิดปกติและมีการขอซ้ำซ้อนกัน เช่น กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ที่ได้รับงบประมาณสูงขึ้น 30% โดยที่ส่วนใหญ่เป็นคลาวด์กลางภาครัฐ ซึ่งเจตนาคือการรวบรวมการเช่าซื้อ การจัดเก็บข้อมูล มาไว้ที่ส่วนกลางเพียงส่วนเดียว ทำให้งบปีนี้เพิ่มขึ้น 5,000ล้านบาท เมื่อไปดูแต่ละหน่วยงานก็พบว่า มีการซื้อหรือเช่าระบบคลาวด์แยกกันอยู่ จึงเกิดความซ้ำซ้อนกัน ดังนั้นอนุกรรมาธิการที่พิจารณาแผนบูรณาการรัฐบาลดิจิทัลจะแขวนหน่วยงานที่เข้ามาซื้อ หรือเช่าคลาวด์เพิ่มเติมและขอให้มีการรับรองจากกระทรวงดีอีก่อนว่า ไม่ซ้ำซ้อนกัน

โวจิ้มไปตรงไหนก็เจอแต่ตั้งงบแพง

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวต่อว่า ส่วนกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้รับงบประมาณน้อยลง พบว่าสวัสดิการที่จะถึงมือประชาชนถูกตัดออกไปเยอะ แต่ไปได้งบประมาณที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการในหน่วยงานของตัวเอง เช่น กรมส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนพิการ เงินที่จะถึงมือคนพิการถูกปรับลดลง แต่จะมีการตั้งData Centerในการทำฐานข้อมูลและพบว่าการทำห้องData Center มีการซื้อของที่แพงเกินจริง เช่น ประตูหนีไฟ 2แสนบาท , ชุดสำรองไฟ 8แสนบาท,เก้าอี้สำนักงานตัวละ 15,000บาท ซึ่งส่วนนี้ต้อตัดกันตามระเบียบและยังพบความผิดปกติค่อนข้างมากและมีการตั้งงบฯในแต่ละรายการที่สูงเกินไป จึงจำเป็นต้องประสานงานปรับลดลงมาและจะส่งข้อมูลจากห้องกรรมาธิการชุดใหญ่ไปยังอนุกรรมาธิการ เพื่อตรวจสอบอย่างเข้มข้นในแต่ละรายการ ถึงแม้รัฐบาลบอกว่า ตัดงบตัวเองไปค่อนข้างมากแล้วเพื่อนำไปใช้ในรายจ่ายที่ไม่เพียงพอ เช่น บำเหน็จบำนาญข้าราชการ ค่ารักษาพยาบาลข้าราชการ แต่ก็ยังพบว่า ในโครงการหรือแต่ละรายการที่ผ่านเข้ามาในชั้นนี้ ยังมีหลายโครงการที่ยังต้องปรับอยู่ ไหนว่าตัดมาเยอะแล้ว แต่ว่าจิ้มไปตรงไหนก็ยังเจอจุดที่แพงเกินจริงอยู่

คลังจ่อเช็คบิลย้อนหลังสวมสิทธิ์

นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีกระทรวงการคลังเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ปรับเพิ่ม 3เงื่อนไขบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เช่น เกณฑ์ครอบครองรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และกลุ่มนักศึกษานอกระบบว่า เป็นการคงไว้จนกว่าจะเสร็จสิ้นกระบวนการอุทธรณ์ ซึ่งหากใครได้รับสิทธิ์ไหนก็จะยังคงได้รับสิทธิ์นั้นต่อไป และจะคงสิทธิ์ไว้จนถึงสิ้นเดือน ก.ย. โดยกลุ่มที่คัดกรองใหม่มีถึง 80% ที่รับโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60:40อยู่แล้ว ผู้สื่อข่าวถามว่า ยอดผู้ที่ได้รับสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ตอนนี้ได้กว่า 9 ล้านคน หากทบทวนใหม่จะมีจำนวนเท่าไหร่ นายภราดร กล่าวว่า ตนยังไม่รู้ตัวเลข ต้องรอผลการอุทธรณ์ก่อนว่า มีจำนวนมากน้อยเพียงใด แต่ยืนยันว่า รัฐบาลจะดูแลผู้ที่สมควรได้รับการดูแล หรือ เป็นคนจนจริง ที่ต้องได้รับสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ส่วนผู้ที่นำชื่อคนจนไปสวมสิทธิ์ ไม่ว่าจะนำชื่อไปเป็นกรรมการบริษัท ทำบัญชีม้า หรือนำไปใช้ลดหย่อนภาษีในฐานะลูกจ้าง เรื่องนี้เมื่อคลังดำเนินการตรวจสอบหลักเกณฑ์บัตรสวัสดิการฯเสร็จสิ้น ทางกระทรวงการคลังก็จะดำเนินการตรวจสอบในกลุ่มที่สวมสิทธิ์เหล่านี้ย้อนหลังต่อไป

สส.ภาวุธเลื่อนพบDSIคดีฟอเร็กซ์

ที่ศูนย์ราชการฯ อาคารซี (C) ชั้น2 โถงดีเอสไอ ถ.แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ได้พิจารณาออกหมายเรียกผู้ต้องหาทั้ง 22 ราย ในคดีซื้อขายฟอเร็กซ์ (Forex) ล่าสุด นายภิรัช ตรีเพชร ทนายความประจำตัวของ นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.พรรคประชาน (ปชน.)ได้เดินทางเข้าพบคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ เพื่อยื่นเอกสารขอเลื่อนหมายเรียกผู้ต้องหาครั้งที่ 1

นายภิรัช เปิดเผยหลังเข้ายื่นหนังสือขอเลื่อนหมายเรียกผู้ต้องหาครั้งที่ 1 ของ นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ หรือสส.ป้อม ว่า ตนรับมอบหมายจากลูกความให้ยื่นหนังสือขอเลื่อนหมายเรียกรับทราบข้อกล่าวหากับดีเอสไอ เนื่องด้วยลูกความได้รับหมายเรียกกระทันหันอย่างมาก และวันนี้ยังติดภารกิจอื่นอีกด้วย โดยลูกความได้รับหมายเรียกเมื่อช่วงบ่ายวานนี้ (23 ก.ค.69) จึงขอให้มาเลื่อนหมายเรียกวันนี้ออกไปเป็นช่วงต้นเดือน ส.ค.69 แทน ซึ่งพนักงานสอบสวนก็อนุญาต อีกทั้งลูกความยังคงอยู่ระหว่างการเตรียมเอกสารให้ครบทุกประเด็น ทั้งนี้ เรายืนยันว่ามีความพร้อมที่จะเข้ามาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาในทุกประเด็น

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top