533.jpg
ภท.แก้เผ็ดพรรคส้ม ซัดส่อฮั้วสว. เอี่ยวชุมนุมผู้สมัคร ศุภชัยจี้กกต.ตรวจสอบ พร้อมส่งหลักฐานให้ดู

ภท.แก้เผ็ดพรรคส้ม ซัดส่อฮั้วสว. เอี่ยวชุมนุมผู้สมัคร ศุภชัยจี้กกต.ตรวจสอบ พร้อมส่งหลักฐานให้ดู

วันพฤหัสบดี ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ภท.แก้เผ็ดพรรคส้ม
ซัดส่อฮั้วสว.
เอี่ยวชุมนุมผู้สมัคร
ศุภชัยจี้กกต.ตรวจสอบ
พร้อมส่งหลักฐานให้ดู
พิสิษฐ์เดือดซัดฝ่ายค้าน
จัดเวทีชี้นำคดีให้สังคม

“สว.พิสิษฐ์”ซัดฝ่ายค้าน ชี้นำสังคมคดีฮั้วสว.ลามกดดันกกต.ท้าเช็คใบเสร็จการเมือง“ตบรางวัล”ผู้ช่วยสว.เข้าข่ายผิด ม.77 แฉอีกฝั่งยังปิดห้อง-ยึดมือถือ ย้อนถามหลักฐานคลิป-ตั๋วเครื่องบิน ได้มาชอบด้วยก.ม.หรือไม่ เปิด5ประเด็นจัดฉากทำเป็นขบวนการ ดิสเครดิต-เซาะกร่อนสถาบันด้าน“ศุภชัย”สวนหมัดจี้สอบ’สว.เทวฤทธิ์-นันทนา’เบื้องหลังชุมนุม300ผู้สมัคร ขณะที่’กกต.’เปิดคำวินิจฉัย2สว.อุบล.ไม่ขาดคุณสมบัติ

เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2569 นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) ให้สัมภาษณ์กรณีพรรคร่วมฝ่ายค้านออกมาเรียกร้องเรื่องคดีฮั้ว สว.ว่า ต้องเรียกว่า 2 สัปดาห์ติดกันแล้ว ที่ฝ่ายค้านรวมตัวกัน ทั้งพรรคประชาชน พรรคประชาธิปัตย์ ประชาชาติ รวมถึงอดีตผู้สมัคร สว.และสว.สํารองต่างๆ ตนเรียกว่า มาชี้นำสังคมแล้วกันว่า สว.ปัจจุบันมาอย่างไม่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยใช้คำว่า ฮั้ว โกง ทุจริต เพื่อด้อยค่า ดูถูกดูแคลน สว.ชุดนี้อย่างต่อเนื่องไม่จบไม่สิ้นสักที ที่สำคัญไปคือพยายามกดดัน แทรกแซงการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งตอนนี้ก็อยู่ในระหว่างการพิจารณาคดีของ สว.ที่ถูกกล่าวหาอยู่ 138ท่าน เป็นความพยายามของกลุ่มเหล่านี้ ทาง สว.พยายามอดทนอดกลั้นอย่างถึงที่สุด ไม่อยากตอบโต้มาก เพื่อลดความขัดแย้งและความเข้าใจผิดต่อสังคมด้วย แต่ต้องบอกว่าไม่ใช่เราไม่มีหลักฐานข้อมูลที่จะชี้แจงต่อสาธารณชนหรือประชาชน เราก็ทำหน้าที่ในฐานะตัวแทนของปวงชนชาวไทยตามรัฐธรรมนูญ2560


‘พิสิษฐ์’จี้สอบปชน.ตกรางวัลผู้ช่วยสว.

เมื่อถามถึงเรื่องเส้นเงินที่ฝ่ายค้านมาเปิด จะเป็นน้ำหนักที่ทำให้คนในสังคมเชื่อหรือไม่ นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า เรื่องเส้นเงิน ตนไม่ทราบข้อมูลจริงๆ ต้องบอกว่า ตนก็ไม่เห็นสำนวนของ กกต. เพราะฉะนั้นตนคงตอบไม่ได้ แต่สิ่งที่เราจะให้เห็นชัดๆ อาจจะต้องเรียกว่าใบเสร็จทางการเมือง คือคำสั่งแต่งตั้ง ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชำนาญการ ผู้ช่วยของ สว.โดยเฉพาะที่เป็นอดีตผู้สมัคร สว.มาเป็นผู้เชี่ยว ผู้ชำนาญ ของ สว.หลายๆ ท่าน ในชุดนี้ ตนคิดว่า จริงๆ กกต.ควรจะตั้งกรรมการมาสอบด้วยซ้ำว่า มีการตกลงกันหรือไม่ มีการให้การหรือไม่ มีการสัญญาว่าจะให้หรือไม่ตามมาตรา77 แบบนี้ชัดเจนสุดเลย ผมถึงเรียกว่าใบเสร็จทางการเมือง ไม่ต้องไปพิสูจน์ใคร เงินเดือนแค่เดือนละ 15,000บาท ปีหนึ่งก็ 180,000บาท 2ปีก็360,000บาทแล้ว คุณก็ไปร้อง กกต.ควรจะไปตั้งกรรมการสอบได้เลยว่าที่ไปตั้งมา เพราะว่ามีอะไรกันหรือไม่ มีการตกลงอะไรกันก่อนการเลือกตั้งหรือไม่

เคยเป็นอดีตผู้สมัครสว.ส้มหรือไม่

นายพิสิษฐ์ กล่าวต่อว่า ทางไอลอว์ (iLaw) ก็เคยขอเอกสารจากทางสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาไปแล้ว แต่ก็ไม่ได้ไปทำอะไร แค่ออกมาโชว์ชื่อเฉยๆทำไมไม่ลองไปแกะดูว่า ในผู้ช่วยของแต่ละคน ผู้เชี่ยว ผู้ชำนาญการ ทั้งหลายแหล่ของแต่ละสมาชิกวุฒิสภา เคยเป็นอดีตผู้สมัคร สว.หรือไม่ พร้อมย้ำว่า สว.ปัจจุบันไม่มีปัญหา เห็นกันชัดๆ เลย ไม่ต้องไปดูเส้นเงินอะไรทั้งนั้น เมื่อถามถึงที่ไอลอว์และพรรคร่วมฝ่ายค้านพาดพิงพรรคภูมิใจไทย นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า เป็นการกล่าวหา ไอลอว์ต้องไปพิสูจน์ให้ได้ถ้าเกิดมีการฟ้องร้องกันจริง ต้องไปพิสูจน์ในชั้นศาล เป็นหน้าที่ของคนที่ถูกกล่าวอ้าง ตนคงตอบไม่ได้ครับ

เมื่อถามว่า เป็นเกมการเมืองหรือไม่ เพราะมีคนมองว่าอย่างตอนสมัยก่อน ที่ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กับนายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรี ทำเรื่องนี้ พรรคประชาชนก็เหมือนจะเงียบ นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า ตนมองประเด็นที่ช่วงนี้ พรรคประชาชนหรือพรรคฝ่ายค้าน มาตีประเด็นนี้ไว้ 5 ประเด็น ประเด็นที่ 1 คือต้องการจัดกิจกรรม ทำเป็นลักษณะขบวนการ เอาทั้งบุคคลที่เคยเป็นผู้เสียประโยชน์ ไม่ว่าจะเคยไม่ได้รับแต่งตั้งจาก สว.ปัจจุบัน รวมอาจจะไปถึงกลุ่มบุคคลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น สว.สำรอง อดีตผู้สมัคร เรียกว่าทำลักษณะเป็นขบวนการ เรื่องเกมการเมืองเราไม่ได้เกี่ยวข้องอยู่แล้ว

หลักฐานที่ได้มาชอบด้วยกม.หรือไม่

นายพิสิษฐ์ กล่าวต่อว่า ประเด็นที่ 2 ตนสังเกตว่า ที่มาตีกันบ่อยๆ ก็คือ การพูดถึงหลักฐาน ไม่ว่าจะคลิปต่างๆ หรือบอกว่า มีเส้นเงิน มีตั๋วเครื่องบิน มีแผนผังต่างๆ ตนต้องถามกลับไปทางพรรคฝ่ายค้านว่า หลักฐานการได้มา ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ที่สำคัญคือ หลักฐานที่ได้มาสอดคล้องกัน หรือบิดเบือนไปจากในสำนวนการสอบสวนของ กกต.วันนี้ฝ่ายค้านเริ่มเปลี่ยนจากคำว่าฮั้วเป็นคำว่า โกง แล้วทำไมถึงเปลี่ยน เพราะว่าตอนสมัยก่อนการเลือกตั้ง คุณมีการจัดงาน มีการแจกริสแบนด์ มีการเข้าไปร่วมประชุม ผมถึงบอกว่าคุณมีการตกลงอะไรกันในนั้นหรือไม่ เพราะทุกคนถูกยึดมือถือกันทั้งหมด แล้วยิ่งย้อนกลับไปใบเสร็จทางการเมือง หนังสือที่แต่งตั้งผู้เชี่ยว ผู้ชำนาญของ สว.แต่ละคน มีการตกลงกันหรือไม่ มีการไปคุยกันมาก่อนหรือไม่ ว่าถ้าใครได้เป็น แล้วคนนั้นจะได้เป็นผู้เชี่ยว ผู้ชำนาญ ของสมาชิกวุฒิสภา” นายพิสิษฐ์ กล่าว

เจตนาเซาะกร่อนบ่อนทำลายหรือไม่

นายพิสิษฐ์ กล่าวต่อว่า ประเด็นที่3 พยานในคดีที่เปิดเผย ให้การกับ กกต. ตรงกับที่มาพูดในกิจกรรมที่รัฐสภาหรือไปสัมภาษณ์ตามสื่อมวลชนหรือไม่ ถ้าให้การไม่ตรงกัน แสดงว่าคุณก็ไม่น่าเชื่อถือแล้ว ประเด็นที่4 ที่ระบุว่าผู้สมัคร สว.ที่แต่งกายด้วยเสื้อเหลืองในวันเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับประเทศ จริงๆ แล้ว วันที่ 26มิถุนายน คือก่อนวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระเจ้าอยู่หัว 1เดือน แล้วปีนั้น เป็นปีที่ครบรอบ 6รอบ72พรรษาด้วย รัฐบาลเองก็รณรงค์ให้ประชาชนใส่เสื้อเหลืองเพื่อเฉลิมพระเกียรติ ให้ประชาชนมีส่วนร่วม แล้วประณามคนที่ใส่สัญลักษณ์เสื้อเหลืองว่า อ้างสถาบันบังหน้า เพื่อทำทุจริต ตนต้องถามกลับไปว่า ท่านมีเจตนาบิดเบือนข้อเท็จจริง หรือมีเจตนาอื่นใดแอบแฝงหรือไม่ รวมไปถึงต้องการเซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบันหรือไม่ ประเด็นที่5 ต้องบอกว่าการนำเสนอข่าวบางสำนักชี้นำประชาชน เชิญแขกที่มาร่วมออกรายการ ก็เชิญแต่เจ้าประจำ นำเสนอในมุมพยายามจะไม่ได้เอาข้อเท็จจริงหรือไม่ เหมือนกับเป็นศาลเตี้ยที่ตัดสินไปแล้ว เคยปรากฏอยู่ในหลายคดี ที่หน้าสื่อไปชี้ว่าคนนั้นผิดคนนี้ผิด สุดท้ายศาลยกฟ้อง

‘ศุภชัย’จี้สอบ’เทวฤทธิ์-นันทนา’

ด้าน นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะประธานคณะทำงานด้านกฎหมาย พรรคภูมิใจไทย (ภท.) โพสต์ข้อความ ระบุว่า มีนักวิชาการที่มีรายได้จาก การกดไลก์กดแชร์และค่าสมัครสมาชิกออกมารายการทีวีแล้วกล่าวท้าทายว่าถ้า สว.ส้มทำผิดโกงเลือกตั้ง สว ก็ให้ร้องเรียน กกต.ก็เลยต้องมาสอนกฎหมายให้นักวิชาการฟัง ความจริงแล้วต่อให้ไม่มีผู้ร้อง กกต.ก็มีอำนาจตามกฎหมายแล้ว กล่าวคือ กกต.มีอำนาจเริ่มสืบสวนหรือไต่สวนได้เอง แม้ไม่มีผู้ร้องเรียน หากมีเหตุอันควรสงสัย หรือมีข้อมูลปรากฏว่า การเลือกตั้งอาจไม่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม อำนาจที่กฎหมายให้องค์กร หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐดำเนินการได้เอง โดยไม่จำเป็นต้องมีผู้ร้อง ผู้กล่าวหา หรือผู้เสียหายมายื่นคำร้องก่อน

อยู่เบื้องหลังชุมนุม300ผู้สมัคร

ดังนั้นหาก กกต.เห็นว่า กรณีการนัดชุมนุมของ กลุ่ม สว.ประชาชนหรือ สว.สีส้มเพื่อฮั้วเอ้ยไม่ใช่โกง(ตามที่ท่านเรียก) กกต ก็ย่อมมีอำนาจตามกฎหมายนี้สืบสวน ไต่สวนดูว่าผู้สมัคร 300คนที่ว่า ชุมนุมกันใครเป็นคนจ่ายค่าจัดเลี้ยงค่าเช่าห้องประชุม เดินทางกันมาควักตังค์ซื้อตั๋วเครื่องบินเองหรือมีคนจ่ายตังค์ให้ พักที่ไหน ใครจ่าย มารถคันเดียวกัน มาหลายคนหรือต่างคนต่างขับ มีคนจ่ายค่าน้ำมันให้หรือไม่ฯลฯ แบบที่ท่านกล่าวหากลุ่มอื่นนั่นแหละและกกต.สามารถสืบสวนไต่สวนไปได้ว่า ท่านสว.กลุ่มท่าน เช่น ท่านเทวฤทธิ์ หรือท่านอาจารย์นันทนา ได้รับการเลือกมาเป็น สว.มาตั้งแต่ระดับอำเภอจนถึงมาระดับประเทศนั้น มีกระบวนการฮั้ว (โกง) หรือไม่นั้น ขอเรียกร้องให้กกต.รีบดำเนินการตามมาตรา41 หรืออยากให้มีการร้อง ก็ยินดีจัดให้นะครับ หลักฐานเพียบ

เปิดคำวินิจฉัยปม2สว.อำนาจเจริญ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณี นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน(iLaw) เรียกร้องให้ นายสมพาน พละศักดิ์ และนางแดง กองมา 2สว.อำนาจเจริญ เปิดรายละเอียดคำวินิจฉัย กกต.ที่อ้างว่า กกต.ยกคำร้องไปเมื่อเกือบ 2ปีที่แล้ว กกต.ได้เผยแพร่คำวินิจฉัยยกคำร้องทั้ง 2 ฉบับไว้ โดยคำวินิจฉัย กกต.ที่ 249/2567 ลงวันจันทร์ที่ 23ธ.ค.67 เรื่องการเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับประเทศ นางแดง ผู้มีสิทธิ์เลือกระดับประเทศกลุ่มที่ 10 หมายเลข24 ถูกร้องว่า การที่ นางแดง ระบุประวัติและประสบการณ์ในแบบข้อมูลแนะนำตัวผู้สมัคร(สว.3)ว่า ประกอบอาชีพค้าขายหมูตั้งแต่ปีพ.ศ.2541 แต่ก็เป็นการประกอบอาชีพแผงขายเนื้อสุกร ที่ไม่มีใบประกอบกิจการตามที่กฎหมายกำหนดเช่นใบทะเบียนพาณิชย์ หรือใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนการประกอบกิจการดังกล่าว นางแดงจึงสมัครรับเลือกเป็น สว. โดยรู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีสิทธิสมัคร เพราะไม่ใช่บุคคลซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ หรือทำงานในด้านที่สมัครไม่น้อยกว่าสิบปี เป็นการฝ่าฝืน พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561มาตรา 11 (10) มาตรา 13 (3) และมาตรา 74

ชี้’นางแดง’ขายหมูคุณสมบัติถูกต้อง

โดยเหตุผลที่ กกต.ยกคำร้อง ระบุว่า ข้อเท็จจริงที่ได้จากการไต่สวนได้ความว่านางแดง ขายเนื้อสุกรในตลาดเอกชนวิชิตสิน อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ2540 ถึงปัจจุบันและเป็นกรรมการพัฒนาตลาดสดน่าซื้อตั้งแต่ปี 47 ถึงปัจจุบัน นอกจากนางแดงลงลายมือชื่อรับรองว่า ตัวเองมีคุณสมบัติ ไม่มีลักษณะต้องห้ามในการลงสมัครแล้ว เจ้าของตลาด และผู้ค้าในตลาดเอกชนวิชิตสินรวม3ราย ยังลงชื่อรับรองและเป็นพยานให้ รวมถึงผู้อำนวยการเลือกระดับอำเภอก็ไม่ได้รับหนังสือจากหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องแจ้งข้อมูลว่านางแดงไม่มีคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม จึงได้ประกาศชื่อให้เป็นผู้สมัครรับเลือกระดับอำเภอ ดังนั้นพยานหลักฐานจึงรับฟังได้ว่านางแดงเป็นผู้มีประสบการณ์การทำงานในกลุ่มที่สมัครมาแล้วไม่น้อยกว่าสิบปี ตามมาตรา 11(10) และมาตรา 13 (3) และไม่ปรากฏพยานหลักฐานอื่นที่ยืนยันได้ว่ามีการกระทำฝ่าฝืนกฎหมายตามข้อกล่าวหา ข้อเท็จจริงจึงรับฟังไม่ได้ว่านางแดงกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายตามคำร้อง

‘สมพาน’ขายก๋วยเตี๋ยว-มีหลายสาขา

ส่วนคำวินิจฉัย กกต.ที่17/2568 วันจันทร์ที่ 13 ม.ค.68 เรื่องการเลือกสว.ระดับประเทศ ซึ่ง นายสมพาน ผู้มีสิทธิเลือกระดับประเทศกลุ่มที่10 หมายเลข 99 ถูกร้องข้อหาเดียวกันว่า การที่ นายสมพาน ระบุประวัติและประสบการณ์ว่า ประกอบอาชีพขายก๋วยเตี๋ยวไก่มะระเป็นเวลา 12 ปี แต่ไม่มีใบประกอบกิจการตามที่กฎหมายกำหนดเช่นใบทะเบียนพาณิชย์หรือใบสำสำคัญแสดงการจดทะเบียนจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า การกระทำของนายสมพานจึงเข้าข่ายรู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีสิทธิสมัคร เพราะไม่ใช่บุคคล ซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ หรือทำงานในด้านที่สมัครไม่น้อยกว่าสิบ

เหตุผลที่ กกต.ยกคำร้องระบุว่าข้อเท็จจริงที่ได้จากการไต่สวนฟังได้ว่า นายสมพาน ประกอบกิจการขายก๋วยเตี๋ยวชื่อร้าน”ปุ๊ก ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลา” ตั้งแต่วันที่ 4 มิ.ย.52 ปรากฏตามใบทะเบียนพาณิชย์ ซึ่งออกให้โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า สำนักงานกลางทะเบียนพาณิชย์ ออกวันที่ 4มิ.ย.52 โดยมีพยานของนายสมพาน 3 ปากให้การสอดคล้องยืนยันว่านายสมพานขายก๋วยเตี๋ยวตั้งแต่ปี52 ถึงปัจจุบันและมีร้านหลายสาขาในอ.เมืองอำนาจเจริญ อีกทั้งนายสมพานให้ถ้อยคำยืนยันว่าเป็นผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามในการสมัครา โดยมีบุคคลลงลายมือชื่อเป็นผู้รับรองและพยานในหนังสือรับรองความรู้ ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์หรือทำงานในกลุ่มที่สมัคร (สว. 4) รวมถึงไม่มีหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องแจ้งว่านายสมพานเป็นผู้ไม่มีคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามในการสมัครรับเลือกเป็นสมาชิก วุฒิสภาแต่อย่างใด

พยานหลักฐานจึงรับฟังได้ว่า นายสมพานเป็นผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการ หรือทำงานในกลุ่มผู้ประกอบกิจการอื่นนอกจากกลุ่มผู้ประกอบกิจการขนาดกลางและขนาดย่อมตามกฎหมาย ว่าด้วยการนั้นไม่น้อยกว่าสิบปี และไม่ปรากฏพยานหลักฐานอื่นที่ยืนยันได้ว่ามีการกระทำฝ่าฝืนกฎหมาย ตามข้อกล่าวหา ข้อเท็จจริงจึงรับฟังไม่ได้ว่า นายสมพานกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา มาตรา11 (10) มาตรา 13 (3) และมาตรา 74 ตามคำร้อง

‘การดี’โพสต์ลงชื่อหยุดAI-Passport

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ค เพื่อขอให้ประชาชนร่วมลงชื่อภายใต้แคมเปญสาธารณะ หยุด TH-AI Passport งบกว่า 1,600 ล้านบาท แต่ด้อยกว่าของฟรี พร้อมระบุข้อความว่า “ทุจริตอย่างถูกระเบียบ เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ ขอบคุณเพื่อนๆที่ร่วมเดินทาง ส่งลิงก์มาให้ มีกำลังใจมามากขึ้น” นางการดี ยังเผยแพร่ข้อความของแคมเปญดังกล่าวต่อว่า “ร่วมสนับสนุน ส่งกำลังใจให้ สส.การดี เลียวไพโรจน์ ที่ลุกขึ้นมาตั้งคำถามและตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport เพื่อปกป้องเงินภาษีกว่า 1,621 ล้านบาท ให้ถูกใช้อย่างโปร่งใส คุ้มค่า และเกิดประโยชน์กับประชาชนจริง เพราะตอนนี้เหลือเธอคนเดียวแล้วจริงๆที่จับเรื่องนี้ไม่ปล่อย เงินภาษีทุกบาทต้องตรวจสอบได้ ร่วมส่งเสียงและร่วมลงชื่อที่เว็ปไซต์Stopaipass” พร้อมกับระบุข้อความที่ติดแฮชแทก เช่น ตรวจสอบอย่างโปร่งใส หยุดงบไม่คุ้มค่า

ชี้ทุจริตถูกระเบียบ-ยอมรับไม่ได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แคมเปญดังกล่าวเกิดโดยกลุ่มคนทำงานสายเทคโนโลยีในประเทศไทย ไม่สังกัดพรรคการเมือง ไม่รับทุนจากบริษัทหรือหน่วยงานใด โดยหน้าเว็ปไซต์ของเคมเปญดังกล่าว ระบุจุดยืน คือ ไม่ยอมรับบทุจริตอย่างถูกระเบียบให้เป็นมาตรฐานของประเทศ ทุกขั้นตอนของโครงการอาจถูกระเบียบทุกประการ มีประกาศครบ มีเอกสารครบ มีผู้ชนะประมูลตามกระบวนการ ซึ่งคือสิ่งที่น่ากังวลที่สุด เพราะปัญหาที่ถูกถึงไม่ใช่การทำผิดระเบียบ แต่คือ การใช้ระเบียบเป็นเกราะกำบัง เพราะไม่มีตัวชี้วัด ไม่มีสิ่งที่ตอบได้ว่าประเทศได้อะไรกลับมา ถูกระเบียบไม่เท่ากับ ถูกต้อง และไม่เท่ากับคุ้มค่า ไม่ได้ขอให้ทบทวนโครงการเดียว เราปฏิเสธมาตรฐานที่ยอมให้เงินภาษีระดับพันล้านบาทเคลื่อนผ่านไปได้ โดยไม่ต้องตอบคำถามพื้นฐานว่า ใครได้ประโยชน์ วัดผลอย่างไรและเปิดให้ตรวจสอบได้ เราไม่ยอมรับการอนุมัติงบพันล้าน โดยไม่มีตัวชี้วัดที่ประกาศล่วงหน้า ไม่ยอมรับการเบิกจ่ายตามหน่วยงานนับที่ไม่มีใครนิยาม ไม่ยอมรับคำว่าถูกระเบียบ เป็นคำตอบสุดท้ายของการใช้เงินสาธารณะ พร้อมกับเชิญชวนให้ประชาชนร่วมลงชื่อ เพื่อส่งข้อเรียกร้องถึงกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมให้ยุติโครงการดังกล่าว

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top