543.jpg
หั่นจาก3ล.เหลือ2ล.คน ทำหมันขรก. ยุบตำแหน่งไม่จำเป็น

หั่นจาก3ล.เหลือ2ล.คน ทำหมันขรก. ยุบตำแหน่งไม่จำเป็น

วันอาทิตย์ ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

หั่นจาก3ล.เหลือ2ล.คน
ทำหมันขรก.
ยุบตำแหน่งไม่จำเป็น
ปกรณ์ชงแผนเข้าครม.

“ปกรณ์” เผยสิงหาคมนี้ ชง ครม. แผนคุมอัตราข้าราชการ ยุบอัตราตำแหน่งที่ไม่จำเป็น ทั้งรายงานสรุปผลความคิดเห็นเออร์ลี่รีไทร์ จ่อหั่นจาก 3 ล้านคนให้เหลือแค่ 2 ล้านคน แล้วลุยปรับเงินเดือน

เมื่อวันที่ 25 ก.ค. นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินมาตรการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนดของข้าราชการ (Early Retirement) ว่า ตอนนี้อยู่ขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็น 15 วัน ตั้งแต่วันนี้จนถึง 5 สิงหาคมนี้ โดยจากการเปิดรับฟังความคิดเห็นช่วง 3 วันแรก ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากมีผู้เข้าไปร่วมแสดงความเห็นมากกว่า 8,000 ความเห็น ซึ่งขั้นตอนต่อจากนี้จะสรุปผลข้อเสนอแนะต่าง ๆ เป็นหลักการเพื่อนำเสนอในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้รับทราบในช่วงกลางเดือนสิงหาคม 2569 นี้


ขณะเดียวกันในช่วงต้นเดือนสิงหาคมนี้ จะมีการเสนอ ครม. ในเรื่องการควบคุมอัตรากำลังข้าราชการทั้งหมด อาทิ กลุ่มข้าราชการพลเรือน ทหาร ตำรวจ ซึ่งภาพรวมทั้งระบบมีประมาณ 3 ล้านกว่าคนไม่เพิ่มขึ้นไปกว่านี้ เพราะถ้าสูงขึ้นอีกอาจกระทบกับภาระงบประมาณ และอัตราที่มีอยู่ในปัจจุบันก็มีจำนวนเต็มที่ที่สามารถรองรับได้ รวมถึงจะมีการเสนอให้ยุบอัตราเกษียณอายุ โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีการปลดออก ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ หรือ ก.พ.ร. กำลังตรวจสอบอยู่ ส่วนตำแหน่งสำคัญๆก็ยังคงอยู่ แต่ยอมรับว่าหลายตำแหน่งก็ไม่จำเป็น

รองนายกฯ กล่าวว่า เป้าหมายของโครงการนี้คือการปรับปรุงโครงสร้างเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศโดยหากเราลดจำนวนคนลงได้จาก 3 ล้านคนเหลือ 2 ล้านคนภายใต้ฐานงบประมาณก้อนเดิมจะช่วยให้ค่าเฉลี่ยของเงินเดือนและสวัสดิการของข้าราชการที่ยังอยู่ในระบบสูงขึ้นตามไปด้วย ซึ่งถือเป็นแรงจูงใจสำคัญที่จะดึงดูดคนเก่งเข้ามาทำงานราชการและยังเป็นการปรับตัวตามแนวโน้มของบริษัทขนาดใหญ่ทั่วโลกที่หันมาลดขนาดองค์กร

อย่างไรก็ตามกลไกการบริหารจัดการอัตรากำลังใหม่นี้จะเน้นการยุบเลิกตำแหน่งที่ว่างลงจากการเกษียณอายุราชการในลักษณะค่อยเป็นค่อยไป เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบที่รุนแรงต่อการทำงานในปัจจุบันแต่จำเป็นต้องทำเพื่อปรับลดขนาดองค์กรให้มีความคล่องตัวสูงขึ้นตามสภาพสังคม โดยรองนายกฯ ยอมรับว่า ในการปรับฐานเงินเดือนข้าราชการนั้น หากทุกอย่างเดินหน้าตามแผนที่กำหนดไว้ได้ เชื่อว่า การปรับเพิ่มฐานเงินเดือนของราชการทั้งระบบก็สามารถปรับขึ้นได้เช่นกัน

เมื่อถามถึง เกณฑ์มาตรการเกษียณอายุราชการ ที่นำมารับฟังความเห็นซึ่งมีหลายข้อเสนอ เช่น ช่วงอายุ การรับเงินก้อน จะมีการปรับให้ลงตัวอย่างไร นายปกรณ์ ยอมรับว่า เกณฑ์มาตรการเกษียณต้องนำมาปรับ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน หรือ ก.พ., สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ หรือ ก.พ.ร., กรมบัญชีกลาง และสำนักงบงบประมาณ จะพิจารณาหลายมิติ

แต่หลักการรัฐจะต้องช่วยเขาจ่ายคือ 1.เพื่อเป็นแรงจูงใจให้เจ้าที่ข้าราชการร่วมโครงการ 2.บำเหน็จบำนาญที่ต้องจ่าย ต้องดูงบประมาณว่ามีเท่าไหร่และจะจ่ายแบบไหน ดังนั้นเมื่อได้ข้อมูลทุกด้านว่าจะต้องนำมาปรับดำเนินการอย่างไรได้บ้าง เพื่อได้ประโยชน์สูงสุดกับผู้ที่เข้าร่วมโครงการและภาครัฐ ส่วนเป้าหมายยังไม่ได้มีการกำหนดเพราะต้องดูผู้สนใจร่วมโครงการว่ามีมากน้อยเพียงใดก่อน แต่เท่าที่เห็นจากผู้มาร่วมแสดงความเห็นก็มีจำนวนมากอยู่

ด้านนางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบราชการและการบริหารทรัพยากรบุคคลภาครัฐควบคู่กับการรักษาวินัยการคลัง จึงสนับสนุนการเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อ มาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนดของข้าราชการพลเรือนสามัญ (หลักการ) ครั้งที่ 1 ซึ่งสำนักงาน ก.พ. เปิดรับฟังความคิดเห็นผ่านระบบกลางทางกฎหมาย ระหว่างวันที่ 22 กรกฎาคม – 5 สิงหาคม 2569 เพื่อเปิดโอกาสให้ข้าราชการ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง และประชาชน ร่วมเสนอข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ ก่อนนำไปประกอบการพิจารณาปรับปรุงมาตรการให้มีความเหมาะสม รอบด้าน และสอดคล้องกับการบริหารกำลังคนภาครัฐในระยะยาว

ขณะนี้มีผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นแล้วกว่าหมื่นคน สะท้อนถึงความตื่นตัวและการมีส่วนร่วมในการกำหนดแนวทางการบริหารทรัพยากรบุคคลภาครัฐ โดยรัฐบาลให้ความสำคัญกับการรับฟังความคิดเห็นอย่างรอบด้าน เพื่อให้การกำหนดนโยบายเป็นไปอย่างโปร่งใส มีประสิทธิภาพ และตอบโจทย์การบริหารราชการแผ่นดิน

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การเปิดรับฟังความคิดเห็นครั้งนี้สอดคล้องกับแนวทางการบริหารงบประมาณของภาครัฐ หลังสภาผู้แทนราษฎรมีมติรับหลักการร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ซึ่งสะท้อนว่ารายจ่ายประจำ โดยเฉพาะงบบุคลากร ค่ารักษาพยาบาล และบำเหน็จบำนาญ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และรวมกันคิดเป็นกว่าร้อยละ 70 ของรายจ่ายประจำ ขณะที่รัฐบาลเดินหน้าปรับปรุงประสิทธิภาพภาครัฐอย่างต่อเนื่อง ทั้งการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาสนับสนุนการทำงาน พัฒนาระบบราชการให้คล่องตัว และบริหารอัตรากำลังให้สอดคล้องกับภารกิจของแต่ละหน่วยงาน เพื่อยกระดับการให้บริการประชาชนควบคู่กับการใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน

“มาตรการดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นต่อหลักการ และยังไม่มีผลบังคับใช้ รัฐบาลพร้อมรับฟังข้อคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เพื่อนำไปประกอบการพิจารณาในขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง โดยทุกความคิดเห็นจะเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนานโยบายให้มีความเหมาะสม สร้างสมดุลระหว่างการบริหารทรัพยากรบุคคลภาครัฐกับการรักษาวินัยการคลังของประเทศ” นางสาวรัชดา กล่าว

ทั้งนี้ รัฐบาลเชิญชวนข้าราชการ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง และประชาชน ร่วมแสดงความคิดเห็นต่อ มาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนดของข้าราชการพลเรือนสามัญ (หลักการ) ครั้งที่ 1 ได้จนถึงวันที่ 5 สิงหาคม 2569 ผ่านระบบกลางทางกฎหมาย https://shorturl.ocsc.go.th/qr/EARLY เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาระบบบริหารทรัพยากรบุคคลภาครัฐให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสอดคล้องกับการพัฒนาประเทศในอนาคต

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top