วันจันทร์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ฝ่ายค้านถล่มต่อเนื่อง
แฉซ้ำฮั้วสว.
เปิด5ขั้นตอนปมโกง
อดีตผู้สมัครโผล่เล่ายิบ
จองตั๋วบินยันวันโหวต
ไอติมขู่ห้ามตัดตอนคดี
นายกฯลุยฟ้อง‘ไอลอว์’
ฝ่ายค้านเปิดเวทีเจาะหลักฐานคดีฮั้วสว. ภาค 2 ด้าน “ไอติม”เปิด 5 ฉากทัศน์ขบวนการลึกกว่าโพย เตรียมการจ้างสมัคร-โหวตทั่วประเทศดักคอกกต.ห้ามตัดตอนขู่ฟ้อง ม.157 หากล้มคดีพร้อมเปิดซักฟอก ขณะที่อดีตผู้สมัครเล่าเป็นฉากๆ ทั้งจองตั๋วเครื่องบินจัดประชุมโรงแรม พร้อมเสนอเงิน ด้าน “ยิ่งชีพ” ยังปากแจ๋วท้าชนนายกฯ-ภมิใจไทยคดีฟ้องหมิ่นประมาท ส่วน‘อนุทิน’โผล่คอมเมนต์เดินหน้าจัดหนักไอลอว์
เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2569 ที่รัฐสภา คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) นำโดย นายพริษฐ์วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน นำจัดกิจกรรม «ครบรอบ 2 ปี เลือก สว. - เจาะลึกหลักฐานคดีฮั้ว สว. (ภาค 2)”
โดยมีผู้ร่วมอภิปรายและพยานบุคคลร่วมเสวนาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ได้แก่ น.ส.สิริพรรณ นกสวน สวัสดี อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ พ.ต.อ.สมยศ สีหาบัว อดีตผู้สมัคร กลุ่ม 15 จ.ภูเก็ต นายทรงยศ เหมหงษ์ อดีตผู้สมัครสว.กลุ่มที่ 16 จ.ภูเก็ต นายสมนึก สุชัยธนาวนิช อดีตผู้สมัคร สว.กลุ่ม 4 จ.สุโขทัย และนางกุสุมาลวตี ศิริโกมุท สว.กลุ่มสำรอง
ไอติมซัดคดีฮั้สว.อืด2ปีไม่ถึงศาล
โดย นายพริษฐ์ กล่าวเปิดเวทีว่า คดีโกง สว.แม้จะถูกพูดถึงและมีการขับเคลื่อนมา 2 ปี แต่ที่กังวลใจคือ เรื่องไปไม่ถึงศาล เพราะหน่วยงานที่ตรวจสอบอาจทำหน้าที่ไม่ตรงไปตรงมา เช่น คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ 4 ใน 7กกต.ที่ถูกเห็นชอบโดย สว.ชุดปัจจุบัน และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เกียร์ว่างและยังมีการเปลี่ยนตัวปลัดกระทรวงยุติธรรม
นายพริษฐ์ กล่าวว่า เมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้วที่มีการจัดงานภาคแรก เป็นการสื่อสารเพื่อให้ประชาชนร่วมกันตรวจสอบหน่วยงานตรวจสอบทำงานตรงไปตรงมาหรือไม่ สิ่งที่เราทำได้คือการทำให้เรื่องนี้อยู่ในแสงสว่าง สังคมไม่กระพริบตา โดย 2 สัปดาห์ที่แล้ว เรามีการเปิดหลักฐานเกี่ยวกับโพยฮั้ว สว.
แฉจ้างสมัคร-โหวตทั่วประเทศ
“มาถึงวันนี้เราก็เห็นแล้วว่า 1 ในผู้สมัครที่ยื่นโพยให้ กกต.ไม่ใช่คนแปลกหน้า แต่เป็น นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ซึ่งเราได้เรียนรู้เพิ่มเติมว่าก่อนที่จะมาเป็นโพยในการเลือก สว.วันนั้น มีขบวนการที่มีการเตรียมการกันมาก่อนล่วงหน้า ไม่ใช่แค่ขบวนการของการจัดทำโพยแล้วแลกเปลี่ยนคะแนนกันอย่างเป็นระบบ แต่เป็นขบวนการจ้างคนมาสมัคร จ้างคนมาโหวตกระจายตัวไปในหลายจังหวัดทั่วประเทศ” นายพริษฐ์ กล่าว
จับตาทุกวินาทีจนกว่ากกต.มีมติ
นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า เมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้ว เป็นการตอกย้ำรายละเอียดและองค์ประกอบของคดีนี้ชัดเจนขึ้น แต่เท่านั้นไม่พอ เวลานี้เราทุกคน ไม่รู้ว่า กกต.จะมีมติชี้ขาดว่าจะสั่งฟ้องใคร จะยกคำร้องใครในวันไหน ดังนั้น ทุกวินาทีหลังจากนี้จนกว่า กกต.จะมีมติ ตนเห็นว่าหากพวกเรามีข้อมูลอะไรเพิ่มเติมที่สามารถนำเสนอต่อสาธารณะได้ เกี่ยวกับขบวนการดังกล่าวก็ล้วนเป็นประโยชน์ต่อสังคมในการร่วมกันตรวจสอบการทำหน้าที่ของ กกต.ที่กำลังจะลงมติในเร็วๆ นี้
“ นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เราต้องมาจัดงานอีกครั้งในวันนี้เพื่อนำเสนอข้อมูลบางส่วนและรวบรวมข้อมูลบางส่วนที่อาจจะยังกระจัดกระจายอยู่ให้ทุกคนได้เห็นภาพชัดเจนขึ้น”นายพริษฐ์กล่าว
อดีตผู้สมัครสว.เล่ายิบขั้นตอนฮั้ว
ในช่วงพยานเปิดหลักฐาน พ.ต.อ.สมยศกล่าวว่า หลังจากที่ตนผ่านการเลือกระดับจังหวัดแล้ว ตนได้จองตั๋วเครื่องบินในวันที่ 19 มิถุนายน 2567 เพื่อเตรียมตัวเดินทางมากรุงเทพฯ ในวันที่ 25 มิถุนายน 2567 เพราะจะมีการเลือกระดับประเทศในวันที่ 26 มิถุนายน 2567แต่ในช่วงวันที่ 21-22 มิถุนายน 2567 ได้มีสว.คนหนึ่งในภาคใต้ที่ผ่านเลือกระดับจังหวัดเช่นเดียวกับตนก็ได้โทรศัพท์มาหาตนและบอกว่ามีอดีตผู้สมัคร ส.ส.โทรประสานจะจองตั๋วเครื่องบินให้เอง แต่ให้ส่งสำเนาบัตรประชาชนผ่านทางทีมงานไป
พ.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า ทั้งนี้ ตนก็เอะใจ แต่ก็ได้ส่งสำเนาไปให้ ซึ่งต้องเดินทางมาพร้อมกับเขาในวันที่ 23 มิถุนายน 2567 โดยในเที่ยวบินนั้นมีการเดินทางมาพร้อมกัน 10 กว่าคน และนั่งรถต่อมารวมตัวกันที่ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน เพื่อเช็กดูว่ามาจากภูเก็ตกี่คน หลังจากนั้นก็พาเข้าที่พักที่โรงแรมแถวสาทร และมีการนัดเลี้ยงอาหารแบบล่องเรือด้วย
อ้างประชุมวางแผนกันที่โรงแรม
ต่อมาวันที่ 24 มิถุนายน 2567 ทีมงานของผู้สมัคร ส.ส.ก็บอกให้พวกตนไปที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ซึ่งตอนแรกไม่ยอมบอกว่าเป็นโรงแรมอะไร บอกเพียงแค่ให้ไปที่ห้างฟิวเจอร์พาร์คก่อน ก่อนจะมีการประสานมาว่าให้เดินทางต่อไปที่โรงแรมย่านปทุมธานี ซึ่งพวกตนก็เอะใจว่าทำไมถึงไม่ให้นั่งเดินทางไปครั้งเดียวเลย
เมื่อไปถึงก็มีการจัดประชุมกันที่โรงแรม โดยในโรงแรมดังกล่าวมีผู้สมัครจาก 3 จังหวัดคือ พังงา ภูเก็ต และกระบี่ โดยที่แต่ละห้องแยกกันเป็นแต่ละจังหวัด และให้พวกตนได้จดหมายเลขที่ต้องเลือกรอบแรก และจดหมายเลขที่ต้องเลือกในรอบไขว้ รวมถึงมีการอธิบายว่าเมื่อเลิกประชุมแล้วให้มีการเก็บเอกสาร สว.3 ไว้ที่ทีมงาน แล้วให้ไปรับในวันรุ่งขึ้นที่เมืองทองธานีก่อนที่จะเลือกตั้ง
ให้ใส่เสื้อเหลืองเป็นสัญลักษณ์
นอกจากนี้ยังมีการบอกให้ใส่เสื้อสีเหลืองที่มีตราสัญลักษณ์ความจงรักภักดี แต่ตนก็ได้โต้แย้งไป และไม่ยอมให้เก็บเอกสาร สว.3 ขณะที่สว.คนดังกล่าวได้ซักถามถึงว่าทำไมจึงไม่มีชื่อเขาเป็นตัวแทนที่จะไปเป็น ส.ว. ได้รับคำตอบว่าเป็นการแรนด้อมของคอมพิวเตอร์ หลังจากที่กลับมาจากประชุมตนก็ได้คุยกับสว.คนที่ประสานงานว่าเป็นการครอบงำที่ไม่ถูกต้องในเรื่องที่มีสมาชิกพรรคการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง และต้องเลือกตามเบอร์ที่เขาล็อกไว้
ปูดทีมงานผู้สมัครสส.เอาซองมาให้
พ.ต.อ.สมยศกล่าวอีกว่า โดยในวันที่ 25 มิถุนายน 2567 ช่วงเช้า ขณะที่ตอนอยู่ในห้องพักกับสว.คนดังกล่าวก็ได้มีทีมงานของผู้สมัคร ส.ส.ถือซองขาวใส่ธนบัตรมายื่นให้ โดยสว.คนดังกล่าวสอบถามว่าเป็นซองอะไร ทีมงานบอกว่าเป็นซองค่าใช้จ่ายในกรุงเทพฯ ทางสว.คนดังกล่าวจึงสอบถามต่อว่าเท่าไหร่ ทีมงานที่เอามาให้บอกว่า 1 หมื่นบาท แต่สว.คนดังกล่าวไม่ได้รับเงินเนื่องจากไม่มีของตน จึงคืนเงินไปและขีดฆ่าชื่อที่เซ็นรับ
“จากนั้นพวกตนจึงตัดสินใจเช็กเอาต์ออกจากโรงแรมที่ทีมงานของผู้สมัคร ส.ส.จองให้แล้วไปพักอีกโรงแรม ซึ่งเมื่อผลการเลือกตั้งออกมาก็ตรงตามที่เราได้เขียนไว้ทั้งนั้น ไม่รู้ว่าขบวนการเช่นนี้เขาเรียกว่าฮั้วหรือไม่”พ.ต.อ.สมยศ กล่าว
จองตั๋วเครื่องบิน-พาไปโรงแรม
ด้านนายทรงยศ เหมหงส์ ผู้สมัคร ส.ว.จังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ส.ว.รายหนึ่งได้จองตั๋วเครื่องบินและโรงแรมที่เดียวกันให้ แต่ตนเดินทางไปเอง โดยก่อนวันเลือกตั้ง ตนได้รับโทรศัพท์จากผู้สมัคร ส.ว.ภูเก็ตรายหนึ่งติดต่อให้เดินทางไปที่โรงแรมย่านปทุมธานี ในช่วงบ่าย ซึ่งเมื่อไปถึงโรงแรมได้พบกับผู้สมัคร ส.ส.ยืนคอยต้อนรับและสังเกตการณ์ผู้สมัคร ส.ว.จากจังหวัดภูเก็ต และในการประชุมมีการแยกเป็นทีละจังหวัด เพราะมีผู้บรรยายเพียงคนเดียวคือนายส. ซึ่งได้มีการเก็บเครื่องมือสื่อสารไว้ที่หลังห้องประชุม
นายทรงยศกล่าวต่อว่า หลังประชุมเสร็จก็มีการเก็บ สว.3 โดยในตัวเลขที่ให้มีการจดนั้นมีตัวเลขเดียวที่จะได้เป็น ส.ว. คือคนที่เป็น ส.ว.คนปัจจุบัน ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายตนไม่ได้รับ เพียงแค่ได้รับทราบมาว่ามีการจ่ายเงิน โดยในวันเลือก ตนได้นำเอกสาร สว.3 ขึ้นมาเช็กคะแนนว่าเป็นไปตามโพยหรือไม่ ทำให้ผู้สมัครที่นั่งข้างๆ เห็นและนำตนไปร้องเรียนที่ กกต.ว่าทุจริต ทำให้ได้เข้าไปให้ข้อมูลและกลายเป็นพยาน อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เลือก ส.ว.เสร็จก็มีการโทรมาเช็กว่าตนไม่ลงคะแนนให้
อ้างคนใกล้ชิดนักการเมืองประสาน
ด้านนายสมนึกกล่าวว่า ในกรณีของตนนั้นถูกประสานโดยบุคคล 2 คน ที่ใกล้ชิดกับนักการเมืองใหญ่ติดต่อให้ไปพบที่ร้านกาแฟหน้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พร้อมระบุว่า มีคน 10 คนที่พร้อมเลือกไปด้วยกัน แต่เมื่อไปถึงพบว่ามีผู้มาร่วม 7 คน
นายสมนึกกล่าวต่อว่า วันต่อมาได้นัดหารือกันโดยต้องลงทะเบียน 600 บาท เป็นค่าอาหารกล่องและค่าสถานที่ และแนะนำตัวทีละกลุ่มทั้งนี้ระหว่างหารือมีคนที่หนึ่งโทรศัพท์มาตามให้ไปที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เวลา 14.00 น. เพราะที่พระนครเหนือเป็นละครฉากหนึ่งเท่านั้น ซึ่งตนไปตามนัดหมาย พร้อมกับพี่ชายที่เป็นผู้สมัคร ส.ว.กลุ่มอุตสาหกรรม จ.สุโขทัย โดยคนที่มาพูดคุยกับตนและพี่ชายว่า ทางพรรครับที่จะให้เป็น ส.ว.สาธารณสุข แต่ทางพรรคขอให้เซ็นใบลาออกไว้ โดยไม่ลงวันที่และขอสำเนาบัตรประชาชนไว้ พร้อมบอกว่าไม่ต้องตกใจจะควบคุมการยกมือตามนโยบายพรรคเท่านั้น
เผยมี5-6คนมาสอนทำโพย
“อีกเรื่องคือ ต้องมีการประชุมเพื่อทำโพย โดยในโพยนั้นอาจไม่ได้เลือกเลขของตัวเอง แต่สัญญาว่าได้ ส.ว.แน่นอน ผมจึงปรึกษากับพี่ชาย คนที่ให้ผมมาโปรไฟล์ดีเป็นระดับเป็นที่ปรึกษา แล้วบอกว่าไม่ต้องหาเสียงแล้ว ผมจึงยอมเซ็น จากนั้นเข้าสู่กระบวนการทำโพย มีคนหนุ่ม 5-6 คนสอนทำโพย พร้อมกับคนที่ผ่านจังหวัดสุโขทัยเกือบ 30 คน ทั้งนี้ รอบแรกผมมีชื่ออยู่ แต่ทราบว่าโพยรอบสองถูกแก้ ให้เอาหัวหน้าอนามัยมาแทนผม และผมรู้ในเวลาต่อมาว่า คนที่มาแทนเป็นลูกน้องของคนประสานผมคนที่หนึ่ง โดยมีการปลุกไปแก้ใบ สว.3 ตอนตีสอง แต่อย่างไรก็ตาม ตอนลงคะแนนผมก็กาตามโพยที่ให้ไว้” นายสมนึกกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงหนึ่ง น.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคประชาชน กล่าวตอนหนึ่งว่า ตนขอขอบคุณพยานที่มาร่วมเวที เพราะทราบว่ามีกระบวนการข่มขู่พยาน ทำให้พยานกลัว คุกคามประชิดตัวเข้าหาในพื้นที่ ฉะนั้น คนที่ปรากฏตัวบนเวทีตนขอขอบคุณที่กล้ายืนยัน
‘สาทิตย์’จี้แสวงหาข้อเท็จจริง
ด้านนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวตอนหนึ่งว่า ตนขอฝากไปยัง นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ก่อนหน้านั้นระบุว่าข้อมูลของฝ่ายค้านจะนำไปพิจารณาว่าอยู่ในสำนวนหรือไม่ หากอยู่ในสำนวนคือเรื่องที่กำลังพิจารณา
ทั้งนี้ สิ่งที่นายแสวงระบุเหมือนว่าสิ่งใดที่ไม่อยู่ในสำนวนแค่รับฟัง กับการพูด หรือ เปิดข้อเท็จจริงทุกวัน กกต.โดยนายแสวงจะไม่สนใจ ซึ่งเท่ากับว่า กกต.จะทำผิดกฎหมาย พ.ร.ป.ว่าด้วย กกต.ที่ใช้ระบบสืบสวนหาข้อเท็จจริงด้วยระบบไต่สวน คือ แสวงหาข้อเท็จจริง ดังนั้นนายแสวงต้องแสวงหาข้อเท็จจริง
ขู่กกต.ไม่ยื่นศาลเจอม.157แน่
นายสาทิตย์ กล่าวว่า ขอฝากไปยัง กกต.หากปฏิเสธการแสวงหาข้อเท็จจริงในกระบวนการไต่สวน
วันหนึ่งหากตัดสินใจไปในทางที่ไม่ฟ้อง หรือไม่ยื่นศาลคดีฮั้ว สว.เจอ 157 แน่นอน และหากเจออย่าลืมคดีของคุณวาสนา เพิ่มลาภในอดีตด้วย ทั้งนี้ เป็นประเด็นใหญ่และเชื่อว่าจะมีคนออกมาให้ข้อเท็จจริงอีกมาก จึงเป็นหน้าที่ของ กกต.ชุดใหญ่ แสวงหาข้อเท็จจริงในกระบวนการไต่สวนทั้งหมด
วิปฝ่ายค้านพร้อมคุ้มครองพยาน
นอกจากนั้นมองว่า กกต.ไม่มีทางอื่นนอกจากส่งศาล ขณะที่กระบวนการที่ผิดปกติ และมีข้อพิรุธต่อการทำงานของ กกต.ที่ไม่รับสำนวนของดีเอสไอ หรือข้อมูลใหม่ๆ ถือว่า กกต.เป็นนองค์กรที่ไม่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชน จึงต้องส่งศาลเท่านั้น
นายสาทิตย์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังพบว่ามีประเด็นข่มขู่พยานวิปฝ่ายค้านต้องแสวงหาความร่วมมือเพื่อคุ้มครองพยานเพื่อให้เรื่องนี้เดินไปสู่ข้อเท็จจริงเพราะการฮั้ว สว.คือรัฐประหารประชาธิปไตยที่ปล่อยไว้ไม่ได้
นักวิชาการเปิด3ฉากทัศน์ฮั้วสว.
ด้าน นางสิริพรรณ นกสวน สวัสดี นักวิชาการรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า กับสิ่งที่ กกต.ดำเนินการในคดีนี้ มีความเป็นไป 3 ทาง คือ 1.สั่งฟ้อง หากสั่งฟ้องทั้งหมดเป็นชัยชนะของสังคมไทย 2.ไม่ฟ้องเลย หรือยกคำร้องทั้งหมด จะถูกตั้งคำถามต่อกระบวนการตรวจสอบและสังคมไทยสูญเสียของสภาสูง และ 3.ฟ้องบางส่วนที่มีความเป็นไปได้สูง ทั้งนี้ต้นไม้ที่เป็นพิษ ตัดปลายที่เป็นพิษ แต่รากแก้วที่เป็นพิษยังอยู่ จะแตกหน่อสร้างมลพิษต่อ ทั้งนี้ ปรากฎการณ์ได้มาของ สว.ได้เห็นการใช้อิทธิพล เทคโนโลยี เครือข่ายยึดกุมอำนาจรัฐ สิ่งที่กังวลใจคือการตัดตอนผู้เสียหายบางส่วน ให้สังคมรับรู้ว่าถูกรับผิดชอบแล้ว
ชี้ช่องเดินเกมเอาผิดกกต.
นางสิริพรรณ กล่าวด้วยว่า ต้องยุติกระบวนการเลือก สว.ก่อนเลือกตั้งรอบหน้า ผ่านการแก้รัฐธรรมนูญ ขอให้เร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญ รายมาตราว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว.เพราะหากมีกระบวนการตัดตอนคดีฮั้ว สว.เชื่อว่าจะต้องคงเสียงข้างมากในสภาสูงไว้ 1 ใน 3 ซึ่งตัวเลขที่คาดว่าจะถูกฟ้อง คือ สว. 66 คน ที่ต้องถูกสละตำแหน่งเพื่อให้ สว.สำรองขึ้นมาทำหน้าที่ แต่ตัวเลขดังกล่าวไม่สามารถขับเคลื่อนเรื่องแก้รัฐธรรมนูญได้
“การเอาผิด กกต.ด้วยมาตรา 157 อาจจะเป็นไปได้อยาก เพราะกกต.จะอ้างว่าทำตามกฎหมาย แต่มีอีกช่องทางที่จัดการกับ กกต.ได้ หากทำงานล่าช้าหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ คือ ศาลปกครอง โดย สว.สำรอง สามารถดำเนินการฟ้องร้อง กกต.ได้ ซึ่งดิฉันหวังว่า กกต.จะทำหน้าที่พยุงความชอบธรรมและความเชื่อมั่นในการจัดการเลือกตั้งกลับมา» นางสิริพรรณ กล่าว
‘พริษฐ์’เปิด5ฉากทัศน์ฮั้วสว.
ส่วนนายพริษฐ์ กล่าวปิดท้ายเวที ว่า จากการเรียบเรียงข้อมูลของขบวนการโกงสว. ที่ถูกกล่าวหา มี5 ฉากสำคัญ คือ 1.วางแผนแบ่งทีมยึดวุฒิสภา ก่อนเดือน พ.ค.67 โดยได้รับจากพยานบุคคลหลายส่วน เน้นไปที่จังหวัดขนาดเล็ก มีอำเภอไม่มาก เพื่อใช้จำนวนผู้สมัครไม่มาก 2.ให้แต่ละทีมจัดตั้ง จัดจ้างคนสมัครระดับอำเภอ ระดับจังหวัด และระดับประเทศ เกิด พ.ค.-มิ.ย.67 ซึ่งมีข้อมูลจากพยาน และไอลอว์ที่ทำให้เห็นว่ามีกระบวนการจ้างคนมาสมัคร เช่น กรณีของนายสรชาติ วิชย สุวรรณพรหม สว. เป็นต้น
3.รวมพล เก็บตัวตามศูนย์ทำโพยก่อนเลือกระดับประเทศ 24-25 ก.ค.67 ตามจังหวัดต่างๆ เช่น โรงแรมกรุงศรี ริเวอร์ จ.อยุธยา ที่มีพยานพบเห็นว่ามีนักการเมืองที่เกี่ยวข้องกับพรรคภูมิใจไทยไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม คือ นายศุภชัย โพธิ์สุ อดีตรองประธานสภาฯ นายสมเจตน์ลิมปะพันธ์ สส.สุโขทัย พรรคภูมิใจไทย นายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร อดีต สส.อยุธยา พรรคภูมิใจไทย ที่โรงแรมธารา แกรนด์ จ.ปทุมธานี ที่มีนักการเมืองที่ถูกพูดถึง เช่น นายสมเกียรติ เลียงประสิทธิ์ หรือ โกเกียรติ ว่า 4.เลือกตามโพยใบสั่ง และผลที่ปรากฎตามโพย และ5.การปฐมนิเทศก่อนการทำหน้าที่ สว. ช่วง ก.ค.67
”ยิ่งชีพ“ ท้าชนนายกฯ-ภูมิใจไทย
ด้านนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) กล่าวถึงการเตรียมตัวหลังนายกรัฐมนตรีและพรรคภูมิใจไทย เดินหน้าฟ้องต่อเนื่อง ว่า ยังมีข้อมูลข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับขบวนการโกงเลือก ส.ว. มีใหญ่มากมหาศาลเท่าที่อยู่ในสำนวนของ กกต. และ DSI ประมาณ 90,000 หน้า
“ส่วนที่อยู่กับเราเป็นเพียง 5% ของที่ กกต. มี รวมทั้งที่พูดออกสาธารณะไปแล้วก็เป็นเพียงเศษเสี้ยวหนึ่งเท่านั้น ถ้า กกต. สั่งฟ้องข้อมูลทั้งหมดจะถูกนำเสนอในชั้นศาล ไปว่าตามกระบวนการยุติธรรม ถ้าผู้ต้องหาคนไหนถูกยกฟ้องทั้งที่มีหลักฐานชัดเจนแม้จะจบไปแล้ว เราก็ไม่มีทางอื่นต้องพยายามเอาข้อมูลที่เกี่ยวข้องมาเปิดเผย”นายยิ่งชีพ กล่าว
‘อนุทิน‘โผล่คอมเมนต์ฟ้องยิ่งชีพ
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่าภายหลังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ยืนยันว่าจะเดินหน้าดำเนินคดีตามกฎหมายกับนายยิ่งชีพกรณีกล่าวหาฮั้วเลือกสว.นั้น ล่าสุดนายอนุทินได้เข้ามาคอมเมนต์เพจเฟซบุ๊ก“รักษาแผ่นดิน” ที่ได้ออกมาโพสต์ถึงเรื่องนี้ว่า “พวกเราขอสนับสนุนให้นายกอนุทินและผู้ที่เกี่ยวข้องฟ้องยิ่งชีพ ไอลอว์ จนถึงที่สุด’ โดย นายอนุทิน เขียนคอมเมนต์ว่า “รับทราบ รับปฏิบัติครับผม’
“ศุภชัย”ลั่น9ผู้เสียหายฟ้องแน่
นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ประธานคณะทำงานด้านกฎหมาย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ส่วนตัวระบุว่า ตอนนี้มีกูรู ทนายทะแนะ นักวิชาการ นักกฏหมายออกมาเกาะกระแสออกความคิดเห็นกันมากมาย พูดเรื่องกฎหมายปิดปาก SLAPP หรือSlap สารพัดวิชา ได้แสงกันตามประสงค์ โดยหลักกฎหมาย ไม่มีกฎหมายบังคับว่าผู้เสียหายทั้ง 9 คน จะต้องฟ้องเป็นคดีเดียวกัน ขึ้นอยู่กับลักษณะของการกระทำและข้อเท็จจริงของคดีเป็นสำคัญ ผู้เสียหายแต่ละคนมีอำนาจฟ้องคดีอาญาได้ด้วยตนเองในฐานะผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 28 ศาลฎีกาได้วางหลักไว้โดยสรุปว่าความผิดฐานหมิ่นประมาทเป็นความผิดต่อผู้เสียหายเฉพาะตัว
”สิทธิในการร้องทุกข์และสิทธิในการฟ้องเป็นของผู้เสียหายแต่ละคน ผู้เสียหายคนหนึ่งใช้สิทธิแทนอีกคนไม่ได้ เว้นแต่กฎหมายบัญญัติไว้ ฐานะผู้ได้รับมอบจากผู้เสียหายในคดีนี้ คือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล คำฟ้องแล้วเสร็จตั้งแต่วันแรกแล้ว แต่เรื่องนี้ก็ยังคึกคักสนุกสนานกันในหน้าสื่อก็เลย ปล่อยให้ท่านๆ ทั้งหลายได้รับแสงกันถ้วนหน้าและทั่วตัวไปก่อน แต่ไม่รีบ ยืนยันว่าฟ้องแน่นอนครับ เช่นเดียวกับผู้เสียหายอีก 8 ท่าน ใจเย็นๆครับ“นายศุภชัย ระบุ
“ไอติม’ดักคอกกต.อย่าตัดตอน
ส่วนนายพริษฐ์วัชรสินธุสส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายศุภชัย เปิดเผยว่าร่างคำฟ้องหมิ่นประมาท เรื่องฮั้ว สว. เสร็จแล้ว โดยปล่อยให้ฝ่ายค้านหาแสงไปก่อน ฝ่ายค้านจะมีการเตรียมตัวอย่างไรบ้าง ว่า สิ่งที่ตนกังวลใจคือ แม้หลักฐานเหล่านี้อยู่ในสำนวน แต่จะไม่ถูกตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมาและเรื่องไปไม่ถึงชั้นศาล หลังจากนี้เชื่อว่าจะได้รับข้อมูลที่หลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะรับหน้าที่นำเสนอข้อมูลให้ชัดมากขึ้น”นายพริษฐ์ กล่าว
เมื่อถามว่า เรื่องเส้นเงินอยู่ในสำนวนหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า มั่นใจว่าอยู่ในสำนวน ซึ่ง กกต. และดีเอสไอน่าจะตอบคำถามนี้ได้ดีที่สุด
ดักคอกกต.ห้ามตัดตอนขู่ซักฟอก
เมื่อถามว่าหากท้ายที่สุดกกต. ยกฟ้องทั้ง 229 คน จะทำอย่างไร นายพริษฐ์ ระบุว่า แม้จะยกฟ้องบางคน สิ่งที่ต้องทำคือ ต้องดำเนินคดีกับกกต. ฐานใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ ส่วนหากเมื่อเราได้ตั้งคำถามไปแล้ว บุคคลที่เกี่ยวข้องไม่ออกมาชี้แจง ทั้งนายอนุทิน และคนอื่นๆ ฝ่ายค้านจะเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งจะไม่ได้จำกัดอยู่แค่ประเด็นโกง สว. และยังมีกลไกของสภาในการตั้งกระทู้ และกรรมาธิการต่างๆที่เราสามารถใช้ได้
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี