วันเสาร์ ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
“แสวง” ยืนยัน กกต.รับฟังทุกความเห็นต่อคดีฮั้ว สว. ไม่กระทบข้อเท็จจริงในสำนวน ย้ำทำหน้าที่ตามกฎหมาย ไม่ใช่ตามความต้องการคนกลุ่มใด ไม่หวั่นแรงสังคมกดดัน เจอทุกวัน
วันที่ 25 กรฎาคม 2569 ที่จังหวัดร้อยเอ็ด นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ชี้แจงความคืบหน้าของ กกต. ชุดใหญ่ในการพิจารณาสำนวนคดีฮั้ว สว.จะดำเนินการส่งฟ้องต่อศาลหรือไม่ ว่า กกต.เคยชี้แจงไปแล้ว ว่าจะเสร็จสิ้นภายในเดือนหน้า หรือเดือนสิงหาคม โดยคาดว่าเหลือจำนวนการประชุมอีก 4 ครั้ง ซึ่งกรณีดังกล่าว กกต.ได้เคยชี้แจงไปแล้ว
"ในกรณีคดีฮั้ว สว.เป็นข่าวทุกวัน แต่ไม่ว่าใครจะจัดกิจกรรมอะไร หรือมีความเห็นอย่างไรก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นมาแล้ว และไม่ได้เปลี่ยนวิธีหรือขั้นตอนการพิจารณาของ กกต. เพราะเป็นขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดไว้ คือ ให้มีมติว่าผิด หรือไม่ผิด เป็นความเห็นเบื้องต้น ก่อนจะส่งไปที่ศาล ซึ่งความเห็นข้างนอก เราก็ฟัง ไม่ว่าความเห็นหรือความรู้สึก ก็ฟังอยู่ตลอด เพียงแต่ไม่ได้กระทบข้อเท็จจริง และวิธีการพิจารณาตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด" นายแสวง กล่าว
นายแสวง ยังกล่าวว่า เมื่อเราจะพิจารณาว่าใครเป็นคนผิด อย่างแรกคือกฎหมายต้องกำหนดว่า เรื่องนั้นเป็นความผิดก่อน แล้ว กกต. ค่อยมาดูข้อเท็จจริง พยานหลักฐานที่รวบรวมได้ แต่ถ้าเป็นความเห็น หรือสิ่งที่อยู่รอบนอกสำนวน ซึ่งขณะนี้อาจจะอยู่หรือไม่อยู่ในสำนวนแล้วก็ได้ ถ้าเป็นความเห็นก็อาจจะต่างจากข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นแล้ว เป็นหน้าที่ของเราที่จะต้องรวบรวมและพิสูจน์
ส่วนกรณีที่พรุ่งนี้ (26 ก.ค.)พรรคประชาชนนัดหมายแถลงข่าวจะเปิดเผยพยานหลักฐานในคดีฮั้ว สว.เพิ่มเติมนั้น นายแสวง กล่าวว่า กกต.ก็คงจะดูอยู่ กล่าวคือ ดูว่าข้อมูลนั้นอยู่ในสำนวนหรือไม่ ซึ่งทั้ง กกต.หรือคณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวนชุดที่ 26 รวมถึงคณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดชุดที่ 36 ก็จะทราบว่ามีอยู่ในสำนวนหรือไม่
ทั้งนี้ ตามหลักทั่วไป เมื่อพยานให้การในสำนวนก็อาจจะพูดแบบหนึ่ง แต่เมื่อไปพูดข้างนอกก็อาจจะพูดอีกแบบก็ได้ ซึ่งจะไม่เหมือนพยานหลักฐาน จึงต้องมาดูพยานหลักฐานที่รวบรวมได้ก่อน เป็นความเห็นหรือข้อกล่าวหามากกว่า โดย กกต. ได้ให้แนวทางไปหลายคดี ซึ่งบางเรื่องที่ยกไปแล้วก็มี รวมถึงได้ให้ข้อสังเกตในการทำงานของ กกต.เราก็ต้องนำมาพิจารณาเพื่อเสนอ
ส่วนหากท้ายสุดแล้ว กกต.สั่งไม่ฟ้องนั้น จะทำให้ถูกมองว่าวินิจฉัยขัดกับความรู้สึกของสังคมหรือไม่ นายแสวง กล่าวว่า สุดท้ายเรื่องจะจบอยู่ที่พยานหลักฐาน คำชี้แจงในคำวินิจฉัยมีทุกเรื่อง ซึ่งมีที่มาที่ไปทั้งหมด เราคงไม่ได้ตัดสินตามความรู้สึกหรือความต้องการของใคร แต่ตัดสินตามข้อเท็จจริงที่รวบรวมได้ ไม่ใช่ตามความเห็นของใครคนใดคนหนึ่ง หรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า กกต.พร้อมจะเผชิญกับแรงเสียดทานจากสังคมหรือไม่ นายแสวง กล่าวว่า "ก็เป็นอย่างนี้ทุกวันอยู่แล้ว"
ส่วนกรณีที่ผู้ถูกกล่าวหาได้ฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้นำข้อมูลมาเปิดเผยนั้น นายแสวงกล่าวว่า เรื่องนั้นเป็นการรักษาสิทธิของตัวเขาเอง ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับสำนวนของเรา ขณะที่การเปิดเผยคลิปผู้สมัคร สว. ที่ส่งโพยให้ กกต. โดยอ้างว่าเป็นคลิปที่ไม่ได้ส่งให้ กกต. แต่เผยแพร่ผ่านสื่อนั้น นายแสวง เชื่อว่าเรามีคลิปทุกคลิป อยู่ในสำนัก งาน กกต.อยู่แล้ว เพราะกฎหมายให้สำนัก งาน กกต.บันทึกทุกขั้นตอนในการลงคะแนนตั้งแต่ระดับอำเภอ ระดับจังหวัด ไปจนระดับประเทศ และกรณีคลิปผู้สมัคร สว.ก็อยู่ในข้อเท็จจริง ซึ่งมีหลายประเด็นและตนเองคงไม่ลงรายละเอียด
"เราต้องอยู่ด้วยกฎหมาย เราไม่ได้อยู่บนความต้องการของใคร การแสดงความคิดเห็นเป็นเสรีภาพ ถ้าไม่ไปละเมิดสิทธิของผู้อื่นโดยเฉพาะฝ่ายการเมือง เมื่อไปอยู่ตรงนั้น แสงสว่างมันส่อง ตามหลักการคือให้ตรวจสอบได้ แต่เมื่อท่านเห็นว่าคนอื่นไปละเมิดสิทธิท่าน ท่านก็สามารถใช้สิทธิได้ แต่ในส่วนของเรา มันไม่ได้เปลี่ยนข้อเท็จจริง มันไม่ได้เกิดพรุ่งนี้หรือมะรืน แต่เรื่องมันเกิดขึ้นมาแล้ว และมันไม่ได้เปลี่ยนวิธีทำงานของ กกต. เพราะเราต้องทำงานตามกฎหมาย" นายแสวง กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี