วันอังคาร ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2569
“ภาวุธ” แจงDSIคดีForex นาน 4ชม.ยันไม่เกี่ยวสแกมเมอร์ หลอกลวงปชช.ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ยันหลักฐานเอกสารชี้แจงเส้นทางการเงินได้ทุกรายการ แต่ขออุบรายละเอียดเชิงลึกไว้ในสำนวนเท่านั้น แจงชัด ไม่มีเส้นเงินกว่า 800 ล้านบาทตามที่หน้าสื่อ เจ้าตัวหัวเราะลั่น โพสต์FBอวยโครงการ TH-AI Passport หวังแลกผลคดี แต่ยอมรับลดบทบาทตรวจสอบ เหตุติดภารกิจงานประชุมคณะอนุกมธ.หลายชุด เผยยังมีเพื่อน สส.รายอื่นของพรรคประชาชน และพรรคอื่นรับผิดชอบโดย ตรงอยู่แล้ว
วันที่ 3 สิงหาคม 2569 เวลา 18.30 น. ศูนย์ราชการอาคาร C ถนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เปิดเผยภายหลังได้เข้าให้ปากคำคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ กรณีคดีซื้อขายฟอเร็กซ์ (Forex) โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งได้ให้ปากคำเป็นเวลานานกว่า 4 ชั่วโมง โดยก่อนหน้านี้แจงขอเลื่อนหมายเรียกผู้ต้องหาครั้งที่ 2 จากวันที่ 31 ก.ค.69 ไปเป็นวันที่ 3 ส.ค.นี้
โดยนายภาวุธ กล่าวว่า วันนี้ตนเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหากับทางดีเอสไอ โดยได้นำหลักฐานทั้งหมดเข้ามาให้ข้อมูลเพื่อชี้แจงกับเจ้าหน้าที่ ก็อยู่ในสำนวนทุกอย่างหมดเเล้ว โดยวันนี้ตนยืนยันปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด เพราะข้อหาหลายอย่างที่มีการแจ้งเข้ามา ตนก็ได้ชี้แจงอย่างตรงไปตรงมาและชี้แจงอย่างบริสุทธิ์ใจ ส่วนถ้ามีข้อคำถามเพิ่มเติม หรือต้องการข้อมูลใดเพิ่ม ตนก็ยินดีที่จะนำข้อมูลมามอบให้ในภายหลัง นอกจากนี้ กรณีข้อมูลเรื่องเส้นทางการเงินที่มีปรากฏตามกระแสข่าวก่อนหน้านี้ จำนวน 800 กว่าล้านบาทนั้น ตนยืนยันว่าในวันนี้ พนักงานสอบสวนไม่ได้แจ้งพฤติการณ์เรื่องเงินจำนวนนี้เลย อีกทั้งในการตรวจสอบเรื่องเส้นทางการเงิน ตนก็มีหลักฐานนำมาให้ดีเอสไอทั้งหมดแล้ว ดังนั้น มั่นใจได้ว่าเส้นทางการเงินทั้งหมดไม่ได้มีที่มาจากการสแกมเมอร์ หรือไปหลอกลวงประชาชนแต่อย่างใด เป็นเงินที่เข้ามาถูกต้องตามกฎหมาย
นายภาวุธ เผยอีกว่า วันนี้ในเรื่องของจำนวนเงินที่มีความเชื่อมโยงกับตนยอดเงิน 28 ล้านบาท เป็นเหตุพนักงานสอบ สวนตั้งข้อสงสัยหรือไม่นั้น ตนขอเรียนว่า ก็เป็นจำนวนเงินที่ตนสามารถตอบข้อมูลได้ แต่ต้องขอสงวนรายละเอียดไว้ ทั้งนี้ ตนไม่ได้กังวลเลย เพราะเป็นสิ่งที่ตนเองสามารถชี้แจงได้ รวมถึงคำถามที่พนักงานสอบสวนถามมา เราก็มีคำตอบให้ทั้งหมด
ทั้งนี้ เงินที่ปรากฏความเชื่อมโยง 28 ล้านบาทนั้น ตนก็ยังคงยืนยันคำเดิมว่าได้มาจากการเทรดทองคำ และก็มีส่วนอื่นๆอีกด้วย ซึ่งก็ชี้แจงได้
เมื่อถามว่าเป็นการตั้งข้อหาที่รุนแรงเกินไปหรือไม่นั้น นายภาวุธ กล่าวว่า ตนก็แอบกังวลนิดนึง แต่เข้าใจเจ้าหน้าที่ เพราะเราก็มั่นใจในการชี้แจง และเราก็ไม่ใช่ผู้กระทำความผิดอะไรแบบนั้น ทั้งนี้ ตนยืนยันว่าพร้อมให้ความร่วมมือเจ้าหน้าที่ทุกอย่าง ไม่มีหลบหนีใด ๆ
ส่วนกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ดุเดือดว่าการเดินหน้าตรวจสอบโครงการ TH-AI Passportมีการพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือหลังจากมีคดี Forex เกิดขึ้นนั้น นายภาวุธ ชี้แจงว่า ด้วยความที่โครงการนี้ มันเริ่มต้นจากการที่ตนได้อภิปราย และด้วยความที่ตนอยู่ในคณะกรรมาธิการ 2 ชุด และตนก็เป็นประธานของ 2 อนุกรรมาธิ การ ฉะนั้น ในช่วงหลัง ตนได้ไปลุยงานด้านกรรมาธิการค่อนข้างเยอะ จึงทำให้เห็นว่าทางกรรมาธิการของพรรคเองก็มีคนทำงานเรื่องนี้โดยตรง ฉะนั้น พอมีคนทำด้านนีัโดยตรง และไหนตนจะมีคดีความเรื่องนี้อีก(คดี Forex) จึงจำเป็นที่ทางพรรคก็จะมีคนมาดูเรื่องโครงการนี้โดย ตรงแทนตน ส่วนหลังจากนี้ตนก็อาจจะลดบทบาทลงบ้าง เพราะตนก็งานเยอะ และ สส.ที่ทำงานด้านนี้ก็ไม่ได้มีเพียง สส.ไอซ์ แต่ก็มีพรรคอื่นๆ อีกด้วยที่ทำงานด้านนีั และตอนนี้ตนก็มีงานเกี่ยวกับแพลตฟอร์มต่างชาติ การปฏิรูปกฎหมาย พองานมันเยอะ ก็ไม่ใช่ว่าจะทิ้ง แต่การที่เราไปวิเคราะห์ตัวโครงการ TH-AI Passport ไว้เช่นนั้น มันก็เพราะเป็นงานที่อยู่ตรงหน้าพอดี ก็เลยวิเคราะห์ไปตามรูป แต่ก็ได้ขอโทษไปแล้วว่าอาจจะพูดในมุมหนึ่ง แต่ตนไม่ได้มีเจตนาใดๆ ทั้งนี้ หลังจากที่ตนได้คุยกับ สส.ไอซ์ ก็มีความเข้าใจกันมากขึ้น มีการสื่อสารกันในพรรค คงไม่มีอะไรผิดใจกัน
ส่วนกรณีว่าเป็นการออกมาพูดเพราะจะแลกผลทางคดี Forex หรือไม่นั้น นายภาวุธ ได้หัวเราะเสียงดัง ก่อนตอบว่าถ้ามันแลกกับผลทางคดีได้ ตนคงไม่มายืนอยู่ตรงนี้ ฉะนั้น ไม่มีแน่นอน แต่แค่เป็นการวิจารณ์ตามหน้าที่ เพราะในมุมของ สส. แต่ละคน ก็มีมุมวิจารณ์ต่างกัน แต่เราเคยเป็นนักธุรกิจ ก็วิจารณ์ในมุมที่มันน่าจะเป็นประโยชน์
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี