533.jpg
หนูไฟเขียว‘ศุภชัย’ ชนพรรคส้ม ลุยเช็คบิลคดีฮั้วสว.

หนูไฟเขียว‘ศุภชัย’ ชนพรรคส้ม ลุยเช็คบิลคดีฮั้วสว.

วันศุกร์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

หนูไฟเขียว‘ศุภชัย’

ชนพรรคส้ม

ลุยเช็คบิลคดีฮั้วสว.

นันทนาเดือดโต้คืนแรง

ทำตัวเป็นหมาหางด้วน

งานนี้สนุกแน่ นายกฯไฟเขียวมือกฎหมายภูมิใจไทย ตลบหลังเล่นงาน “ปชน.” โยงคดีฮั้ว สว. ในขณะที่ “ศุภชัย” เด้งรับลูกทันควันพร้อมส่งข้อมูลหลักฐานให้ กกต.ถามกลับพรรคส้ม 300 คนนัดเจอเมืองทองธานีบริสุทธิ์จริงหรือ ไม่ เจอ “นันทนา” โต้เดือดทำตัวเป็นหมาหางด้วน อ้างลงขันเองรวมตัวที่เมืองทองธานี ด้าน‘วรศิษฎ์’ไม่ทนเตรียมฟ้องคนโยงบิดามีเอี่ยว ส่วน’อนุทิน’ควง ‘พิพัฒน์-นาที’โชว์หวานสยบรอยร้าว ปล่อยมุกแดงผสมเขียวก็เป็นน้ำเงินอยู่ดี

เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทยให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ประธานคณะทํางานด้านกฎหมายของพรรคภูมิใจไทย เรียกร้องให้ตรวจสอบคืนกรณีฮั้วสว.สีส้ม นายกฯเห็นด้วยกับแนวทางนี้หรือไม่


อนุทินไฟเขียวศุภชัยทำตามหน้าที่

โดยกล่าวว่านายศุภชัยทําหน้าที่ของท่านในฐานะทําหน้าที่รับผิดชอบทางด้านกฎหมาย เมื่อถามว่าถ้าเห็นว่ามีช่องไม่ผิดกฎหมายก็ไฟเขียวใช่หรือไม่

นายกฯกล่าวว่ามันเป็นหน้าที่ของท่านที่จะต้องทำความถูกต้องให้เกิดขึ้นเพราะถ้ามันมีคดีความอะไรต่างๆขึ้นมา ในพรรคที่ท่านรับผิดชอบในฐานะของสมาชิกพรรคก็ต้องได้รับการปกป้องและชี้แจงในสิ่งที่เป็นความจริงให้ประชาชนได้ทราบเราเปิดเผยหมดทุกอย่าง รัฐบาลนี้เปิดเผยหมดทุกอย่างอยู่แล้วผู้สื่อข่าวยังบอกเลยตนพูดมากเกินไปด้วยซ้ำเพราะตนเปิดเผย

ยันเคารพกฎหมาย-ไม่ใส่ร้ายใคร

เมื่อถามย้ำว่าจุดตัดของเรื่องนี้อยู่ที่เส้นทางการเงินใช่หรือไม่ถ้าสุดท้ายพรรคประชาชนไม่สามารถเปิดเส้นทางการเงินได้ นายกฯกล่าวว่าเวลาคดีมันอยู่ในกระบวนการแล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อตนถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในรูปคดีเพราะฉะนั้นผู้สื่อข่าวต้องไม่ถามตนเพราะพูดออกไปอาจจะเสียรูปคดีและไม่เกิดประโยชน์อะไรเพราะทุกอย่างอยู่ในกระบวนการไม่ว่าจะเป็นกระบวนการยุติธรรมผ่านองค์กรไหนก็ตาม กระบวนการทั้งหลายก็เดินหน้าต่อไป เราเคารพกฎหมายเท่านั้นเอง ไม่ต้องไปใส่ร้ายใคร

มท.4ชี้พ่อจ่อแจ้งความคดีพยานฮั้วสว.

ด้านนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพยานคดีฮั้วสว.พาดพิง นายสมเกียรติ เลียงประสิทธิ์ (โกเกียรติ)บิดาว่าถ้าหากเลือกสว.ตามสูตรนี้สำเร็จลูกตนจะได้ตำแหน่งในรัฐบาล โดยนายวรศิษฎ์ถามกลับว่า“ง่ายขนาดนั้นเลยหรือ?หลังจากนี้ผู้ที่ถูกพาดพิงก็คือคุณพ่อจะไปแจ้งความเพราะหากมีการพูดแบบนี้มันไม่ยุติธรรมสำหรับตัวเองและคุณพ่อ”

เมื่อถามว่าเป็นการดิสเครดิตทางการเมืองหรือไม่ นายวรศิษฎ์ตอบว่าตนไม่ทราบเหตุผล แต่ก็เป็นประเด็นหนึ่งที่มีความพยายามในการสร้างขึ้นมาเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ หรือจะเป็นเรื่องอื่นตนก็ไม่ทราบ

ท้ามีหลักฐานส่งให้เจ้าหน้าที่เลย

เมื่อถามอีกว่าการที่ฝ่ายค้านระบุว่าหลักฐานที่เปิดมามีเพียง 5% ที่เหลืออีก 95% มีจริงหรือไม่หรือแค่พูดขึ้นมาลอยๆ นายวรศิษฎ์ กล่าวว่าต้องไปถามเขา และในความเป็นจริงเรื่องนี้ปีกว่าแล้ว ทุกอย่างทำมาเสร็จแล้วและถ้าหากมีหลักฐานจริงไม่ต้องเอามาให้ตนหรือให้สื่อ ให้นำไปมอบให้เจ้าหน้าที่ เพราะเจ้าหน้าที่ทำงานอยู่แล้ว

เมื่อถามว่า คดีเรื่องฮั้วสว.เป็นการสร้างวาทกรรมทางการเมืองใช่หรือไม่

นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ก็มีคนทำมาตลอดเมื่อถามย้ำอีกว่าได้คุยกับคุณพ่อแล้วหรือไม่ นายวรศิษฎ์ ระบุว่า ก็พูดคุยกันอยู่ แต่ว่าไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ

เมื่อถามย้ำว่า ทางด้านฝ่ายค้านต้องการให้ออกมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมมากยิ่งขึ้น หากมีข้อมูลจริงยอมหน้าหงายนั้น นายวรศิษฎ์ ย้อนถามกลับว่า

“พูดอะไรในเมื่อยังไม่เคยเกิดขึ้นเรื่องไม่ได้เป็นแบบนั้นแค่นั้นเอง”

ศุภชัย’ซัดฝั่งส้ม!ปัดภท.ฮั้วสว.

วันเดียวกัน นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ประธานคณะทำงานด้านกฎหมาย พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ถึงคดีฮั้วการเลือกสว.ผ่านรายการ กรรมกรข่าวคุยนอกจอว่ามีนักวิชาการบางท่านไปออกรายการแล้วบอกว่าสว.ส้ม สว.ประชาชนทำผิดฮั้วก็ไปร้องเลยสิ ตนเลยบอกว่าตามกฎหมายคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)สามารถดำเนินการได้ แต่หากจะให้ช่วยร้อง ตนก็ยินดีซึ่งหากมีการสู้กัน ตนคงไม่นั่งเฉยๆ คงไปค้นหา ตนก็มีข้อมูลอยู่ ไม่ได้เล่นๆ เพียงแต่ว่าตนคิดว่าที่ผ่านมาไม่เกี่ยวกับพรรคตนคิดว่าสิ่งที่ตนรับรู้มาก็ไม่ต่างกับสิ่งที่คุณกล่าวหาเขา แต่คุณลากเข้ามาแล้ว ลากมาบอกว่าเกี่ยวกับพรรค ตนก็จำเป็นที่จะต้องตอบโต้ ตนไม่คิดจะไปร้อง ที่ผ่านมาก็เห็นว่าสว.ครบ 200 คนก็ทำหน้าที่กันไป ใครผิดคุณสมบัติ สว.สำรองก็เข้าทำหน้าที่แทน แต่ถ้าคิดจะกล่าวหากันตนก็มีข้อที่กล่าวหาท่านได้

ย้อน300คนนัดเจอเมืองทองธานีบริสุทธิ์จริง?

นายศุภชัย ตั้งคำถามว่าก่อนหน้าที่จะมีการนัดประชุมของอดีตผู้สมัคร สว.ประชาชนที่เมืองทองธานี 300 คน มีการนัดแนะกันหรือไม่ ท่านไปเจอกันที่จังหวัดไหน ไปเจอกันอย่างไร คิดว่าหูตาไม่มีหรือ เขาเจอกันหมด

“ท่านไปตรงไหนอย่างไร คิดว่าผมไม่ทราบหรือ แล้วถามว่าตรงนั้น ฮั้วหรือไม่ ไปเจอกันตรงไหน ทุกคนมาด้วยใจศรัทธาหรือ ผมมีหลักฐาน เรื่องนี้ต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องที่กระบวนการแปลกประหลาดล้ำลึกของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ที่ทำให้มั่วกันอยู่แบบนี้”นายศุภชัย กล่าว

เมื่อถามว่าก่อนหน้ารอบ300คนของสว.ประชาชน มีจัดก่อนหน้านั้นแล้วใช่หรือไม่ นายศุภชัย กล่าวว่า “ใช่หรือไม่ครับ”แล้วมากันทั้งประเทศ77จังหวัด ก็จากอำเภอมาจังหวัด จังหวัดมาประเทศ ของท่านมีอยู่ 300 คนมารวมกัน หมายความว่าจริงๆมีขั้นตอนแต่ละอำเภอ แต่ละจังหวัด กว่าจะมาถึงเวทีนี้

“กลุ่มก้าวหน้าบวกกับไอลอว์ Senate 67ท่านก็มีกระบวนการชวนเชิญกัน ถามว่าวิธีการที่จะทำให้เลือกมา ก็ต้องมีกระบวนการคิดสูตรกัน ถามว่าท่านไม่คิดกันหรือ ถามว่ามีคนที่ถูกวางไว้เป็น สว.ตัวจริงจากคนที่มาเป็นโหวตเตอร์มีหรือไม่ ผมว่าที่ท่านกล่าวหา สว.สีน้ำเงิน สูตรมันก็ไม่ต่างกัน บางคนก็มาเพียงเพื่อเป็นโหวตเตอร์แค่นั้น” นายศุภชัย กล่าวและถามอีกว่า กิจกรรมที่จัดรณรงค์ให้คนมาสมัคร สว.2,500บาทเพื่อให้เป็นเพียงโหวตเตอร์ ปุถุชนธรรมดามีอุดมการณ์อันแรงกล้าก็อาจจะเป็นจริงก็ได้ แต่ตนไม่เชื่อว่าจะเป็นทั้งหมด แบบนั้นมันโลกสวย โลกนี้มันไม่ได้สวยแบบนั้น ตนก็ไม่เชื่อความบริสุทธิ์ของท่านทั้งหลาย

“ท่านจะมาร้องคนอื่น ที่บอกว่าจับแพะชนแกะอยู่ตอนนี้ เขามีส่วนเกี่ยวข้องท่านก็พยายามลากกัน เพราะฉะนั้นผมไม่เชื่อว่าเป็นใจอันบริสุทธิ์ผุดผ่องในโลกนี้ท่านก็บอกว่าบริสุทธิ์อยู่คนเดียว คนอื่นชั่วหมด โลกแห่งความเป็นจริงไม่ได้เป็นอย่างนั้น ผมก็ไม่เชื่อว่าท่านจะบริสุทธิ์ ไม่ได้ระบุว่าใครนะ”นายศุภชัย กล่าว

ดักคอลากเอากก.บห.พรรคมีเอี่ยว

เมื่อถามว่าฝั่งนั้นเขาบอกว่าเขาไม่มีโพย ไม่มีค่าตั๋วเครื่องบิน รวมตัวธรรมชาติ ไม่มีการจ่ายค่าโหวต นายศุภชัย กล่าวว่า ตนก็รู้คำตอบว่าเขาต้องตอบแบบนั้น มันไม่พิสดาร

“ยกตัวอย่าง 9 คนของผม บางคนถูกข้อกล่าวหาว่ามีผู้ช่วยของใครบางคนขับรถนั่งรถคันเดียวกัน พามาส่งเพื่อจะมาประชุม ผมถามกลับว่า 300คนของท่านมากันคนละคันหรือ มีหรือไม่ประเภทที่มากันหลายคนในคันเดียวกัน แล้วแบบนั้นมันผิดหรือมาเมืองทองคนไม่เคยมาก็หลงตายเลย คุณพิสูจน์ได้หรือไม่ว่าไม่ได้เป็นอย่างที่คุณทำ เพราะเรื่องบางเรื่องก็ไม่เป็นความผิด แต่คุณพยายามที่จะกล่าวว่าเป็นทฤษฎีสมคบคิด” นายศุภชัย กล่าว

ส่วนกรณีที่เปิดเผยเส้นเงินนายศุภชัยกล่าวว่า เรื่องนี้ต้องแยกส่วน หัวหน้าพรรคแจ้งเตือน 2 ครั้งว่าเรื่อง สว.คนเป็นสส.ไปยุ่ง ถือว่าผิด ตนเป็นคนช่วยร่างหนังสือแจง สส. ในพรรคภูมิใจไท แต่ก็ห้ามไม่ได้ ถ้าข้อเท็จจริงที่พนักงานไต่สวนเสนอไปถึงคณะกรรมการชุดใหญ่ ใครที่พบการกระทำความผิดก็ไม่ปกป้องอยู่แล้ว ท่านก็ไปสู้คดีไป จะพ้นจากตำแหน่งอะไรที่มีอยู่ก็พ้นไป แต่อย่าลากเอาคำว่าพรรค และกรรมการบริหารพรรคเข้าไปว่าผิดด้วย ตนเป็นคนกำกับไม่ให้ใครทำผิดกฏหมาย เพราะฉะนั้น ตนรู้ว่าแต่ละคนไม่ได้ยุ่งเกี่ยว

ชี้พบอนุทินที่พูลแมนไม่ใช่เรื่องแปลก

ส่วนที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ถูกพาดพิงว่าไปโรงแรมพูลแมน แล้วมีผู้สมัคร สว. เข้าพบ นายศุภชัย กล่าวว่า เรื่องนั้นเป็นสิ่งที่บอกเล่า แต่ถามว่าการกระทำนั้นผิดการโกงเลือก สว.ตรงไหน โรงแรมพูลแมน พวกตนก็ไปกันบ่อย อย่างตนเวลาจะไปหารือ หรือพบหัวหน้าพรรค เพื่อนำเอกสารให้ลงนาม ก็เป็นเรื่องปกติ มีชุมนุม สว.จริงหรือไม่ก็ไม่รู้ ก็คิดกัน แต่ถามว่าหากหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยไปเจอแล้วเขาทักทาย ผิดหรือไม่ ตนเชื่อว่าพนักงานไต่สวนของ กกต. คงสรุปเรื่องนี้กันอยู่ เพราะเขาอ้างว่าเรื่องนี้มีคนเล่า นายยิ่งชีพ อัฒานนท์ ประธานไอลอว์ บอกว่ามีผู้สมัครมาเล่าให้ฟัง ก็เล่าไปแล้ว เพราะฉะนั้นคงอยู่ในสำนวนแล้ว ส่วน กกต.จะตัดสินอย่างไรก็เป็นเรื่องของท่าน

“พูลแมนกับอนุทินไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะท่านอนุทินไปตั้งแต่โดนตัดสิทธิ์ทางการเมือง กว่าจะหลุดมาเป็นหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พูลแมนก็เป็นสถานที่ที่ท่านอนุทินไปเป็นประจำอยู่แล้ว Randomเข้าไปวันไหนอาจจะเจออนุทิน”นายศุภชัย กล่าว

กกต.ไม่ใช่บุรุษไปรษณีย์ส่งศาลตามใจใคร

นายศุภชัย ระบุว่าวันนี้โวยวายแล้วมาบอกว่ากกต.ต้องส่งศาลอย่างเดียว เพื่อสนองความต้องการของคุณ ไม่ให้ความเคารพต่อการวินิจฉัยหรือ เขาอำนาจตามกฎหมายของเขา ทั้งหมดอยู่ในดุลยพินิจของ กกต.ไม่ใช่ว่าท่านมีหน้าที่ส่งศาลอย่างเดียว กกต.ไม่ใช่บุรุษไปรษณีย์ ปัญหาอยู่ที่ว่าวันนี้แยกไม่ออกระหว่างความถูกต้องกับความถูกใจ พร้อมยามว่าเหตุอันควรสงสัยก็ต้องคำนึงถึงบุคคลที่ถูกกล่าวหาด้วย

เมื่อถามถึงพยานที่ออกมาระบุว่าไปนอนที่โรงแรมแห่งหนึ่งแถวจ.อยุธยาแล้วบอกว่าเดี๋ยวคณะของนายอนุทินจะมาถือเป็นหลักฐานหรือไม่ นายศุภชัยกล่าวว่า ตนถามกลับก่อนดีกว่าผู้สมัคร 300 คนสีส้มของคุณนอนพักกันที่ไหน อาจจะนอนกันที่โรงแรมเดียวกันก็ได้ แล้วผิดหรือไม่ ที่อยุธยาคนมาจากทั่วราชอาณาจักร อยุธยาเป็นสถานที่ที่ใกล้กรุงเทพฯมากที่สุดใช้เวลามาที่เมืองทองธานีสักครู่ก็ถึงส่วนที่มีการระบุว่ารัฐมนตรีบางท่านพักอยู่ที่นั่นนายศุภชัย ยืนยันว่าไม่มีใครอยู่ อย่างนายศุภชัย โพธิ์สุก็เป็นเรื่องของนายศุภชัย ถ้าพบว่าใครกระทำผิดก็ฟ้องไป ส่วนนายภราดร ปริศนานันทกุลรมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีตนได้สอบถามไปว่าเป็นอย่างไรเขาก็ชี้แจงว่าไม่จริงรวมถึงได้สอบถามน้องชายของนายภราดรด้วย (นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล)ตนคิดว่าเขาไม่โกหก

ตอกกลับฮั้วกันไปสู้อีกกลุ่มไม่ได้

“ผมบอกว่ามีคำอยู่คำหนึ่ง คุณมากล่าวหาว่าผมเป็นโจร แต่ผมไม่ได้เป็นโจร นี่คือ“ขโมยเรียกจับโจร”ทั้งๆ ที่ผมไม่ได้เป็นโจร แต่คุณก็เป็นขโมยเหมือนโจรถ้าคุณบอกฮั้วแต่ไม่ผิดคุณก็เป็นขโมยนี่แหละ”นายศุภชัย กล่าว

ส่วนที่ฝั่งสว.สีน้ำเงินได้เก้าอี้มาเยอะนายศุภชัย กล่าวว่า แล้วอย่างไร เรื่องสูตรพวกนี้ ตนคิดว่า ถ้าตนนั่งอยู่ในฐานะที่จะไปเลือกแล้วทำให้ตัวเองได้เป็น สว.น่าปวดหัวตายเลย ตนต้องเลือกไม่รู้กี่ครั้ง แต่ในที่สุดแล้ว เมื่อคุณได้มาแค่นั้น ก็แปลว่าสิ่งที่คุณฮั้วกัน คุณไปสู้อีกกลุ่มไม่ได้ ที่ผ่านมาคิดกันไม่ใช่สีเดียว สีอื่นก็มี พอขั้นตอนไปแล้ว ก็ว่าไปตามกติกา

นันทนา’ซัดบังซุปเดือดร้อนแทนสว.น้ำเงิน

ด้าน น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ กรรมกรข่าวคุยนอกจอกรณี นายศุภชัย ใจสมุทร ฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย ขู่ร้องกกต.ตรวจสอบกลุ่ม”สว.ประชาชน”นัดรวมตัว300คนที่เมืองทองธานีเข้าข่ายฮั้วเลือก สว.หรือไม่ โดยย้อนถามกลับไปยังนายศุภชัยว่า หากไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรกับ สว.สีน้ำเงิน จะออกมาเดือดร้อนแทนทำไม หรือแท้จริงแล้วมีความผูกพันกันมาตั้งแต่ต้นตามที่มีหลักฐานปรากฏ

และยืนยันว่าการเลือกสว.ระดับประเทศ เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2567มีความผิดปกติชัดเจน คะแนนมาเป็นก้อนใหญ่ 70-80 คะแนน ทั้งที่มีหลักฐานเรื่องโพย การจ้างวาน จัดขบวนรถ เสื้อสีเดียวกัน หรือการถือแฟ้มดำ ซึ่งเป็นเรื่องที่ประจักษ์ต่อสังคม

“ดิฉันเริ่มเห็นแล้วว่าการออกมาทำเหมือนหมาหางด้วน ที่พยายามจะบอกว่าถ้าฉันชั่ว คนอื่นก็ชั่วเหมือนกัน ทำชั่วทั่วมุมแบบที่ฉันทำ ซึ่งดิฉันคิดว่าประชาชนเขามีตา และเห็นอยู่ว่าหลักฐานการฮั้วมันชัดเจนขนาดไหน” นางสาวนันทนา กล่าว

อัดกระบวนการโกงยึดประเทศ

น.ส.นันทนา กล่าวถึงหลักฐานภาพตารางวิเคราะห์บัตรลงคะแนนจากกล้องวงจรปิด (CCTV) ว่า การเลือกตัวเลขผู้สมัคร 10 ลำดับให้ตรงกันเป๊ะ ตั้งแต่บ็อกซ์ที่ 1 ถึงบ็อกซ์ที่ 10 จากผู้สมัคร 150 คน มีโอกาสเกิดขึ้นได้เพียง 1 ในหลายพันล้าน แต่กลับพบผู้สมัครประมาณ 60-70 คน เลือกตรงกันเรียงตามลำดับอย่างผิดปกติ ซึ่งเข้าข่ายกระบวนการโกงยึดประเทศ

ควักเงินลงขันเองไม่ได้สิ้นไร้ไม้ตอก

เมื่อถามว่ากรณีการรวมตัวของผู้สมัคร สว.ประชาชน 300 คนที่เมืองทองธานี ดร.นันทนา กล่าวชี้แจงว่า เป็นการจัดกิจกรรมอย่างเปิดเผย สื่อมวลชนและ กกต. ร่วมสังเกตการณ์ตลอดงาน โดยเริ่มต้นจากการรวมตัวผ่านเว็บไซต์ Senate67 ของกลุ่มไอลอว์ (iLaw) เพื่อแนะนำตัวและแสดงแนวคิดแก้ไขรัฐธรรมนูญ

น.ส.นันทนา กล่าวถึงเรื่องค่าใช้จ่ายในการจัดกิจกรรมว่า”พวกเราไม่ได้สิ้นไร้ไม้ตอกมาสมัคร สว.ต้องจ่ายค่าสมัคร 2,500 บาทด้วยเงินตัวเอง ค่าเช่าห้องประชุมเราก็รวมตัวลงขันช่วยกันจ่าย ไม่ได้สิ้นไร้ไม้ตอกขนาดที่จะต้องให้ใครเอารถมารับส่ง ซื้อเสื้อสีเดียวกันให้ ซื้อแฟ้มให้ หรือพาไปพักโรงแรมไหน พวกเราจัดการตัวเอง ซื้อเสื้อผ้าใส่เอง ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาจ่ายเงินให้ อย่าไปคิดว่าคนอื่นจะทำเรื่องชั่วๆ เหมือนตัวเอง”

น.ส.นันทนา กล่าวอีกว่าวันดังกล่าวไม่มีการแจกอาหารหรือน้ำดื่ม ใครหิวน้ำก็ต้องวิ่งออกไปซื้อเอง ไม่มีการอำนวยความสะดวกใดๆ ทั้งสิ้น เพราะทุกคนมาด้วยจิตอาสาและยอมเสียสละเพื่อเข้ามาขับเคลื่อนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ การที่นายศุภชัยพยายามนำเรื่องนี้มากล่าวหา จึงเป็นวิธีคิดของคนที่เคยทำพฤติกรรมแบบนั้นแล้วคิดว่าคนอื่นจะทำเหมือนกัน ซึ่งหากตนเองทำอะไรผิดจริงก็คงไม่รอดมาจนถึงทุกวันนี้ เพราะขนาดตนเพียงแค่พูดว่า “คนขายหมูใช้เสียงข้างมาก ลากไปลงมติ 130 เสียง” ก็ยังโดนเสียงข้างมากของ สว.สีน้ำเงิน ลงมติว่าฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรงมาแล้ว

ไม่หวั่นไหวถูกฟ้องหรือร้องกกต.

ส่วนกรณีที่นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว.ตั้งข้อสังเกตเรื่องการแต่งตั้งอดีตผู้สมัครสว.มาเป็นผู้เชี่ยวชาญหรือผู้ช่วยสว.ว่าอาจเป็นใบเสร็จการต่างตอบแทนนั้น น.ส.นันทนา ชี้แจงว่า ในส่วนตนไม่ได้มีการแต่งตั้งอดีตผู้สมัคร สว.เข้ามาทำหน้าที่ แต่การแต่งตั้งผู้ช่วย สว.ตามกติกาต้องเลือกคนที่มีความรู้ความสามารถเพราะระบุคุณวุฒิขั้นต่ำไว้ที่ปริญญาตรี แต่สิ่งที่ต้องไปตรวจสอบคือกลุ่มคนที่นำอดีตผู้สมัครมาเป็นผู้ช่วย แล้วพอกระทรวงโอนเงินเดือนให้ 2เดือน กลับมีการโอนเงินคืนกลับไปให้คนบางกลุ่มซึ่งนั่นคือกระบวนการเส้นเงินในการตอบแทนโหวตเตอร์และเป็นการโกงเลือก สว. อีกรูปแบบหนึ่ง

น.ส.นันทนา ยืนยันว่าไม่รู้สึกหวั่นไหวหากจะถูกฟ้องร้องหรือถูกยื่นเรื่องให้ กกต. ตรวจสอบ เพราะตนเองไม่ได้โกงเข้ามา และพร้อมให้กระบวนการตรวจสอบดำเนินการไปตามกฎหมาย ยินดีให้ กกต.ส่งเรื่องให้ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งเป็นผู้พิจารณาตัดสินตามขั้นตอน เนื่องจากกกต.มีหน้าที่เพียงหาเหตุอันควรเชื่อว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้นเท่านั้น

ยิ่งชีพ’โชว์ภาพนับคะแนนเลือก สว.

วันเดียวกันนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กว่าภาพกล้องวงจรปิดเหล่านี้อยู่ในมือสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)มาตั้งแต่ต้น เพราะตามระเบียบของกกต.เองกำหนดให้กกต.เองนั่นแหละมีหน้าที่ตั้งกล้องถ่ายการนับคะแนนของทุกกลุ่มไว้ครับ ถ้าใครจะเอามาปล่อยก็คงเป็นคนข้างในเอง

นายยิ่งชีพระบุว่าถ้าภาพเหล่านี้จะมีความหมายพิสูจน์อะไรได้บ้าง ก็คือแสดงให้เห็นว่ามีบัตรกี่ใบที่กาหมายเลขเหมือนกัน เรียงลำดับเหมือนกัน มีผู้สมัครกี่คนที่ใจมันช่างบังเอิญมาตรงกันเป๊ะๆๆๆแบบไม่สามารถจะบังเอิญได้ จริงๆข้อมูลชุดนี้ก็มีมานานแล้วแหละ ถ้าไม่เข้าใจฝากอ่านและดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ลิงก์นี้ครับ

สำหรับนายยิ่งชีพ คือผู้เปิดโปงพฤติการณ์ และเส้นทางการเงินใน”คดีโกง สว.”ร่วมกับพรรคประชาชน (ปชน.)โดยเดินหน้ารณรงค์ให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)วินิจฉัยส่งคำร้องไปยังศาลฎีกา เพื่อพิจารณาคดีนี้ ทำให้ตัวเขากำลังถูกรัฐมนตรี และนักการเมืองพรรคภูมิใจไทย ฟ้องร้องข้อหาหมิ่นประมาทอยู่ในตอนนี้

นักคณิตศาสตร์ชี้เลือกสว.ฮั้วชัดๆ

ทางด้าน นายลอย ชุนพงษ์ทอง นักคณิตศาสตร์โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า“ผลคะแนน การแฮค‘กล้องกกต.’ เลือกส.ว.สรุป ฮั้วชัดๆก๊อปปี๊มาเป็นบล็อคๆเลย ลอกการบ้านกันมา ตัวอย่างกลุ่ม 1 รอบเช้า 154 ใบ เอามาทำเป็นตาราง 154 บรรทัดตัวอักษรสีน้ำเงินน่าจะเป็นกลุ่มที่สื่อเรียกกลุ่มฮั้วสีน้ำเงินชื่อระบายสีแดงเป็นการกามั่ว เพราะ กลุ่ม 1 มีแค่ 154 คน ไปเขียนเลข 156, 158, 184 แต่ที่พีคสุดคือ ชื่อที่ระบายสีเหลือง คือคนใส่เสื้อเหลืองมาในวันเลือก ส.ว.ลองถามพยาน ว่าจริงไหม?

นายกฯโชว์หวานสยบร้าว‘2น1พ’

ก่อนหน้านี้ ช่วงเช้าเวลา 07.30 น. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ก่อนเป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศล ปัญญาสมวาร (ครบ 50 วัน) เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เมื่อมาถึงนายอนุทินได้เจอนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม และนางนาที รัชกิจประการ ภรรยานายพิพัฒน์ นายกฯจึงกล่าวทักทายพร้อมกล่าวแซวว่า“2น1พ”

จากนั้นเวลา08.00น.ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีทำบุญตักบาตร นายอนุทิน นายพิพัฒน์ นางนาทีและนางทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรีได้ยืนพูดคุยกัน จังหวะหนึ่งนายอนุทินได้หยิบพระที่เหน็บในเสื้อออกมาให้นายพิพัฒน์ดู ก่อนที่นายอนุทินได้เดินจูงแขนนางนาทีพร้อมหันมากล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า“นี่น.นาทีกับน.หนูไงและ1พ“

จากนั้นเวลา 08.06น. นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ถึงการพูดคุยกับนายพิพัฒน์และยังเดินจูงแขนนางนาที เช่นนี้เป็นการสยบข่าวความแตกแยกใช่หรือไม่ว่า“วันนี้วันพระครับ”

ยืนยันไม่กระทบการทำงาน

เมื่อถามว่าการยืนยันความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน แต่กลับมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์เช่นนี้รู้สึกอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่รู้สึกอะไร จะบอกว่าขำก็ไม่รู้จะพูดอย่างไร เดี๋ยวหาว่าไม่รู้สึกรู้สาอะไรอีก เอาเป็นว่าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทุกคนตั้งใจทำงานผลักดันงานต่างๆให้กับประเทศเมื่อถามว่าเสียงวิพากษ์วิจารณ์จะกระทบการทำงานหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่าไม่เคยเลยครับ แต่ละท่านก็ทำงาน

เดี๋ยวตนก็จะประชุมกับนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่องการไปยึดคืนที่ดินของหลวงที่อุทยานแห่งชาติ ที่ถูกบุกรุก และจะเชิญนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯมาคุยด้วย อย่าให้คนมาตีความกฎหมายต้องใช้เวลา เพราะสิ่งที่น่าเบื่อที่สุดคือพอจะเข้าไปยึดที่ดินจะบอกว่าต้องให้ศาลพิพากษาให้ถึงที่สุดก่อน ต้องใช้เวลา 20 ปี คนที่ทำผิดก็ถอนทุนไปหมดแล้ว ทุกวันนี้เราใช้หลักว่าถ้ามีความมั่นใจว่าเป็นที่ดินของรัฐ เมื่อพิสูจน์ความเป็นเจ้าของได้ ไม่สามารถมีใครเข้ามาบุกรุก ไม่ต้องพิสูจน์สิทธิอะไรทั้งสิ้น ขับไล่ออกไปก่อนก็ทำได้เป็นอย่างดีในหลายจังหวัด”

และนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศ ก็ทำงานด้านการต่างประเทศ จนสร้างความมั่นใจให้นานาประเทศทั้งในด้านความมั่นคง ความสัมพันธ์ทางการทูต การค้า ถ้าสังเกตหลังกลับจากประเทศจีนสถานทูตจีนประจำประเทศไทยก็ออกมาย้ำเนื้อหาสาระที่ได้พูดคุยกัน ตอกย้ำว่าความร่วมมือต่างๆจะต้องดำเนินต่อไป นายพิพัฒน์ ท่านก็ทำงานอยู่ตลอดเวลา ในเรื่องด้านการคมนาคม การสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานต่างๆของประเทศ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ก็ช่วยเหลืองานตนในฐานะรองนายกฯ กำกับดูแลหลายกระทรวง

รับฟังเสียงวิจารณ์สร้างสรรค์

”ทุกอย่างขับเคลื่อนไปได้ด้วยดี ตรงไหนที่มีคำวิพากษ์วิจารณ์เชิงสร้างสรรค์หวังดีกับประเทศหวังดีกับรัฐบาล หวังดีกับประชาชน พวกเราทุกคนไม่ใช่รับฟังอย่างเดียว ยังนำมาปฏิบัติด้วย และพร้อมบอกว่าสิ่งที่เราได้แก้ไขได้รับฟังมาจากผู้ให้คำแนะนำต่างๆ ทำประเทศไปในทางสร้างสรรค์แบบนี้ดีกว่า บ้านเมืองเรามีกระบวนการยุติธรรมอยู่แล้ว ใครไม่พอใจอะไรก็ใช้กระบวนการยุติธรรมตัดสิน อย่าไปใช้ความรู้สึกส่วนตัว อย่าไปใช้บทวิเคราะห์ของตัวเองหรือตามสื่อต่างๆเข้ามาตัดสินว่านี้คือสิ่งที่มันกำลังจะเกิดขึ้น ไม่ใช่หรอกครับ รัฐบาลตอนนี้กำลังเดินหน้าไปพัฒนาทุกมิติได้ด้วยความก้าวหน้าและมีผลงานเพิ่มขึ้นเรื่อยๆทุกวัน“ นายอนุทินกล่าว

ปัดรีเซตมท.โยกขรก.ล็อตใหญ่สค.

นายอนุทิน นายกฯและรมว.มหาดไทย ยังให้สัมภาษณ์ถึงกรณีระบุรีเซตกระทรวงมหาดไทยในเดือนสิงหาคม จะเริ่มต้นด้วยการโยกย้าย ใช่หรือไม่ว่าทุกอย่าง อย่าไปบอกว่ารีเซตเพราะว่าคำว่ารีเซตคือให้มันมีผลในเรื่องของการดำเนินการ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับกระทรวงมหาดไทยเป็นสิ่งที่น่าเสียใจ คนที่กำกับดูแล และทำให้เกิดความกังวล ความไม่พอใจของประชาชน อย่างกรณีโกงข้อสอบราชการ อย่างนี้เป็นต้น แบบนี้ก็เหมือนกัน

เมื่อถามว่า ก็มีการโยกย้ายใหญ่ในเดือนสิงหาคมหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า คําว่าใหญ่หรือเล็กมันแปลว่าอะไร เราโยกย้ายให้ถูกต้องให้เหมาะสมกับงาน กับสถานการณ์บางช่วง ที่อาจจะเหมาะกับคนนี้ แต่พอพ้นช่วงเวลามา อาจจะเหมาะกับอีกคนหนึ่ง อันนี้เป็นสิ่งที่ผู้บริหารทุกคนต้องประเมิน เมื่อถามต่อ นายกฯยึดหลักอะไรในการโยกย้าย เป็นเรื่องของสิงห์แดงสิงห์ดําหรือเรื่องของความสามารถ นายกฯกล่าวว่า ไม่มี รัฐบาลนี้สีแดงขาว น้ำเงิน ไม่มีสีอื่น

แดงผสมเขียวก็เป็นน้ำเงินอยู่ดี’

เมื่อถามถึงกระแสข่าวมีปฏิญญาแดงเขียวโมนาโก ภายหลังจากที่ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม บินไปโมราโกเพื่อพบกับนายทักษิณ ชินวัตร ถือเป็นการส่งสัญญาณทางการเมืองอะไรหรือไม่ นายกกล่าวว่า“แดงเขียวผสมไปผสมมาก็เป็นน้ำเงินอยู่ดี”

ธรรมนัส’ปัดพบ‘แม้ว’โมนาโก                                           

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนหน้านี้ เมื่อกลางดึกวานนี้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม โพสต์เฟซบุ๊คส่วนตัวระบุว่า“ผมเดินทางไปพักผ่อนที่ฝรั่งเศสและโมนาโกจริงครับ ไปพักผ่อนกับครอบครัว ไม่มีเรื่องการเมืองครับ ผมไม่ชอบเป็นอีแอบครับและไม่มีความจำเป็นต้องแอบข้ามน้ำข้ามมหาสมุทรไปเจอท่านทักษิณ ชินวัตร ถึงโมนาโกผมคงไม่ต้องไปสาบานที่ไหน แค่เช็คการเดินทางของท่านทักษิณ ก็รู้ว่าท่านไม่ได้เดินทางไปโมนาโกครับ ไม่มีปฎิญญาMonaco

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top