วันจันทร์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
รัฐบาล เผยผู้พิการ-ป่วยติดเตียง-สูงอายุ ที่ได้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มอบอำนาจยืนยันตัวตน-ใช้สิทธิแทนได้จนถึงวันที่ 12 มกราคม 2570
เมื่อวันที่ 26กรกฎาคม2569 น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สำหรับผู้ที่ผ่านการพิจารณาคุณคุณสมบัติโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ทั้งรายเก่า และรายใหม่ หรือคนที่ระบบแจ้งให้ยืนยันตัวตน e-KYC จะต้องยืนยันตัวตน (e-KYC) ทุกคน โดยสามารถยืนยันตัวตนได้ 2 ช่องทาง แอพพ์ฯ เป๋าตัง และทางหน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคาร คือ ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารออมสิน, ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.), ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ทั้งนี้ สามารถดำเนินการได้ตั้งแต่วันนี้ 17 กรกฎาคม2569 ถึงวันที่ 12มกราคม2570
น.ส.พลอยทะเล กล่าวต่อว่า ส่วนในกรณีผู้ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 กรณีผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง หรือผู้พิการที่ไม่สามารถไปยืนยันตัวตน (e-KYC) ด้วยตัวเองได้ หากจะมอบอำนาจใช้สิทธิแทน ต้องให้ผู้รับมอบอำนาจไปยืนยันตัวตนที่หน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคารดังกล่าวเท่านั้น โดยเอกสารที่ต้องใช้ มีดังนี้ 1.หนังสือมอบอำนาจ ดาวน์โหลดที่เว็บไซต์โครงการฯ 2.บัตรประชาชนตัวจริง พร้อมสำเนาบัตร ลงนามสำเนาถูกต้องของผู้มอบอำนาจ 3.บัตรประชาชนตัวจริง พร้อมสำเนาบัตร ลงนามสำเนาถูกต้อง ของผู้รับมอบอำนาจ และ 4.สำเนาบัตรประจำตัวคนพิการ (ถ้ามี) หรือ ใบรับรองแพทย์ (ถ้ามี)
“นายกรัฐมนตรีสั่งการเจ้าหน้าที่ของรัฐและธนาคารของรัฐทั้ง 5 แห่ง อำนวยความสะดวกให้กับประชาชนอย่างเต็มที่ พร้อมเร่งให้ความช่วยเหลือ อย่าให้ประชาชนได้รับผลกระทบจากระบบ ขอให้คำนึงถึงความเดือนร้อนของประชาชนเป็นอันดับแรก เจ้าหน้าที่ของรัฐจะต้องเป็นที่พึ่งของประชาชน อย่าปล่อยให้ประชาชนพึ่งตัวเองเพียงลำพัง ทั้งนี้ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ผ่านช่องทางประชาสัมพันธ์อย่างเป็นทางการของกระทรวงการคลังเท่านั้น หรือศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โทร 0-2109-2345 ในวันและเวลาราชการ” น.ส.พลอยทะเล กล่าว
ศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจเรื่อง “คนจนมีสิทธิไหมครับ” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 21-23 กรกฎาคม 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ที่มีรายได้ไม่เกิน 10,000 บาทต่อเดือน รวมถึงผู้ที่ไม่มีรายได้ กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพ ทั่วประเทศ รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,850 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐของประชาชน การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.05 ที่ระดับความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0
จากการสำรวจเมื่อถามถึงการเคยได้รับสิทธิในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐของประชาชน พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 53.78 ระบุว่า เคยได้รับ และร้อยละ 46.22 ระบุว่า ไม่เคยได้รับ ด้านการลงทะเบียนเพื่อขอรับสิทธิในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ประจำปี 2569 พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 51.73 ระบุว่า ได้ลงทะเบียน แต่ไม่ได้สิทธิรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รองลงมา ร้อยละ 24.65 ระบุว่า ไม่ได้ลงทะเบียนและร้อยละ 23.62 ระบุว่า ได้ลงทะเบียน และได้สิทธิรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยผู้ที่ไม่ได้ลงทะเบียนโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (จำนวน 456 หน่วยตัวอย่าง) ร้อยละ 50.66 ระบุว่า คิดว่าตนเองไม่มีสิทธิได้ รองลงมา ร้อยละ 22.37 ระบุว่า ไม่ต้องการ ร้อยละ 14.25 ระบุว่า ลงทะเบียนไม่ทัน และร้อยละ 12.72 ระบุว่า ไม่รู้ว่าต้องลงทะเบียนอย่างไร
เมื่อสอบถามผู้ที่ได้ลงทะเบียน แต่ไม่ได้สิทธิรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (จำนวน 957 หน่วยตัวอย่าง) เกี่ยวกับความรู้สึกที่ไม่ได้รับสิทธิในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 43.26 ระบุว่า ไม่โกรธเลย รองลงมา ร้อยละ 21.53 ระบุว่า โกรธมาก ร้อยละ 20.69 ระบุว่า ค่อนข้างโกรธ และร้อยละ 14.52 ระบุว่า ไม่ค่อยโกรธ
เมื่อสอบถามผู้ที่ได้ลงทะเบียน และได้สิทธิรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (จำนวน 437 หน่วยตัวอย่าง) เกี่ยวกับการตัดสินใจต่อรัฐบาล ภายหลังได้รับสิทธิในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 36.84 ระบุว่า ยังไม่แน่ใจว่าจะตัดสินใจอย่างไร รองลงมา ร้อยละ 32.49 ระบุว่า มีส่วนทำให้สนับสนุนรัฐบาล ร้อยละ 19.00 ระบุว่า จะได้หรือไม่ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ก็สนับสนุนรัฐบาลอยู่แล้ว และร้อยละ 11.67 ระบุว่า ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่สนับสนุนรัฐบาล
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี