533.jpg
บัตรคนจนคึก สั่งระดมช่วยปชช. ตรวจสิทธิ-อุทธรณ์

บัตรคนจนคึก สั่งระดมช่วยปชช. ตรวจสิทธิ-อุทธรณ์

วันพฤหัสบดี ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

บัตรคนจนคึก
สั่งระดมช่วยปชช.
ตรวจสิทธิ-อุทธรณ์

กอ.รมน.ขานรับมติครม.หลังขยายเวลาทบทวนสิทธิ“บัตรคนจน”ออกไปถึง 31 สิงหาคม สั่งระดมกำลังทุกหน่วยและเครือข่ายมวลชนทั่วปท.สนับสนุนปชช.ตรวจสอบสิทธิ ยื่นอุทธรณ์และแก้ไขข้อมูลบัตรคนจน รัฐบาลเดินหน้าช่วยผู้ไม่ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการฯ กรณีจนจริง แต่มีชื่อแอบอ้างเป็นผู้ถือหุ้นกรรมการบริษัท โดยมีผู้ยื่นตรวจสอบแล้วกว่า 700 ราย ย้ำตรวจสอบฟรี ที่พาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ ด้านกรมบัญชีกลางยันขยายเวลาใช้สิทธิ”บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ”ให้ผู้ถือบัตรรายเดิมไปจนถึง 30 ก.ย.69ไม่ต้องทำเรื่องใหม่ กางไทม์ไลน์โอนเงินเดือนส.ค.69อัดฉีดวงเงินซื้อสินค้า 1,000 บาท ค่าเดินทางและเงินเพิ่มเบี้ยคนพิการ200บาท

เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2569 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เปิดเผยว่า ได้บูรณาการการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน ตามมติคณะรัฐมนตรีที่เห็นชอบขยายระยะเวลาการทบทวนสิทธิและยื่นอุทธรณ์โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 จากเดิมสิ้นสุดวันที่ 31 กรกฎาคม เป็นวันที่ 31 สิงหาคม 2569 เพื่อให้ประชาชนมีเวลาเพียงพอในการตรวจสอบและแก้ไขข้อมูล


กอ.รมน.ระดมทุกหน่วยช่วยปชช.

ทั้งนี้ ผู้ขอใช้สิทธิยังสามารถยื่นเอกสารเพื่อแก้ไขข้อมูลกับหน่วยตรวจสอบคุณสมบัติได้จนถึงวันที่20 กันยายน 2569ขณะที่ผู้ผ่านการทบทวนสิทธิ ทั้งผู้ได้รับสิทธิเดิมและผู้ได้รับสิทธิรายใหม่ จะเริ่มใช้สิทธิพร้อมกันตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและผู้อำนวยการกอ.รมน.ได้มอบนโยบายให้ทุกหน่วยงานบูรณาการการดำเนินงานตามมติครม.เพื่ออำนวยความสะดวก สร้างความเข้าใจและเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิสวัสดิการของรัฐอย่างทั่วถึง ลดปัญหาผู้มีสิทธิตกหล่นและสร้างความเชื่อมั่นต่อการดูแลประชาชนของภาครัฐ

ลงตรวจสอบสิทธิยื่นอุทธรณ์

ด้านพล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ รอง ผอ.รมน.และพล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เลขาธิการกอ.รมน.ได้กำชับให้ทุกหน่วยของ กอ.รมน.ประสานการทำงานกับจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งประชาสัมพันธ์ให้คำแนะนำ และอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการตรวจสอบสิทธิ ยื่นอุทธรณ์และแก้ไขข้อมูล พร้อมติดตามผลการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด

พร้อมกันนี้ ได้มอบหมายให้กอ.รมน.ภาค 1-4 และ กอ.รมน.จังหวัดทั่วประเทศเป็นหน่วยหลักในการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานในพื้นที่ ติดตามปัญหา รับฟังข้อขัดข้องและรายงานผลการดำเนินงานตามลำดับชั้น ขณะที่ส่วนกลางจะรวบรวมข้อมูลเพื่อประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหาให้ประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ

เดินหน้าหนุนนโยบายรัฐบาล

นอกจากนี้ กอ.รมน.ยังระดมเครือข่ายไทยอาสาป้องกันชาติ(ทสปช.) ชมรมพัฒนาสัมพันธ์เครือข่ายความมั่นคงระดับผู้บริหาร (พคบ.) เครือข่ายมวลชน กอ.รมน.และเครือข่ายครูเพชรในตม.ลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์ให้ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับขั้นตอนการทบทวนสิทธิ การยื่นอุทธรณ์และการแก้ไขข้อมูล พร้อมประสานความช่วยเหลือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยให้ความสำคัญกับผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาสและประชาชนในพื้นที่ห่างไกล เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐได้อย่างทั่วถึงและไม่ตกหล่น

กอ.รมน.ยืนยันว่าจะเดินหน้าบูรณาการการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนนโยบายของรัฐบาล สร้างการรับรู้ที่ถูกต้อง อำนวยความสะดวกแก่ประชาชน และผลักดันให้ผู้มีสิทธิได้รับสวัสดิการแห่งรัฐอย่างครบถ้วน รวดเร็ว และเป็นธรรม อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและเสริมสร้างความมั่นคงของประเทศในทุกมิติ

รบ.เดินหน้าช่วยผู้ไม่ผ่านเกณฑ์

นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าช่วยเหลือประชาชนตามโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 กรณีเป็นผู้ที่มีชื่อเป็นกรรมการผู้ถือหุ้น/หุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วน/บริษัท รวมถึงนิติบุคคล ซึ่งจากการตรวจสอบคุณสมบัติผู้ผ่านเกณฑ์โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มีผู้ไม่ผ่านเกณฑ์จำนวน 9,314,253 ราย พบเป็นผู้ที่มีชื่อเป็นกรรมการผู้ถือหุ้นและหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วน/บริษัท จำนวน 122,324 ราย และมีชื่อในนิติบุคคล จำนวน 139,804 นิติบุคคล ซึ่งบางรายเข้าไปมีชื่อมากกว่า 1 นิติบุคคล

ผู้ยื่นตรวจสอบแล้วกว่า700ราย

นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า สำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศได้เปิดให้ประชาชนที่ไม่ผ่านเกณฑ์เข้ามาตรวจสอบการเป็นกรรมการหุ้นส่วน หรือผู้ถือหุ้นในนิติบุคคล ปรากฏว่า มีผู้มาขอตรวจสอบสิทธิ์แล้วกว่า 700 ราย ซึ่งจะมีการรวบรวมข้อมูล และข้อเท็จจริงส่งให้กระทรวงการคลัง เพื่อประกอบการพิจารณาและประกาศผลในการทบทวนสิทธิ์ของประชาชนที่ไม่ผ่านเกณฑ์ต่อไป

สำหรับผู้ที่จนจริง แต่ถูกนำชื่อไปใช้ หรือนำไปแอบอ้าง เป็นผู้ถือหุ้น เป็นกรรมการ หรือหุ้นส่วน สามารถมายื่นตรวจสอบ และยื่นอุทธรณ์ต่อกระทรวงการคลังได้ เพื่อให้ยังคงได้รับสิทธิ์ต่อไป ซึ่งสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ พร้อมที่จะอำนวยความสะดวกให้ประชาชนอย่างเต็มที่ ตามข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย

สำหรับประชาชนที่ไม่ผ่านเกณฑ์ กรณีมีรายชื่อเป็นหุ้นส่วน กรรมการ หรือผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วน/บริษัท และมีความประสงค์ขอตรวจสอบข้อมูล สามารถยื่นคำขอตรวจสอบได้ ณ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ สามารถดำเนินการได้ด้วยตนเองหรือมอบอำนาจให้ผู้อื่นกระทำการตรวจสอบแทนได้ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด และสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center กรมพัฒนาธุรกิจการค้า 1570 และโทรศัพท์หมายเลข 0 2547 4376

ยืดสิทธิบัตรคนจนถึงสิ้นก.ย.

นายธนะโชค รุ่งธิปานนท์ รองอธิบดีกรมบัญชีกลางในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลางเปิดเผยความคืบหน้าโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐปี 2569ว่า ภาครัฐได้พิจารณาขยายระยะเวลาการรับสิทธิให้แก่ผู้ถือบัตรฯ ในปัจจุบัน ออกไปจนถึงวันที่ 30 ก.ย. 2569 จากเดิมที่กำหนดสิ้นสุดในวันที่ 31 ก.ค.2569 การขยายเวลาในครั้งนี้ ผู้มีสิทธิรายเดิมไม่ต้องดำเนินการใดๆเพิ่มเติม โดยยังคงสามารถใช้สิทธิผ่านบัตรประจำตัวประชาชนแบบสมาร์ทการ์ดได้ตามปกติ เพื่อรับการประคับประคองค่าครองชีพจากภาครัฐอย่างต่อเนื่อง

กางไทม์ไลน์โอนเงินเดือนส.ค.

สำหรับไทม์ไลน์การโอนสวัสดิการ ในเดือน ส.ค.2569 กรมบัญชีกลาง ได้จัดเตรียมวงเงินสิทธิไว้ 2 ช่วงหลัก เพื่อให้ประชาชนบริหารจัดการค่าใช้จ่ายได้ง่ายขึ้น ดังนี้

วันที่ 1 ส.ค. 2569: วงเงินรูดซื้อสินค้าและค่าเดินทาง ทั้งนี้ วงเงินส่วนนี้ไม่สามารถถอนเป็นเงินสดได้และไม่สามารถสะสมยอดไปใช้ในเดือนถัดไป วงเงินซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค จำนวน 1,000 บาทต่อคน สิทธิระยะเวลา 4 เดือน ตั้งแต่ มิ.ย. - ก.ย. 69 วงเงินส่วนลดค่าก๊าซหุงต้ม จำนวน 80 บาทต่อคน สิทธิรอบ 3 เดือน ตั้งแต่ ก.ค. - ก.ย. 69 วงเงินค่าโดยสารสาธารณะ จำนวน 750 บาทต่อคน ครอบคลุม บขส., รถไฟ, ขสมก., รถไฟฟ้า และรถโดยสารเอกชนที่ร่วมโครงการ

วันที่ 20 ส.ค. 2569 เงินเพิ่มเบี้ยความพิการ รับเงินช่วยเหลือเพิ่ม จำนวน 200 บาทต่อเดือน ให้สิทธิเฉพาะผู้มีสิทธิที่เป็นคนพิการ ซึ่งมีบัตรประจำตัวคนพิการ และได้รับเบี้ยความพิการ 800 บาทต่อเดือนอยู่ก่อนแล้ว โอนตรงเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารที่ผูกพร้อมเพย์ (ผูกด้วยเลขบัตรประชาชน 13 หลัก) หรือโอนเข้าบัญชีเงินฝากที่ใช้รับเบี้ยความพิการตามปกติ

รบ.ชัด‘ไทยช่วยไทย ลดภาระ’

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ ผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่ และผู้ประกอบการค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่นทั่วประเทศ จัดมหกรรม “ไทยช่วยไทย ลดภาระ ลดค่าครองชีพ x Local Low Cost” ระหว่างวันที่ 1–15 สิงหาคม 2569 เพื่อช่วยลดค่าครองชีพของประชาชนนั้น ภายหลังการประกาศจัดโครงการมีประชาชนสอบถามเข้ามาเป็นจำนวนมากว่า มีสินค้าใดร่วมลดราคาบ้าง และสามารถเลือกซื้อได้ที่ร้านค้าใด รัฐบาลจึงขอชี้แจงรายละเอียดเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการวางแผนจับจ่ายใช้สอย

ระดมสินค้าลดราคา17หมวด

สินค้าที่ร่วมโครงการครอบคลุมสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวันรวม 17หมวดสินค้า แบ่งเป็น สินค้าบริโภค 8 หมวดได้แก่ข้าวสาร น้ำปลา น้ำมันพืช ซีอิ๊วและเครื่องปรุง น้ำตาล บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง และกาแฟ และ สินค้าอุปโภค 9 หมวดได้แก่ แชมพูและครีมนวดผม สบู่และครีมอาบน้ำ ยาสีฟันและแปรงสีฟัน ผงซักฟอกและน้ำยาซักผ้า น้ำยาปรับผ้านุ่ม น้ำยาล้างห้องน้ำ น้ำยาล้างจาน กระดาษทิชชู่ รวมถึงผ้าอนามัยและผ้าอ้อมผู้ใหญ่ โดยมีสินค้าแบรนด์ชั้นนำที่ประชาชนคุ้นเคย อาทิข้าวตราฉัตร มาม่า ปลากระป๋องสามแม่ครัว เนสกาแฟ ซันซิล คอลเกต โอโม่ ดาวน์นี่ ไลปอนเอฟและโซฟีเข้าร่วมโครงการเป็นจำนวนมาก

ซื้อสินค้านร้านร่วมโครงการทั่วปท.

สำหรับช่องทางจำหน่าย ประชาชนสามารถเลือกซื้อสินค้าราคาพิเศษได้ที่ร้านค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่น (Local Low Cost) ที่เข้าร่วมโครงการทั่วประเทศ โดยมีร้านค้าท้องถิ่นที่ประชาชนคุ้นเคย อาทิ แจ่มฟ้าเซฟมาร์ท จังหวัดลำพูน ธนพิริยะ จังหวัดเชียงราย ตั้งงี่สุนซูเปอร์สโตร์ จังหวัดอุดรธานี เกียรติสินโฮลเซล จังหวัดขอนแก่น ไชยแสงดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ จังหวัดสิงห์บุรี บิ๊กเต้ จังหวัดปทุมธานี ซุปเปอร์ชีป จังหวัดภูเก็ต และ เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ จังหวัดสงขลา รวมถึงร้านค้าท้องถิ่นที่เข้าร่วมโครงการรวมกว่า 135 ราย กว่า 800 สาขา ทั่วประเทศ ทั้งนี้ ประชาชนสามารถตรวจสอบรายชื่อร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการในจังหวัดของตนได้จากประกาศของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ หรือสังเกตสัญลักษณ์ “ไทยช่วยไทย x Local Low Cost” ณ จุดจำหน่าย

กระตุ้นเงินหมุนเวียนศก.ฐานราก

มหกรรมครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่กับผู้ประกอบการค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่นทั่วประเทศ เพื่อส่งต่อสินค้าจำเป็นในราคาพิเศษถึงมือประชาชนโดยตรง ช่วยลดภาระค่าครองชีพของครัวเรือน พร้อมทั้งสร้างโอกาสทางการค้าให้ร้านค้าท้องถิ่น เสริมความเข้มแข็งให้ผู้ประกอบการไทย และกระตุ้นการหมุนเวียนของเม็ดเงินในเศรษฐกิจฐานราก

“รัฐบาลขอเชิญชวนประชาชนเลือกซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น ในช่วงวันที่ 1–15 สิงหาคม 2569 ณ ร้านค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่นที่เข้าร่วมโครงการใกล้บ้าน เพื่อรับสิทธิประโยชน์จากส่วนลดราคาสินค้าอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ รายการสินค้าและส่วนลดอาจแตกต่างกันในแต่ละร้านตามปริมาณสินค้าคงคลัง จึงขอให้ตรวจสอบรายละเอียด ณ จุดจำหน่ายอีกครั้ง” นางสาวลลิดา กล่าว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top